บทที่ 7 ครั้งแรกของเธอเหรอ
มือหนากระตุกปมเชือกชุดคลุมอาบน้ำของเธอออกอย่างง่ายดาย เผยให้เห็นผิวขาวเนียนละเอียดที่เพิ่งผ่านการขัดถูจนสะอาดสะอ้าน อลิชาหลับตาปี๋ เบือนหน้าหนีด้วยความอับอาย แต่แล้ว... สัมผัสร้อนผ่าวที่แข็งขึงก็ดุนดันอยู่ที่หน้าขาของเธอผ่านเนื้อผ้าชุดคลุมของเขา ยศภัทรจับมือเล็กของเธอที่กำแน่นวางลงบนหน้าท้องแกร่งของเขา แล้วเลื่อนต่ำลงไป...
อลิชาสะดุ้งเฮือกเมื่อหลังมือสัมผัสโดนบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าเนื้อดี แม้จะยังไม่เห็นด้วยตา แต่ขนาดและความร้อนที่แผ่ออกมาก็ทำให้เธอตื่นตระหนกจนแทบหยุดหายใจ มันใหญ่โต... แข็งขึง และดุดัน สมกับเป็นอาวุธคู่กายของยักษ์ร้าย
"ลืมตา..." เขาสั่งเสียงพร่า เมื่อเธอไม่ยอมทำตาม เขาจึงปลดเปลื้องชุดคลุมของตัวเองออก เผยให้เห็นสรีระความเป็นชายที่ตื่นตัวเต็มที่ต่อหน้าเธอ
อลิชาเผลอลืมตาขึ้นมอง และภาพที่เห็นก็ทำให้เธอหน้าซีดเผือด 'กระบองยักษ์' ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้านั้นมีขนาดที่เกินกว่ามาตรฐานชายไทยไปไกลโข
เส้นเลือดปูดโปนพาดผ่านลำกายแกร่งที่ดูอันตรายและน่าเกรงขาม มันจะเข้าไปได้ยังไง... ความคิดนั้นผุดขึ้นมาในหัวพร้อมกับความกลัวที่แล่นพล่าน ร่างของเธอจะฉีกขาดไหม... เธอจะรับมือกับความใหญ่โตนี้ไหวเหรอ?
"กลัวเหรอ?" ยศภัทรถามย้ำเมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นของเธอ เขายกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ
"ไม่ต้องห่วง... ผมจะสอนให้คุณรู้จักมันเอง" เขาโน้มหน้าลงมาซุกไซ้ที่ซอกคอหอมกรุ่น สูดดมกลิ่นกายสาวผสมกลิ่นสบู่ของเขาอย่างหลงใหล ริมฝีปากร้อนผ่าวพรมจูบไปตามลาดไหล่เนียน ไล่ลงมาที่เนินอกอิ่มอย่างเชื่องช้าและช่ำชอง
"อื้อ..." อลิชาเผลอส่งเสียงในลำคอเมื่อมือหนาเริ่มลูบไล้ไปทั่วร่าง ปลุกเร้าจุดอ่อนไหวที่เธอไม่เคยรู้ว่ามีอยู่ ยศภัทรรู้จุดสัมผัสทุกตารางนิ้วบนร่างกายผู้หญิง
เขารู้ว่าต้องแตะตรงไหน ต้องเน้นตรงไหน เพื่อให้เหยื่อดิ้นเร่าไม่ใช่เพราะความเจ็บ แต่เพราะความทรมานที่หอมหวาน
‘อย่ารู้สึก... อย่ารู้สึกนะ...’ เธอตะโกนสั่งตัวเองในใจ แต่ร่างกายกลับทรยศอย่างน่าละอาย ลมหายใจเริ่มติดขัด ร่างกายเริ่มบิดเร่าตอบสนองสัมผัสของเขาไปตามสัญชาตญาณ
"มองผม อลิชา..." เขาสั่งเสียงพร่าเมื่อเห็นเธอเอาแต่หลับตา "ลืมตาขึ้นมาดูว่าผมกำลังทำอะไรกับคุณ"
เมื่อเธอไม่ยอมลืมตา เขาจึงก้มลงขบเม้มยอดอกสีหวานอย่างแรงจนเธอสะดุ้งเฮือกและลืมตาโพลงขึ้นมาสบตาเขา
"เจ็บ..." น้ำตาเม็ดใสไหลพราก
"จำความเจ็บนี้ไว้..." ยศภัทรยิ้มมุมปาก นัยน์ตาสีนิลวาวโรจน์ด้วยแรงปรารถนา "เพราะมันคือราคาที่คุณต้องจ่าย"
เขาแยกเรียวขาเธอออก แล้วแทรกกายแกร่งเข้ามาแนบชิด ความใหญ่โตที่ดุนดันอยู่ที่ปากทางรักทำให้อลิชาเกร็งตัวแน่นด้วยความเจ็บจุก แม้จะยังไม่ได้รุกล้ำเข้าไป แต่ความคับแน่นก็ทำให้เธอรู้สึกเหมือนร่างจะปริแตก
"อย่าเกร็ง..." ยศภัทรกระซิบดุ "ถ้าไม่อยากฉีก ก็ผ่อนคลาย"
วินาทีที่เขากดสะโพกสอบ ดันความยิ่งใหญ่รุกล้ำเข้ามาในพื้นที่หวงห้าม ความคับแน่นและเยื่อบางๆ ที่ขวางกั้นทำให้ทนายหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง เขามองหน้าเธอด้วยความแปลกใจ
"ครั้งแรก?"
อลิชากัดริมฝีปากจนห้อเลือด ความเจ็บปวดทางกายแล่นปราด แต่มันเทียบไม่ได้กับความเจ็บใจ
"ทำๆ ให้มันจบไปเถอะค่ะ"
มุมปากของยศภัทรยกขึ้น เป็นรอยยิ้มที่ผสมระหว่างความพึงพอใจและสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่พุ่งพล่าน
"หึ... นึกว่าผ่านอะไรมาเยอะเสียอีก เห็นปากเก่งนัก" เขาโน้มหน้าลงมากระซิบชิดใบหู
"งั้นก็จำไว้ซะ อลิชา... ว่าคนแรกของคุณคือผม"
เขาไม่ปรานีอีกต่อไป สะโพกสอบขยับกระแทกกายเข้ามาอย่างหนักหน่วง ตอกตรึงความเป็นชายที่ใหญ่โตคับแน่นทำลายปราการบริสุทธิ์ของเธอจนหมดสิ้น
"กรี๊ดดดดด!" ความเจ็บปวดฉีกกระชากจนเธอกรีดร้อง จิกเล็บลงบนไหล่กว้างของเขาจนเลือดซิบ แต่ยศภัทรไม่หยุด
เขาแช่นิ่งเพียงครู่เดียวก่อนจะเริ่มขยับขับเคลื่อนบทรักที่สอนให้เธอรู้จักความเจ็บปวดและความวาบหวามไปพร้อมกัน เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องไปทั่วห้อง ผสมกับเสียงครางต่ำอย่างสุขสมของชายหนุ่ม เขาตักตวงความบริสุทธิ์ของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า บทรักดำเนินไปอย่างยาวนานและเร่าร้อน ยศภัทรไม่ได้แค่ 'เอา' แต่เขา 'สอน' เขานำพาเธอไปแตะขอบสวรรค์และนรกสลับกันไปมา
บังคับให้เธอส่งเสียง บังคับให้เธอกอดตอบ บังคับให้ร่างกายของเธอที่คับแคบและไม่ประสา ต้องโอบรัดและยอมรับความยิ่งใหญ่ของเขาจนหมดสิ้น
อลิชาร้องไห้ ไม่ใช่แค่เพราะความเจ็บปวดจากการถูกพรากความบริสุทธิ์ แต่เธอร้องไห้ให้กับความน่าสมเพชของตัวเอง ความวาบหวามที่เขายัดเยียดให้กำลังทำให้ร่างกายเธอทรยศต่ออุดมการณ์ที่ยึดมั่นมาทั้งชีวิต
‘ทำไม...ทำไมร่างกายถึงตอบสนองคนเลวๆ แบบเขา... ฉันขยะแขยงตัวเอง... เกลียดตัวเองที่สุด’
เมื่อพายุอารมณ์สงบลง อลิชานอนหอบหายใจรวยริน น้ำตาแห่งความอัปยศไหลซึมลงหมอน ช่องทางรักรู้สึกแสบร้อนจากการรองรับสิ่งที่ใหญ่โตเกินตัวมาตลอดค่ำคืน
เธอรู้สึกเหมือนคุณค่าของความเป็นคนถูกเขาย่ำยีจนป่นปี้ไม่มีชิ้นดี
ยศภัทรล้มตัวลงนอนข้างๆ ดึงร่างเล็กที่นอนตะแคงร้องไห้ตัวสั่นเข้ามากอดจากด้านหลัง จมูกโด่งกดลงที่กลุ่มผมชื้นเหงื่อ
"อย่าร้อง..." เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืด "ของซื้อของขาย... คุณจะได้น้องชายคืน ผมได้ร่างกายคุณ มันก็แฟร์แล้วนี่"
เขาพลิกตัวเธอให้หันมาเผชิญหน้า เช็ดคราบน้ำตาให้อย่างลวกๆ ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยประโยคที่ร้ายกาจที่สุด
"แล้วก็จำไว้... ต่อให้คุณจะเกลียดผมแค่ไหน แต่ร่างกายของคุณมันซื่อสัตย์กว่าปากคุณเยอะ อลิชา"
"เพราะสิ่งที่น่าอายที่สุด... คือการที่คุณ มีความสุขไปกับมัน ทั้งที่คุณเกลียดผมแทบตายต่างหาก"
