บทที่ 11 ตอนที่ 11

พ่อเลี้ยงราเชนทร์รำพึงเบาๆ ยกแก้วเหล้าขึ้นกระดกดื่มทั้งที่สายตายังไม่ละจากเรือนร่างรัดรึงของแรมจันทร์ที่ยืนตากแสงไฟอยู่บนเวที

“ช่วยไปบอกให้หน่อยว่ามีคนอยากรู้จัก”

พ่อเลี้ยงกระซิบกับเด็กเสริฟ เป็นที่รู้กันว่าเขาทำแบบนี้บ่อยๆ กับนักร้องที่ถูกใจ

ใครจะเชื่อว่าเพียงแค่คืนแรก พวงมาลัยก็ล้นคอของนักร้องสาวคนใหม่ของร้านอาหาร ทำเอาแรมจันทร์ยิ้มหน้าบานเป็นจานเชิง ด้วยรู้สึกตื่นเต้น ดีใจ มีความสุขกับงานใหม่ที่มาพร้อมกับประสบการณ์แปลกใหม่ที่เธอไม่นึกฝัน

หญิงสาวตาวาวกับมาลัยติดแบงค์จากลูกค้า นับรวมๆ กันแล้วได้มากกว่าเงินทำโอทีทั้งเดือนของเธอเสียอีก  

ภายหลังจากเสียงหวานของแรมจันทร์ที่กำลังขับกล่อมบรรดาผีเสื้อราตรีภายในร้านเริ่มแผ่วลง เสียงปรบมือก็ดังเกรียวกราวขึ้นมาแทนที่

“ขอบคุณค่ะ… ”

หญิงสาวยกมือไหว้นอบน้อม เสียบไมโครโฟนคืนไว้ที่ขาตั้ง ก้าวเนิบช้าลงมาจากเวที

“พี่จันทร์… หมดคิวร้องเพลงหรือยัง”

“มีอะไรหรือจิ๋ม”

แรมจันทร์ทำหน้าฉงน

“ผู้ชายโต๊ะนั้นเชิญพี่ไปนั่งดื่มค่ะ”

“พี่ไม่สะดวก… ”

แรมจันทร์ปฏิเสธทันที ทั้งที่ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร

“น่าพี่… คนนี้ลูกค้าประจำของร้าน เป็นพ่อเลี้ยงเมืองเหนือ เจ้าของไร่ส้มเชียวนะ หล่อสุดๆ แล้วก็ยังรวยมากๆ… ”

เด็กเสริฟชาวพม่าเชียร์อย่างออกนอกหน้า

คำว่า ‘รวยมากๆ’ สะกิดใจของแรมจันทร์อย่างแรง หญิงสาวฉุกคิดขึ้นได้ว่าระดับพ่อเลี้ยงไร่ส้มมาให้ความสนใจในตัวเธอ ถ้าจะปฏิเสธเขาก็กระไรอยู่

“โต๊ะไหนหรือจิ๋ม… ”

ถามพลางกวาดสายตาไปยังบรรดาลูกค้าของร้าน เป็นธรรมดาของคืนวันศุกร์ซึ่งแทบจะไม่มีโต๊ะว่างหลงเหลือ หลายรายต้องโทรมาจองโต๊ะเอาไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ตอนหัวค่ำ

“นั่นไง… ใกล้ๆ เสา เสื้อเชิ้ตลายๆ มีหนวด หล่อๆ คนนั้นแหละ”

แรมจันทร์มองไปตามที่จิ๋มบอก สายตาปะทะเข้ากับชายวัยกลางคน ใบหน้าหล่อเหลาเหมือนพระเอกหนังคาวบอย ที่สะดุดตาคงเป็นแผงหนวดดกหนาเหนือริมฝีปาก ราเชนทร์เป็นผู้ชายตัวใหญ่มาก เขาส่งยิ้มหวานทักทายมาแต่ไกล เมื่อเหลือบมาเห็นว่าแรมจันทร์กำลังจ้องมองมาที่เขา

“สวัสดีครับ… เชิญนั่งสิครับ”

ราเชนทร์เอ่ยทักทาย สุ้มเสียงของเขาหล่อเหลาไม่ต่างจากหน้าตา แม้อายุจะไม่ใช่น้อยๆ แต่ยังดูสมาร์ทเหลือเกิน ทำให้

แรมจันทร์ทรุดร่างลงนั่งอย่างว่าง่าย ราวกับถูกมนต์สะกด

“ค่ะ… สวัสดีค่ะพ่อเลี้ยง”

หญิงสาวยกมือไหว้อ่อนช้อย ท่าทางเขาแก่กว่าเธอหลายปี ราเชนทร์รู้สึกแปลกใจเล็กน้อยๆ ที่เห็นว่าเธอรู้จักเขา เรียกเขาว่า ‘พ่อเลี้ยง’ ทั้งที่แรมจันทร์เพิ่งมาทำงานเป็นวันแรก

“รู้จักผมด้วยหรือครับ”

ถามยิ้มๆ ทั้งที่ก็รู้อยู่แก่ใจว่าพ่อหม้ายเนื้อหอมอย่างเขา กำลังเป็นที่หมายปองของบรรดาสาวน้อยสาวใหญ่ รวมทั้งสาวแก่แม่หม้ายที่พากันมารุมล้อม ทอดสะพานยาวเหยียด รอให้เขาข้าม ทว่าที่ผ่านๆ มาก็ยังไม่เห็นราเชนทร์คิดจะจริงจังกับใครเสียที เขายังทำตัวเป็นพ่อพวงมาลัย ลอยมาลอยไป หว่านเสน่ห์ให้สาวแก่แม่หม้ายน้ำลายไหลอย่างที่เห็น

“รู้สิคะ… ใครบ้างจะไม่รู้จักเจ้าของไร่ส้มผู้กว้างขวางอย่างพ่อเลี้ยงราเชนทร์” เธอชมอย่างมีจริต

“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ… ชมแบบนี้ผมเขินแย่ ความจริงก็แค่ชาวสวนธรรมดา จะว่าไปแล้วก็กรรมกรไร่ส้มดีๆ นี่เอง”

เขาเอ่ยออกมาอย่างถ่อมตัว หัวเราะเบาๆ ในลำคอแล้ว เลื่อนแก้วเหล้ามาตรงหน้าหญิงสาวเป็นเชิงเชื้อเชิญให้ดื่ม

“ขอบคุณค่ะ”

แรมจันทร์ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม ประสานสายตากับพ่อเลี้ยงที่จ้องใบหน้าเธอจนตาไม่กระพริบ

“สำหรับมิตรภาพครับ”

สายตาของราเชนทร์แทบไม่ละจากใบหน้าสะสวยของเธอ แรมจันทร์เป็นผู้หญิงที่สีเสน่ห์ ทั้งสะโพก อก เอว ของเธอสะดุดเข้ากับสายตาของหนุ่มใหญ่อย่างจัง

ความอวบอัดของเรือนกาย ทำให้เขาเผลอกวาดสายตาสำรวจลงมาตามลาดไหล่สล้างด้วยความลืมตัว ราวกับว่าแรมจันทร์ได้ร่ายมนต์สะกดจนเขาไม่อาจถอนสายตาจากเรือนร่างของเธอสักวินาที

‘โอว… ขาวอะไรอย่างนี้’

ราเชนทร์รำพึงรำพันอยู่ในใจ ตาวาวกับผิวพรรณขาวผ่อง สะอ้านสะอาด ยิ่งมองใกล้ๆ ยิ่งเห็นชัดในความหมดจดเกลี้ยงเกลา ปราศจากไฝฝ้าราคี

แรมจันทร์รู้สึกอาย เมื่อสายตาซุกซนของราเชนทร์จับจ้องจนค้างอยู่ที่ทรวงอกอวบใหญ่ของเธอ จนหญิงสาวนึกอยากจะถามว่า ‘ตอนเด็กๆ คุณแม่เลี้ยงมาด้วยนมกระป๋องหรือคะ? พอเห็นทรวงอกผู้หญิงถึงกับจ้องตาไม่กระพริบแบบนี้’

“ผมไม่เคยเจอใครสวยเหมือนคุณ”

‘เสียงดังเอื๊อก’ เล็ดลอดออกมาจากลำคอของพ่อเลี้ยง เขาชมพลางแอบกลืนน้ำลายให้กับนวลเนื้อขาวลออน่าจูบฟัด เบียดอัดกันแน่นอยู่ในชุดเกาะอกสีดำ ปทุมคู่นั้นใหญ่โตเสียจนล้นหลามออกมาจากกระเปาะสีเงินประดับด้วยเลื่อมคล้ายเกล็ดปลา โอบอุ้มเต้าทรวงเอาไว้แทบไม่หมด

“ขอโทษด้วยนะคะ… ชุดมันรัดไปหน่อย พอดีจันทร์เพิ่งมาทำงานคืนแรก เจ๊หยกเจ้าของร้านหาชุดให้ไม่ทัน เลยต้องใช้ชุดของคนเก่า เลยคับแน่นอย่างที่เห็นนี่แหละค่ะ”

บอกพลางขยับชุดอายๆ ขยับห่างออกมานิด ก่อนที่ทรวงอกอวบใหญ่จะพุ่งออกไปกระแทกหน้าพ่อเลี้ยง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป