บทที่ 7 ตอนที่ 7
“ไม่เอานะพี่จันทร์… ฉัน… ”
น้องสาวส่ายหน้าพรืด ครั้นแล้วหยาดน้ำตาก็ไหลออกมานองใบหน้า
“พี่โชคไม่ใช่คนนิสัยใจคอเลวร้าย มีข้อเสียก็เรื่องความจนนี่แหละ แต่ช่วงนี้เอ็งก็ยังต้องหางานทำ เอ็งต้องมีที่พัก ต้องมีคนดูแล เอ็งอยู่กับพี่โชคเถอะนะ… ยังไงก็ดีกว่ากลับไปอยู่บ้านนอก”
พูดจบแรมจันทร์ก็ยกหลังมือขึ้นปาดน้ำตา ยังไงสมโชคก็เป็นผู้ชายซึ่งครั้งนึงเธอเคยรัก แม้ว่าระยะเวลาสองปีที่ใช้ชีวิตร่วมกันมาก็นั้นยังไม่นานนัก แต่ก็นานพอให้รู้สึกผูกพัน เมื่อนึกถึงวันที่จะต้องแยกทางกันจริงๆ ก็อดน้ำตาไหลออกมาไม่ได้
“พี่พูดจริงหรือจ๊ะ… ฮือๆ”
ดาวเรืองยังคงกังขาในความเสียสละของแรมจันทร์ ถามแล้วก็ร้องไห้ บางทีความเสียใจอาจจะทำให้พี่สาวของเธอประชดประชันไปอย่างนั้นเอง ถ้าใจเย็นลงเมื่อไร แรมจันทร์อาจเปลี่ยนใจก็ได้
“พี่พูดจริง”
เสียงของแรมจันทร์หนักแน่น เด็ดเดี่ยวอย่างที่ดาวเรืองก็รู้จักดี เพราะเคยใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย สีหน้าจริงจังของพี่สาวช่วยยืนยันว่าการตัดสินใจครั้งนี้แรมจันทร์คงใคร่ครวญดีแล้ว
“แต่ฉัน… ”
มาถึงตอนนี้ หญิงสาวผู้มีความทะเยอทะยาน มีความใฝ่สูงอย่างดาวเรืองกลับออกอาการอ้ำอึ้งเสียเอง รู้สึกลังเลใจที่จะรับช่วง ‘สามี’ ต่อจากพี่สาว
สมโชคเป็นผู้ชายที่มีดีหลายๆ อย่างก็จริง แต่ดาวเรืองก็รู้ว่าตัวเองแอบตั้งความหวังในชีวิตเอาไว้สูงกว่านี้ ก่อนจะเดินทางเข้ามากรุงเทพฯ เธอนึกถึงแต่บ้านหลังโตๆ รถคันหรูๆ และผู้ชายรวยๆ ที่พร้อมจะเลี้ยงดูให้เธอสุขสบายไปทั้งชาติ แต่ถ้ามาร่วมชีวิตกับสมโชคที่ยังต้องหาเลี้ยงชีพด้วยการขับแท็กซี่อย่างที่เห็น... ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนกว่าชีวิตของเธอจะไปถึงจุดที่ฝันใฝ่เอาไว้
“แต่อะไร… ”
แรมจันทร์เสียงเข้มขึ้นมาทันที
“แล้วพี่โชครู้เรื่องนี้แล้วหรือยัง… เขาจะยอมง่ายๆ หรือจ๊ะ? หนูรู้ว่าพี่โชครักพี่จันทร์มากนะคะ”
“ถ้าพี่โชครักพี่จริงๆ… เขาคงไม่กล้าทำร้ายจิตใจพี่แบบนี้หรอก… ”
มีความขมขื่นเจืออยู่ในน้ำเสียงของแรมจันทร์อย่างเห็นได้ชัด คำพูดนั้นสะกิดใจดาวเรืองอย่างแรง เหมือนเข็มแหลมๆ ระดมทิ่มแทงหัวใจ ด้วยตัวเธอเองก็ทรยศต่อความไว้วางใจของพี่สาวเช่นกัน เรื่องนี้ไม่ต่างอะไรกับกินบนเรือนแล้วแอบขี้รดบนหลังคา
“เป็นอันว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้วนะ”
คนที่กำลังจะเสียสามีให้กับน้องสาวสรุปสั้นๆ
“จ้ะ… แต่ พี่จันทร์คิดว่าพี่โชคจะยอมหรือ?”
ดาวเรืองพยักหน้า ทั้งที่ยังสับสนใจ
แม้พอจะรู้ว่าสมโชคไม่ใช่ผู้ชายที่จะสามารถบันดลบันดาลความสุขในชีวิตให้กับเธอได้ในทุกๆ อย่างที่เธอพึงพอใจ แต่อย่างน้อยตอนนี้เขาก็หาเงินได้ทุกวันจากการขับแท็กซี่ มีปัญญาจ่ายค่าเช่าบ้านก็ดีแล้ว ยิ่งช่วงนี้เธอเองก็ยังต้องตระเวนหางานทำ ต้องกระเบียดกระเสียรในการใช้จ่าย เงินที่เหลืออยู่ก็นิดน้อย ถ้าขืนเธอทำปีกกล้าขาแข็ง ยอมออกไประหกระเหินดิ้นรนด้วยตัวเองมีหวังลำบากน่าดู
“เรื่องนั้นพี่จะพูดเอง… ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพี่”
แรมจันทร์เชื่อมั่นว่าสมโชคจะต้องยินยอม
ในเวลาต่อมา กลางดึกของคืนเดียวกันนั้น ภายหลังจากแรมจันทร์นอนไม่หลับ ตกอยู่ในอาการกระสับกระส่ายอยู่บนเตียงมานานหลายนาที ภายในหูแว่วได้ยินเสียงรถแท็กซี่ของสมโชคขับเข้ามาจอดในบ้าน จากนั้นก็ได้ยินเสียงอาบน้ำ ครู่ต่อมาเขาก็นุ่งผ้าขาวม้าผืนเดียวเข้ามาในห้องนอน
“หลับหรือยัง”
เขาถามเบาๆ ร่างสูงใหญ่ทรุดกายลงนอนเคียงข้างแรมจันทร์ เขาเอื้อมมือมากอดเธอ ค้อมใบหน้าลงหอมแก้มเธอเหมือนอย่างเคย แต่คืนนี้แรมจันทร์กลับไม่รู้สึกถึงความรักและความอบอุ่นอย่างที่เธอเคยได้รับ หลังจากได้รู้ได้เห็นมากับตาตัวเองว่าเขาสามารถทำสิ่งเดียวกันนี้กับผู้หญิงคนอื่น
สมโชคกอดจูบแรงๆ พยายามล้ำโลมเธอสารพัด กระตุ้นอารมณ์ให้แรมจันทร์ตื่นขึ้นมาร่วมรัก หากแต่วันนี้หญิงสาวกลับแน่นิ่งไม่ตอบสนอง ราวกับมีร่างแต่ไร้ลมหายใจ และในที่สุดสมโชคก็จับความผิดปกตินั้นได้
“เป็นอะไร… ”
เขาถามด้วยความสงสัย
“เมื่อเย็นนี้ยังไม่อิ่มอีกหรือพี่… ”
เธอตัดสินใจพูดในสิ่งที่ครุ่นคิดจนนอนไม่หลับ เสียงสะอื้นที่คลอออกมาทำให้เขารู้ว่าเธอร้องไห้
“จันทร์…”
สมโชคใจหายวาบ เหมือนฟ้าฟาดลงกลางกระบาลโดยที่ไม่มีเค้ารางของเมฆฝนมาก่อน
เขาถอนหายใจแรง ด้วยรู้ว่าสำหรับแรมจันทร์แล้วความผิดที่เขาก่อขึ้นครั้งนี้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ ด้วยเขาเคย ‘สาบาน’ เอาไว้ว่าชีวิตนี้จะไม่นอกใจเธอ
“จันทร์รู้มานานแล้วหรือ… รู้ได้ยังไง”
เขาคลายวงแขนจากเรือนร่างนุ่มนิ่ม รีบขยับห่างออกมาเหมือนคนรู้ตัวว่าเพิ่งทำความผิดมาหมาดๆ
“ไม่ใช่แค่รู้… แต่เห็นเต็มสองตาเชียวหละ”
คำพูดนั้นทำให้สมโชคนิ่งงันไปชั่วครู่ แรมจันทร์เองก็นิ่งไปเหมือนกัน พยายามรวบรวมประโยคที่อัดอั้นอยู่ในอก กระทั่งเค้นคำพูดออกมาได้อย่างยากลำบาก
“เราเลิกกันเถอะพี่… ”
“อะไรนะ…! บ้าไปแล้วหรือจันทร์ รู้ตัวหรือเปล่าว่าพูดอะไรออกมา”
สมโชคตกใจจนหน้าซีด สุ้มเสียงของแรมจันทร์ไม่ได้บอกว่าพูดเล่นเลยสักนิด
“ฉันพูดจริง”
เธอยืนยันเสียงหนักแน่น แววตาที่ทอดมองใบหน้าของเขาทำราวกับว่าสมโชคเป็นคนอื่น
“บ้าไปแล้ว… เราจะเลิกกันด้วยเรื่องขี้ประติ๋วแค่นี้น่ะหรือ เลิกกันด้วยเรื่องที่พี่เอากับดาวเรืองเนี่ยนะ”
