บทนำ
หญิงสาวเร่งเร้าอย่างมีอารมณ์ ทั้งเสียวซ่านทรมาน ทั้งอารมณ์เสียและโกรธที่เขารั้งรออยู่ได้ มั่วแต่ล้อเล่นกับความรู้สึกของเธอด้วยการทรมานจนร่องเนื้อสาวแฉะฉ่ำ
“แม่เจ้าโว้ย… ”
สมโชคก้มมองพูเนื้อซึ่งล้นเลยออกมาถึงทางด้านหลัง แน่นนูนอยู่ระหว่างง่ามขาเหมือนเอาหลังเต่าตัวใหญ่ๆ ไปหนีบเอาไว้
“ของเอ็งโหนกนูนดีเหลือเกิน”
สมโชคชมพลางก้มลงสูดไซ้กลิ่นคาวสวาทที่กรุ่นออกมาจากกลีบเนื้อสาว สีแดงสวยราวกับสีเนื้อของปลาแซลมอนที่ลอยร่อนอยู่ตรงหน้า ถึงกับทำให้สมโชคตาถลน ขาอ่อน แต่อาวุธประจำกายแข็งปั๋ง ทรุดกายลงคุกเข่าแล้วฝังใบหน้าลงไปจูบฟัดแรงๆ
“อื๊ยยย… ”
ดาวเรืองขนลุกไปหมด รีบอัดกระแทกกลีบเนื้อเข้ากับใบหน้าของพี่เขยเป็นจังหวะ สมโชคเงยหน้าขึ้นปาดลิ้นแพล่บๆ เลียกินความสาวของดาวเรืองอย่างลุ่มหลง
“อูยยย… ไม่ไหวแล้ว ใส่เสียทีเถอะ”
ดาวเรืองเร่งเร้าเสียงกระเส่า ขณะขมิบแขม่วกลีบเนื้อสาวเข้ากับปลายลิ้นของสมโชคที่ตั้งเป็นลำ ชำแรกเข้ามาตามรอยแยกฉ่ำเยิ้ม เรียกร้องหาการรุกรานจากแก่นกายของผู้ชายซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสามีของพี่สาว
บท 1
พิศวาสรักต่างวัย
(นวนิยายสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น)
ผู้เขียน : สุดสวาท
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ พ.ศ.2537
ไม่อนุญาตให้สแกนหนังสือหรือคัดลอกเนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของหนังสือเท่านั้น
นิยายเรื่องนี้ประกอบด้วย พิศวาสรักต่างวัย และพิศวาสไม่ปรารถนา
พิศวาสรักต่างวัย
แรมจันทร์กำลังจะออกเดินทาง เชียงใหม่คือจุดหมายปลายทางของเธอ ทั้งที่ยังไม่แน่ใจว่าจะไปทำอะไรที่นั่น ญาติพี่น้องก็ไม่มี แต่ที่ตัดสินใจเลือกไปเชียงใหม่ก็เพราะว่าระยะทางเจ็ดร้อยกิโลเมตรกว่าๆ จากกรุงเทพฯ ถึงเชียงใหม่… น่าจะไกลเพียงพอให้เธอลืมชีวิตเน่าๆ ลืมเหตุการณ์บัดซบที่กรุงเทพฯ
“ไปหมอชิต”
ใบหน้าสะสวย ทว่าซีดเศร้า ชะโงกบอกโชเฟอร์แท็กซี่ที่ขับผ่านมาจอดเทียบฟุตบาทที่เธอกำลังยืนอยู่ในอาการเหม่อลอย จากนั้นร่างรัดรึงก็เข้าไปทรุดลงนั่งยังเบาะด้านหลัง
แท็กซี่สีเขียวเหลืองเคลื่อนตัวออกไปสู่ประกายแสงแดดยามเช้า เนื่องจากในตอนนั้นยังเป็นเวลาเช้าตรู่อยู่มาก รถราบนถนนจึงยังไม่หนาแน่นนัก
หญิงสาวหยิบกระจกเล็กๆ ขึ้นมาส่องดูใบหน้าของตัวเอง เห็นได้ชัดว่าหน้าตาเธอยังดูหมองหม่น ริ้วรอยเศร้ายังตกค้างอยู่บนใบหน้า แวววิตกกังวลยังปรากฏอยู่ในดวงตา ขอบตาแดงช้ำเพราะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก
ปกติแรมจันทร์เป็นคนแจ่มใสร่าเริง หากแต่เรื่องเศร้าที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ กระทบกระเทือนจิตใจของเธออย่างรุนแรง ด้วยไม่คิดว่าคนใกล้ตัวจะทรยศต่อความไว้วางใจของเธออย่างเลือดเย็นที่สุด
หญิงพยายามสลัดเรื่องราวรบกวนจิตใจออกไปจากความคิด หยิบตลับแป้งพัฟออกมาแตะซับความมันบนใบหน้า ตอนนั้นหน้าตาจึงสดใสขึ้นมาบ้าง
“จะไปเที่ยวไหนหรือครับ”
คนขับแท็กซี่ชวนคุย เหลือบมองเธอจากกระจกมองหลัง
“ไปเชียงใหม่ค่ะ”
แรมจันทร์ตอบเบาๆ ความจริงเธอไม่ได้ตั้งใจจะไปเที่ยว ตอนนั้นภายในใจคิดเพียงแต่ว่าอยากจะหนีไปให้ไกลๆ พ้นไปจากชีวิตเดิมๆ เสียที ออกไปเสี่ยงโชคชะตาดูบ้าง เธออยากเริ่มต้นใหม่ อยากมีชีวิตใหม่ แม้รู้ว่าอนาคตข้างหน้านั้นยังดูเลือนราง หาความแน่นอนไม่ได้ แต่ที่ตัดสินใจออกมาอย่างเด็ดเดี่ยว ก็เพราะคิดว่าคงไม่มีอะไรย่ำแย่ไปกว่าชีวิตที่กำลังเผชิญอยู่ในทุกวันนี้ วันๆ ก็ก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ในโรงงานเย็บผ้าจนไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวัน
แรมจันทร์นั่งดมกลิ่นเหม็นอับในรถเก่าๆ มาพักใหญ่ๆ แท็กซี่ก็พาเธอมาถึงสถานีขนส่งหมอชิต
หญิงสาวเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ เวลาจวนเจียนจะแปดโมงเช้า อีกไม่นานจะถึงเวลาออกเดินทาง
ขณะกำลังจะเดินตรงไปที่รถทัวร์สีฟ้าคาดขาว คันใหญ่ จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงท้องร้องแว่วมาเข้าหู เป็นสัญญาณเตือนให้รู้ว่าร่างกายกำลังต้องการอาหาร
ตอนนั้นเองที่ทำให้แรมจันทร์นึกขึ้นได้ว่านอกจากน้ำ ก็ยังไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เมื่อคืน เป็นเพราะว่าเอาแต่ร้องไห้เสียใจจนลืมความหิว
หญิงสาวตัดสินใจลากกระเป๋าเดินทางใบย่อม ตรงไปยังร้านเซเว่นอีเลฟเว่นที่แลเห็นอยู่ไม่ไกล ห่างออกไปจากจุดที่เธอยืนอยู่เพียงไม่กี่ก้าว เข้าไปซื้อไส้กรอกกับน้ำเปล่า แล้วเดินกลับมาขึ้นรถทัวร์ที่กำลังติดเครื่องรออยู่ที่ชานชลา
เสียงจากลำโพงภายในอาคารผู้โดยสารลอยมากระทบหู เจ้าหน้าที่ประกาศเตือนว่ารถทัวร์กำลังจะออกเดินทางในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
แรมจันทร์ลุกขึ้นจากเก้าอี้ ลากกระเป๋าเดินทางตรงไปยังรถทัวร์ที่ติดเครื่องจอดรออยู่ไม่ไกล พนักงานที่ยืนรออยู่ใกล้ๆ ประตูทางขึ้น ขอดูตั๋วในมือของเธอ จากนั้นก็ช่วยยกกระเป๋าเดินทางไปใส่เอาไว้ในช่องเก็บของที่อยู่ด้านข้างของตัวรถ
นาทีต่อมา…
หญิงสาวก้าวขึ้นมาบนรถ มองหาหมายเลขเบาะนั่งตามที่ปรากฏอยู่บนตั๋ว เจอแล้วก็ทรุดกายลงนั่งเงียบๆ เอนหลังพิงพนักเบาะด้วยความรู้สึกอ่อนล้า ไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศภายในรถทำให้เธอรู้สึกอยากหลับโดยไม่ต้องตื่นขึ้นมาอีก
ขณะกำลังรอให้ถึงเวลาเดินทาง จู่ๆ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าของหญิงสาวก็ดังขึ้น เธอกดรับแล้วยกขึ้นแนบหู นึกแล้วเชียวว่าเขาต้องโทรมา แต่เธอสัญญากับตัวเองแน่วแน่แล้วว่าจะไม่มีวันใจอ่อนเด็ดขาด หลังจากครุ่นคิดใคร่ครวญดีแล้ว ว่าถ้าขืนทนอยู่กับเขาต่อไป ก็เท่ากับว่าเธอยอมจำนนต่อโชคชะตา ยอมปล่อยให้ชีวิต ‘ลิขิต’ เธอ แต่นับจากนี้ต่อไป… เธอขอลิขิตชีวิตตัวเอง
“โทรมาทำไม… ”
น้ำเสียงกระด้างกรอกกลับไปสู่ต้นสายอย่างไม่ใยดี
“จะไปจริงๆ หรือจันทร์”
เขาถามเบาๆ
“จริง…”
เธอกระแทกเสียงกลับไปด้วยความโกรธ
“พี่ขอโทษ พี่สัญญาว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีก… กลับมาเถอะนะ เรากลับมาเป็นเหมือนเก่าได้ไหม”
สมโชคซึ่งสามีของแรมจันทร์วิงวอนเสียงอ่อน มีแต่หญิงสาวเท่านั้นที่รู้ดีว่าจากนี้ไปจะไม่มีอะไรกลับคืนมาได้เหมือนเก่าอีกแล้ว เหมือนแก้วที่มีรอยร้าว… สักวันก็คงแตกสลาย
“กลับมาเถอะนะ… พี่ขอโทษ”
เขาสำนึกผิดทั้งน้ำตา เธอจับความขมขื่นในเสียงนั้นได้ เขากำลังร้องไห้
แม้สมโชคจะยอมรับผิดอย่างลูกผู้ชาย ว่าเขาทำลงไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ความเหงาทำให้เขาขาดความยั้งคิด ว่าสิ่งที่ทำลงไปนั้นได้ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งก็คือภรรยาของตัวเองหัวใจแหลกสลายกับเรื่องที่ได้รู้
“ต่างคนต่างอยู่เถอะนะพี่โชค… ”
“แล้วจันทร์จะไปอยู่ยังไงคนเดียว”
บทล่าสุด
#144 บทที่ 144 ตอนที่ 144
อัปเดตล่าสุด: 1/25/2026#143 บทที่ 143 ตอนที่ 143
อัปเดตล่าสุด: 1/25/2026#142 บทที่ 142 ตอนที่ 142
อัปเดตล่าสุด: 1/25/2026#141 บทที่ 141 ตอนที่ 141
อัปเดตล่าสุด: 1/25/2026#140 บทที่ 140 ตอนที่ 140
อัปเดตล่าสุด: 1/25/2026#139 บทที่ 139 ตอนที่ 139
อัปเดตล่าสุด: 1/25/2026#138 บทที่ 138 ตอนที่ 138
อัปเดตล่าสุด: 1/25/2026#137 บทที่ 137 ตอนที่ 137
อัปเดตล่าสุด: 1/25/2026#136 บทที่ 136 ตอนที่ 136
อัปเดตล่าสุด: 1/25/2026#135 บทที่ 135 ตอนที่ 135
อัปเดตล่าสุด: 1/25/2026
คุณอาจชอบ 😍
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
ม่านหมอก
ร้ายคูณร้าย
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่สายสตรองพร้อมมิติห้างลับยุค80
ยากจน? อดอยาก? ญาติพี่น้องจอมปลิงรังแก?
หึ! ฝันไปเถอะ! เพราะเธอไม่ได้มาตัวเปล่า แต่พกมิติห้างสรรพสินค้าขนาดมหึมาข้ามเวลามาด้วย
ในเมื่อยุคนี้ข้าวยากหมากแพง เธอก็จะใช้ของวิเศษเปิดร้านอาหารที่อร่อยที่สุดโกยเงินเข้ากระเป๋า
ใครกล้ามารังแกครอบครัวเธอ แม่จะฟาดกลับให้ร้องขอชีวิตไม่ทัน
ส่วนสามีที่ใครๆ ก็หาว่าเป็นคนพิการไร้ค่า... ไหงตอนนี้ขากลับมาหายดี แถมยังกลายเป็นพ่อหมาป่าจอมคลั่งรัก ที่พร้อมจะคุกเข่าให้เธอทุกวันได้ล่ะเนี่ย?!
คำเตือน: นิยายเรื่องนี้พระเอกคลั่งรักเมียมาก และนางเอกฟาดศัตรูไม่เลี้ยง!
ลิขิตกาลบันดาลรัก
ก่อนจะเข้าไปดูสามีหมาดๆที่เพิ่งจะแต่งงานกันเมื่อวาน ก่อนที่เมิ่งจื่อบุตรสาวลุงใหญ่ของเขาจะผลักร่างเดิมตกน้ำจนเป็นไข้แล้วจากไป
อืมหล่อมาก เสียดายขี้โรคไปหน่อย เฮ้อเวรกรรม ก่อนจะเรียกคนที่หลับอยู่ให้ตื่น
"นี่เมิ่งหย่งชวน มาคุยกันหน่อยข้ามีเรื่องต้องคุยกับท่าน"
เมิ่งหย่งชวนตื่นนานแล้วตั้งแต่เห็นนางยืนเท้าเอวเป่าปอยผมตนเองทำท่าเหมือนลูกแมวน้อยขู่ฟ่อๆ ชี้ท้องฟ้าด่าสายลมอยู่หน้าบ้านก็อมยิ้ม ก่อนจะปรับสีหน้าจริงจัง
"อืม ภรรยาเจ้ามีเรื่องอันใดหรือ"
คำว่าภรรยาทำเอาหลิวเยี่ยนฟางถึงกับหน้าแดงจนถึงใบหู ก่อนจะปรับสีหน้า
"น้องสาวเจ้าอยากเก็บไว้ไหม ปิ่นปักผมนั่นของมารดาข้า นางหน้าด้านยื้อแย่งเจ้าตอบมาคำเดียวยังต้องการนางไหม"
เมิ่งหย่งชวนไม่เข้าใจที่นางพูดจึงส่ายหน้า แต่คนตัวเล็กเข้าใจผิดว่าเขาบอกว่าไม่ต้องการจึงพยักหน้าให้เขา เรียกหาน้องชายสามีหมาดๆทันที
"อืมดีมาก เมิ่งลู่เจินเจ้ามาดูพี่ชายเจ้าหน่อยเข้าจะไปทวงของๆข้าคืน"
พูดจบก็ตรงไปบ้านใหญ่ของสกุลเมิ่ง ไม่นานชาวบ้านในหมู่บ้านก็ได้ยินเสียงโหยหวนของคนบ้านเมิ่ง อีกทั้งเสียงข้าวของถูกทุบทำลาย ได้ยินเสียงเสิ่นเยี่ยนฟางตวาดและชี้หน้าคนบ้านเมิ่ง รอบตัวนางแผ่รัศมีอำมหิตใช่น้อยเลย
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
บ่วงรักจำเลยแค้นรุ่นพี่ไร้ใจ
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง













