บทนำ
แต่หารู้ไม่ว่าแม่วัวตัวนี้... สมองเพชร ปากจัดจ้าน และพร้อมตอกกลับจนบอสต้องเสียอาการ!
‘ปานชีวา’ บัณฑิตสาวดีกรีเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ต้องมารับตำแหน่ง ‘ผู้ช่วยส่วนตัว’ พ่วงหน้าที่ ‘เนื้อคู่บุญแก้เคล็ด’ ให้กับ ‘วิษณุ’ ซีอีโอหนุ่มหน้าหล่อแต่ปากร้ายยิ่งกว่ากรรไกร!
เขาตั้งป้อมรังเกียจเธอตั้งแต่แรกเห็น สารพัดความเผด็จการถูกงัดมาใช้เพื่อบีบให้ยัยเนื้อคู่กำมะลอทนไม่ไหวแล้วลาออกไปเอง
แต่ฝันไปเถอะ! นางเอกยุคใหม่อย่างหนูอีฟมีหรือจะยอมก้มหัวให้โดนโขกสับฟรีๆ ด่ามาด่ากลับ ไม่โกง! ยิ่งเจ้านายปากหมาใส่ เธอก็ยิ่งงัดความฉลาดและความกวนขั้นสุดไปปั่นประสาทให้เขาสติหลุด
จากที่สาดสงครามประสาทใส่กันทุกห้านาที... ไปๆ มาๆ ทำไมอีตาบอสมาเฟียจอมเผด็จการถึงเริ่มออกอาการ ‘หวงก้าง’ ขั้นสุดซะงั้น!?
ยิ่งเมื่อปานชีวาบังเอิญไปรู้ความลับระดับสิบกะโหลกว่า ‘นางฟ้า’ แสนดีในใจของบอส แท้จริงแล้วกำลังสวมเขาให้เขายาวเฟื้อยข้ามทวีป...
งานนี้แม่วัวพยศจะใช้ความแซ่บขยี้สิงโตหนุ่มให้ตบะแตกคาห้องทำงานยังไง?
เตรียมพบกับสมรภูมิรักที่เดิมพันด้วยศักดิ์ศรี ความฟิน และความแซ่บซี๊ดถึงใจ! มาพิสูจน์ความตัวตึงของหนูอีฟกันค่ะ รับรองว่าสะใจทุกบรรทัด
บท 1
กลิ่นดอกมะลิและดอกดาวเรืองที่ตลบอบอวลอยู่ในร้าน ‘ธิชา มาลัยศิลป์’ ไม่ได้ช่วยให้จิตใจของฉันสงบลงได้เลยสักนิด
ฉันกำโทรศัพท์มือถือในมือแน่น นัยน์ตาสั่นพร่าขณะจ้องมองข้อความที่เพิ่งเด้งขึ้นมาบนหน้าจอเมื่อห้านาทีก่อน... มันเป็นข้อความจาก ‘เสี่ยกริช’ เจ้าหนี้นอกระบบรายใหญ่แห่งปากช่อง ที่ส่งรูปถ่ายหน้าบ้านสวนของครอบครัวฉันมาให้ พร้อมกับประโยคข่มขู่ที่ทำให้ฉันแทบจะหยุดหายใจ
[‘ถ้าสิ้นเดือนนี้ไม่มีเงินก้อนห้าแสนมาโปะหนี้ที่พ่อแม่หนูค้ำประกันไว้ เตรียมตัวเก็บกระเป๋ามาเป็นคุณนายบ้านเสี่ยได้เลยนะจ๊ะหนูอีฟ... หรือจะยอมเห็นพ่อแม่โดนยึดบ้านจนไม่มีที่ซุกหัวนอน ก็เลือกเอา’]
ฉันกัดริมฝีปากตัวเองจนห้อเลือด ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาในอก พ่อของฉันเป็นคนซื่อ ท่านหลงเชื่อใจญาติสนิทจนยอมเซ็นค้ำประกันเงินกู้ให้ สุดท้ายญาติคนนั้นก็เชิดเงินหนี ทิ้งหนี้ก้อนโตพร้อมดอกเบี้ยมหาโหดร้อยละยี่สิบต่อเดือนไว้ให้ครอบครัวเราต้องเผชิญชะตากรรม
ปลายนิ้วที่สั่นเทาของฉันเลื่อนปิดแชตนั้น แล้วกดเข้าไปดูรูปถ่ายครอบครัวในอัลบั้ม... ภาพเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่ยืนยิ้มกว้างอยู่ตรงกลางระหว่างพ่อกับแม่ เป็นเพียงภาพเดียวในชีวิตที่ฉันรู้สึกว่าตัวเอง ถูกรัก
ฉันกัดฟันสู้ชีวิต ปากกัดตีนถีบ ส่งเงินทุกบาททุกสตางค์กลับบ้านเพื่อแก้ปัญหาที่ตัวเองไม่ได้ก่อ หวังเพียงแค่สักวัน... จะได้รับสายจากพ่อแม่ที่โทรมาถามว่า ‘กินข้าวหรือยัง’ หรือ ‘เหนื่อยไหมลูก’ ฉันหวังเพียงแค่พวกท่านจะหันมามองและภูมิใจในตัวฉันบ้าง แต่ไม่เคยเลย... สิ่งเดียวที่ถูกส่งมาถึงฉันเสมอ คือตัวเลขหนี้สินและภาระที่ทิ้งให้ฉันต้องดิ้นรนเพียงลำพัง
หยาดน้ำตาร้อนผ่าวหยดแหมะลงบนหน้าจอโทรศัพท์ ฉันมองรูปนั้นด้วยสายตาสิ้นหวัง ปล่อยให้ตัวเองอ่อนแอและสะอื้นไห้อย่างไร้เสียง... เพียงแค่ครู่เดียว ฉันก็ยกหลังมือขึ้นปาดน้ำตาทิ้งอย่างลวกๆ แล้วสะบัดหน้าหนีความเจ็บปวดนั้นราวกับรังเกียจมัน
จะมัวมาร้องไห้เรียกร้องความรักที่ไม่มีอยู่จริงไม่ได้ ฉันต้องรอด
“ยัยอีฟ... เป็นอะไรไป หน้าซีดเชียว”
ธิชา เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของฉันที่กำลังนั่งร้อยมาลัยอยู่เงยหน้าขึ้นมาถามด้วยความเป็นห่วง ฉันรีบสูดลมหายใจเข้าลึก กดล็อกหน้าจอโทรศัพท์ ซ่อนความเปราะบางเหวอะหวะทั้งหมดเอาไว้ภายใต้รอยยิ้มมั่นใจและท่าทีที่ไม่เคยแคร์โลกเหมือนที่ทำทุกครั้ง
“เปล่าหรอก... แค่ตื่นเต้นนิดหน่อยน่ะ วันนี้ฉันมีสัมภาษณ์งานที่ วี เอนเนอร์จี กรุ๊ป นะเว้ย บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับประเทศเลยนะ”
ฉันพยายามปรับเสียงให้ร่าเริง ลุกขึ้นปัดกระโปรงทรงเอสีเบจที่จับคู่กับเสื้อเชิ้ตคัตติ้งเนี้ยบ
“ระดับปานชีวา เกียรตินิยมอันดับหนึ่งสาขาการตลาดพ่วงดีกรีเหรียญทอง แกต้องได้งานนี้แน่นอน สู้ๆ นะเว้ย!”
ธิชาชูสองนิ้วให้กำลังใจ
“อืม... ฉันต้องได้”
ฉันพึมพำกับตัวเอง แววตาเด็ดเดี่ยวขึ้น
“เพราะนี่คือทางรอดเดียวของชีวิตฉัน”
. สองชั่วโมงต่อมา ...
ฉันนั่งหลังตรงแหน่วอยู่บนเก้าอี้หนังบุนวมภายในห้องสัมภาษณ์ของบริษัท วี เอนเนอร์จี กรุ๊ป บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานที่ใครๆ ก็อยากเข้ามาร่วมงาน ฝั่งตรงข้ามของฉันคือ ‘คุณสมศรี’ หัวหน้าฝ่ายทรัพยากรบุคคล
แต่สิ่งที่ทำให้ฉันเริ่มรู้สึกทะแม่งๆ ก็คือ... ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในห้องนี้ เธอยังไม่แม้แต่จะเปิดดูพอร์ตโฟลิโอแผนการตลาดที่ฉันอดนอนทำมาทั้งสัปดาห์เลยด้วยซ้ำ เธอเอาแต่จ้องหน้าฉัน สลับกับมองหน้าจอแท็บเล็ตที่กำลังวิดีโอคอลกับใครบางคนอยู่
“เอ่อ... ขออนุญาตนะคะ พอดีเคสของคุณปานชีวา ค่อนข้างจะ พิเศษ นิดหน่อยค่ะ”
คุณสมศรียิ้มแหยๆ ก่อนจะหันหน้าจอแท็บเล็ตมาทางฉัน
บนหน้าจอปรากฏภาพของชายชราท่าทางภูมิฐาน นัยน์ตาแหลมคมดุจพญาเหยี่ยว เขากำลังนั่งจิบชาและก้มมองแผ่นกระดาษยันต์สีแดงในมือสลับกับมองหน้าฉันผ่านกล้อง... เขาคือ ‘เจ้าสัวธนกร’ ประธานใหญ่ผู้ก่อตั้งบริษัทแห่งนี้
(“อืม... หน้าผากอิ่มเอิบ แววตาสุกใสมีพลังแต่แฝงความใจเย็น โหงวเฮ้งดีมาก!”)
เสียงแหบพร่าแต่ทรงอำนาจดังลอดลำโพงออกมา (“ยิ่งวันเดือนปีเกิดเวลาตกฟากที่ซินแสให้มา... ดวงชะตาเป็นธาตุน้ำหล่อเลี้ยง ส่งเสริมธาตุไฟของตาวิษณุมันแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ เกิดมาเพื่อเป็น คู่บุญ ดับไฟในใจลูกชายฉันชัดๆ!”)
ฉันเบิกตากว้าง อ้าปากค้างจนแทบจะหุบไม่ลงคู่บุญ? ธาตุน้ำ? นี่ฉันมาสัมภาษณ์งานตำแหน่งนักการตลาด หรือมาดูดวงหาคู่สมพงษ์ให้ลูกชายเจ้าสัวกันแน่วะเนี่ย!
(“รับเด็กคนนี้เข้าทำงานเดี๋ยวนี้คุณสมศรี! จัดให้อยู่ในตำแหน่ง ‘ผู้ช่วยส่วนตัว’ ของตาวิษณุ ให้เงินเดือนสตาร์ทเจ็ดหมื่น! รีบเอามาช่วยแก้เคล็ดปัดเป่าความซวยด่วนเลย เพราะยัยคู่หมั้นน่ะดวงกาลกิณี ขัดโชคขัดลาภ ทำเอาลูกชายฉันเกือบรถคว่ำดวงตกมาหลายรอบแล้ว! และถ้าหนูอีฟช่วยปรับนิสัยเกรี้ยวกราดของมัน หรือจับมันทำผัวได้ ฉันมีเงินขวัญถุงให้อีกสิบล้าน!”)
“เดี๋ยวสิคะท่าน!”
ฉันลุกพรวดขึ้นทันที ความอดทนขาดผึง
“หนูมาสมัครงานเพราะความสามารถ ไม่ได้มาเป็นเครื่องรางแก้เคล็ด หรือรับจ้างแต่งงานนะคะ ถ้าท่านไม่พิจารณาจากผลงาน หนูขอสละสิทธิ์ค่ะ”
ฉันหอบพอร์ตโฟลิโอแนบอก เตรียมจะหันหลังเดินออกจากห้องแห่งนี้ ทว่าคุณสมศรีกลับถลากระโดดข้ามโต๊ะมาคว้าแขนฉันไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก แววตาของเธอแทบจะร้องไห้ออกมาเป็นสายเลือด
“เดี๋ยวสิหนูอีฟ! ใจเย็นๆ ก่อนลูก! ฟังพี่ก่อน!”
เธอละล่ำละลัก อ้อนวอนเสียงสั่น
“หนูมาทำงานเป็นผู้ช่วยบอสวิษณุจริงๆ จ้ะ ใช้สมองและความสามารถของหนูนี่แหละ ส่วนเรื่องดวง ถือว่าเป็นความสบายใจของเจ้าสัวท่าน... พี่ขอร้องล่ะลูก พี่หาคนมาทำงานกับบอสวิษณุไม่ได้เลย ใครมาก็อยู่ไม่ถึงเดือน โดนบอสอาละวาดไล่ออกหมด!”
คุณสมศรีกระซิบเสียงเบาลง แววตาจริงจัง
“ถ้าหนูรับงานนี้... ต่อให้หนูทนบอสไม่ไหว หรือบอสแกล้งประเมินไม่ผ่านโปร ทางบริษัทมีเงื่อนไขพิเศษ จ่าย ค่าตกใจ ให้หนูทันทีหนึ่งแสนห้าหมื่นบาท ขอแค่หนูอดทนทำงานให้ครบสามเดือน อย่าชิงลาออกไปเองก็พอ ช่วยพี่เถอะนะ ถือว่าช่วยต่อลมหายใจให้พี่!”
ฝีเท้าของฉันหยุดชะงักราวกับถูกตอกตะปูตรึงไว้กับพื้น สมองที่เคยประมวลผลกลยุทธ์การตลาด เริ่มคำนวณตัวเลขในหัวอย่างรวดเร็ว...
เงินเดือนเจ็ดหมื่น คูณสามเดือน เป็นสองแสนหนึ่งหมื่น... บวกกับค่าตกใจอีกแสนห้า... รวมเป็นสามแสนหกหมื่นบาท
ยอดหนี้ห้าแสนของเสี่ยกริชจะถูกปลดเปลื้องไปเกินครึ่งภายในเวลาแค่สามเดือน และที่สำคัญ... ฉันจะได้รอดพ้นจากการถูกจับไปทำเมียน้อยขัดดอก
ฉันสูดลมหายใจเข้าลึก หลับตาลงชั่ววินาที ก่อนจะลืมตาขึ้นด้วยความเด็ดเดี่ยว... ในเมื่อโชคชะตามันบีบคั้น ฉันก็ต้องใช้ความสามารถและดวง ที่เจ้าสัวยัดเยียดให้นี่แหละ เป็นอาวุธในการเอาตัวรอด
“ตกลงค่ะ...”
ฉันหันกลับไปเผชิญหน้ากับคุณสมศรี
“หนูจะเซ็นสัญญา แต่ระบุเงื่อนไขเงินชดเชยแสนห้านั่นให้ชัดเจนด้วยนะคะ”
บทล่าสุด
#99 บทที่ 99 บทพิเศษ : คนสวยของพ่อ
อัปเดตล่าสุด: 6/29/2026#98 บทที่ 98 บทพิเศษ:หัวใจที่เสียอาการ
อัปเดตล่าสุด: 6/29/2026#97 บทที่ 97 พันธะร้าย... กลายเป็นรักนิรันดร์
อัปเดตล่าสุด: 6/29/2026#96 บทที่ 96 คำสัญญาของเขยหมื่นล้าน
อัปเดตล่าสุด: 6/29/2026#95 บทที่ 95 คำอธิษฐานใต้แสงจันทร์
อัปเดตล่าสุด: 6/29/2026#94 บทที่ 94 สงกรานต์ของไอ้โบ้ขี้หวง
อัปเดตล่าสุด: 6/29/2026#93 บทที่ 93 วิกฤตการณ์พิสูจน์รัก
อัปเดตล่าสุด: 6/29/2026#92 บทที่ 92 ไอ้โบ้ตามจีบเมีย
อัปเดตล่าสุด: 6/29/2026#91 บทที่ 91 ประกาศิตสิงโต
อัปเดตล่าสุด: 6/29/2026#90 บทที่ 90 นายจ้างหน้าเลือด
อัปเดตล่าสุด: 6/29/2026
คุณอาจชอบ 😍
เศษหัวใจซาตาน
เจ้าพ่อมาเฟีย
พันธะร้ายนายสถาปัตย์
!! หมับ !!
“หึ...เดี๋ยวนี้หัดเที่ยวนิหว่า”
“ทำไม หรือพี่ไทม์ที่พี่ตาม ตามฉันมานี้ เปลี่ยนใจ คิดจะสนใจฉัน” คนตัวเล็กไม่พูดเปล่า ปลายฝันที่ถูกฤทธิ์แอลกอฮอล์เขาครอบงำ เผยรอยยิ้มเย้ยยันให้กับคนตัวสูง แต่นั้นคำพูดของเธอกับทำให้เขาหงุดหงิดที่เธอนั้นท้าทายเขา
“สน ไม่สนมันจะมีประโยชน์อะไรในเมื่อ เธอเป็นเมียฉันแล้ว” น้ำเสียงรอดไรฟันเอ่ยกับคนตัวเล็ก แต่นั้นปลายฝันกับไม่คิดสนใจคำพูดร้ายการที่แดกดันเธอ ไหนๆ พี่ไทม์ก็ทักทายฉันแล้ว ทักทายสามีหน่อยเป็นไง ปลายฝันถือวิสวะ โอบแขนเข้าต้นคอคนตัวสูง
“ เดี๋ยวนี้พี่ไทม์เปลี่ยนใจ เห็นฉันเป็นเมียพี่ไทม์ แล้วเหรอคะ พูดอีกสิคะ พูดดังๆ ให้คนสวยของพี่ได้ยินไปเลยสิคะ” คนตัวเล็กไม่พูดเปล่า แต่กับแกล้งซุกใบหน้าสวยหวานหน้าเข้าหาแกล้งยั่วโมโห นั้นยิ่งพลานทำให้ไทม์หงุดหงิดที่ถูกเด็กดื้ออย่างปลายฝันลวนลามตน ยัยเด็กแสบ กล้าดียังไงยั่วโมโหเขา ยังๆ ไม่รู้ตัว
“ปลายฝัน...”
“ที่พี่ไทม์ เห็นฉันเป็นเมียพี่นี่ คืนนี้คุณคนสวย คนนั้นลีลาไม่เด็ดเท่าฉันละสิ ” ปลายฝันยิ้มเย้นยัยให้กับคนนิสัยไม่ดี เจอหน้าก็หาเรื่องเลย ไหนๆ ก็เข้ามาทักทายแล้ว เอาหน่อยละกัน
“ทำไมจะไม่เด็ดละ เด็กๆ ที่ฉันเลี้ยงดู ทั้งสวย และเด็ดกว่าเธอหลายร้อยเท่า ดูจากขนาดไซส์ ขนาดหน้าอก...”-
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
รักร้อน ซ่อนเกียร์ร้าย
เดือนมหาวิทยาลัย 4 ปี ซ้อนอย่าง "เซย์จิ" หล่อ รวย เด็กท็อปคณะวิศวะ เจ้าชู้ เอาแต่ใจตัวเอง ไม่สนใจใคร ไม่คบกับใครจริงจัง เปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่น
แต่ใครจะรู้ว่า เขาจะแพ้ทาง แม่เด็กเนิร์ดที่ทั้งเฉิ่มและดูจืดชืดต่างกับชื่อของเธออย่าง...
"มะนาว" สาวน้อยนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ปี 2 เธอ... เป็นลูกสาวแม่บ้าน ในบ้านของเขา
คืนเดียวที่เปลี่ยนชีวิตเขาและเธอไปตลอดกาล....
"ช่วยด้วย ยัยบ้านั่น! เมียน้อยพ่อฉัน..."
เขาถูกเมียน้อย หรือแม่เลี้ยงคนล่าสุดของพ่อ วางยา!
พอหนีมาได้ ก็เจอเธอที่เอาของขึ้นมาเก็บ หลังจากคืนเร่าร้อนผ่านไป ชีวิตของมะนาวก้ไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลย
เธอยิ่งหนี ไม่อยากถลำลึก แต่เขากลับไม่ยอมปล่อย และตามติดเธอไปทุกที่
โดยขอแม่เธอว่า "ผมต้องการแม่บ้านที่คอนโด"
สุดท้ายมะนาวก็ต้องทำหน้าที่แม่บ้าน และบริการเขาทั้งวัน.... ทั้งคืน แต่ทว่า....
ทุกอย่างมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น เพราะผู้หญิงรอบตัวเขา ที่คอยมาวุ่นวายกับเธอ
และเธอเองก็มีคนอื่น ที่เข้ามาจีบอยุ่ไม่น้อย
ทำให้เซย์จิ ปลุกซาตานในตัวขึ้นมา และตามหึงหวงเธอไปทุกที่
ทำเอามหาวิทยาลัยแทบลุกเป็นไฟ!!
"ถ้ากล้าคุยกับมันต่อหน้าฉันอีก ระวังเธอจะตาคาเตียงนะมะนาว!!"
ฝากติดตามความหึงหวงของไอ้โบ้ตัวใหม่ ที่ปากร้าย "ขึ้นอย่างหงส์ ลงอย่างเอ๋ง..." ด้วยนะคะ
ความรักที่หายไป
เขายังพาผู้หญิงที่ฉันเกลียดมาอยู่ต่อหน้าฉันแล้วพูดว่า "ลินทร์พิตาตั้งท้องแล้ว"
ทุกคนรู้ว่าฉันรักวรธันย์หมดหัวใจ เพื่อเขา ฉันยอมเสียสละทุกอย่างที่มี แม้กระทั่งทำให้ปลายนิ้วที่ใช้เล่นเปียโนของฉันบาดเจ็บอย่างถาวรเพื่อช่วยชีวิตเขา...
พวกเขาทุกคนหัวเราะเยาะฉัน แต่ฉันก็เซ็นเอกสารหย่าอย่างเด็ดเดี่ยวและจากไปตลอดกาล













