บทที่ 5 แผนขจัดม้าพยศ

หญิงสาวยังคงลอยหน้าลอยตายิ้มหวานกระซวกไส้

“เอาล่ะค่ะ ในเมื่อเราเคลียร์เรื่องแม่พันธุ์ กันชัดเจนแล้วว่าบอสไม่มีน้ำยา... เอ้ย ไม่มีความประสงค์ งั้นเรามาเริ่มงานกันเลยดีกว่าค่ะ”

ปานชีวากางแฟ้มตารางงานออกอย่างเป็นมืออาชีพราวกับเมื่อครู่ไม่มีการด่าทอใดๆ เกิดขึ้น

“เช้านี้บอสจะรับกาแฟดำเอสเปรสโซ่เข้มๆ ให้เข้ากับหน้าตึงๆ หรือจะรับเป็นนมอุ่นๆ สักแก้วเพื่อลดความเกรี้ยวกราดแก้ปีชงดีคะ?”

ความเงียบระดับสุญญากาศโรยตัวลงปกคลุมห้องทำงานทันที วิษณุขบกรามแน่นจนเป็นสัน นูนเด่นขึ้นมาบนใบหน้าหล่อเหลา เขาเพิ่งจะถูกผู้หญิงที่เขาตราหน้าว่าเป็นปลิงดูดเงิน ตอกหน้าหงายแถมยังเหยียบซ้ำด้วยความกวนประสาทระดับสิบ

“ดี... ปากดีให้ได้ตลอดรอดฝั่งก็แล้วกัน”

ชายหนุ่มกระซิบเสียงลอดไรฟัน แววตาวาวโรจน์ไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความท้าทาย

“ฉันอยากจะรู้นัก ว่าความหน้าด้านของเธอ... มันจะทนรับมือกับฉันไปได้สักกี่วัน!”

เขากระตุกยิ้มร้าย มุมปากเหยียดออกอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า ก่อนจะเริ่มออกคำสั่งที่เป็นเสมือนบทลงโทษ

“ในเมื่อเธออยากทำงานนัก ฉันก็จะจัดให้... ห้องน้ำส่วนตัวในห้องพักผู้บริหารของฉัน มันดูไม่ค่อยสะอาด ไปขัดให้เงาวับทุกตารางนิ้ว ย้ำว่า ‘เธอ’ ต้องทำเอง ห้ามเรียกแม่บ้านเด็ดขาด!”

ปานชีวาชะงัก รอยยิ้มแข็งค้างไปชั่วครู่                  

"ล้างห้องน้ำ? บอสคะ ดิฉันเป็นผู้ช่วยส่วนตัวนะคะ ไม่ใช่แม่บ้าน"

“ตำแหน่งของเธอคือทำทุกอย่างที่ฉันสั่ง!”     

วิษณุตวาดกลับอย่างสะใจ                                  

“อ้อ ขัดห้องน้ำเสร็จแล้ว... กาแฟดำของฉัน ต้องไปซื้อที่ร้านเจ้าประจำแถวสุขุมวิทเท่านั้น แล้วเช้านี้ฉันนึกอยากกินโจ๊กกับปาท่องโก๋เจ้าดังที่เยาวราช ไปต่อคิวซื้อมาให้ฉันด้วย”

“เยาวราช!?”

ดวงตากลมโตเบิกกว้าง

“บอสคะ! บริษัทเราอยู่ย่านสาทรนะคะ แล้วจะให้ถ่อไปสุขุมวิท ต่อด้วยเยาวราช รถติดบรรลัยขนาดนั้น...”

“มีปัญหาเหรอ? หรือว่าเก่งแต่ปาก ทำจริงไม่ได้?”    

สิงโตหนุ่มเลิกคิ้วกวนประสาท ก้มลงมองนาฬิกาเรือนหรูบนข้อมือ                                         

“ตอนนี้แปดโมงสิบห้า... ห้องน้ำที่เงาวับ กาแฟ และของกินจากเยาวราช ต้องมาวางอยู่บนโต๊ะฉันก่อนสิบโมงเช้า!ถ้าช้าแม้แต่นาทีเดียว ฉันจะหักเงินเดือนเธอทีละครึ่ง... อ้อ ห้ามเบิกค่าเดินทางด้วยนะ ออกไปปฏิบัติหน้าที่ได้แล้ว คุณผู้ช่วย!”

ปานชีวาสูดลมหายใจเข้าลึกจนหน้าอกอวบอัดกระเพื่อมไหวรุนแรง มือบางกำแฟ้มตารางงานแน่นจน เธอกัดฟันส่งยิ้มหวานปานน้ำผึ้งให้เจ้านายสุนัขจิ้งจอกจอมพาล

“รับทราบค่ะเจ้านาย! ดิฉันจะขัดให้เงา ซื้อมาให้ครบ และกลับมาทันเวลาเป๊ะๆ ชนิดที่บอสหาเรื่องหักเงินไม่ได้แม้แต่แดงเดียวเลยล่ะค่ะ!”

ปานชีวาก้มหัวให้อย่างสวยงามประชดประชัน ก่อนจะหมุนตัวเดินสับส้นสูงนวยนาดออกจากห้องไป ทิ้งให้วิษณุยืนกำหมัดแน่น หายใจฟืดฟาดเป็นกระทิงเปลี่ยวอยู่กลางห้องทำงานเพียงลำพัง...

และดูเหมือนว่า... แม่วัวพันธุ์ดีที่พ่อเขาส่งมา จะมีพิษสงและพยศยิ่งกว่าม้าป่าซะอีก

เวลา 08:20 น.

ปานชีวายืนเท้าสะเอวหอบหายใจแฮกอยู่กลางห้องน้ำส่วนตัวของประธานกรรมการบริหาร มือบางที่สวมถุงมือยางสีชมพูแปร๋นกำแปรงขัดส้วมไว้แน่น นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างมองสภาพห้องน้ำหินอ่อนนำเข้าที่กว้างกว่าห้องนอนชั้นสองบนร้านดอกไม้ที่เธอขอธิชาอาศัยซุกหัวนอน เสียอีก

ประเด็นคือ... มันสะอาดกริบ เงาวับชนิดที่ว่ามดเดินยังลื่นล้ม

“โอ๊ย! สะอาดกว่าหน้าฉันตอนล้างเครื่องสำอางอีก! แล้วจะให้ขัดหาพระแสงอะไรยะไอ้บอสโรคจิต!”

หญิงสาวบ่นกระปอดกระแปด แต่เพราะกลัวโดนหักเงินเดือน เธอจึงจำใจคุกเข่าลงกับพื้นกระเบื้อง ใช้แปรงขัดถูไปตามซอกที่ไม่มีแม้แต่คราบฝุ่น พร้อมกับด่าทอเจ้านายสุนัขจิ้งจอกในใจไปสารพัด เหงื่อเม็ดเล็กๆ เริ่มผุดซึมตามไรผมจนความโปรเฟสชันแนลของชุดสูทเริ่มหดหาย

ปานชีวาใช้เวลาสิบห้านาทีในการทำทีเป็นล้างห้องน้ำ ก่อนจะถอดถุงมือทิ้ง คว้ากระเป๋าสะพายแล้ววิ่งสับส้นสูงออกจากออฟฟิศเพื่อไปทำภารกิจต่อไป

เวลา 08:45 น. ณ ร้านกาแฟเจ้าดังย่านสุขุมวิท

“อเมริกาโน่คั่วเข้ม แก้วหนึ่งค่ะ! ด่วนเลยนะคะพี่!”    ปานชีวารีบรับแก้วกาแฟร้อนจัดมาถือไว้ หญิงสาวมองแก้วควันฉุยในมือสลับกับนาฬิกาข้อมือ สมองคำนวณเส้นทางและเวลาอย่างรวดเร็ว

‘ถ้าต้องหิ้วแก้วนี้ไปต่อคิวซื้อโจ๊กที่เยาวราช มีหวังกาแฟได้เย็นชืดกลายเป็นน้ำล้างแก้ว แล้วไอ้บอสหน้าตึงนั่นต้องหาเรื่องหักเงินฉันแน่ๆ!’

หญิงสาวตัดสินใจหันขวับไปหาพี่วินมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่หน้าร้าน

“พี่วินคะ! หนูจ้างพี่สองร้อย! เอากาแฟแก้วนี้ไปส่งที่ตึก วี เอนเนอร์จี สาทร ฝากให้เลขาหน้าห้องประธานกรรมการบริหารด่วนเลยนะคะ ย้ำว่าต้องถึงมือแบบยังร้อนจนลวกปากเท่านั้น!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป