บทที่ 8 ตอนที่ 8
สมโชคมองว่าความผิดที่เขาเพิ่งก่อเอาไว้เป็นเรื่องเล็กน้อยซึ่งควรจะอภัยได้
“พี่คิดว่าการ ‘นอกใจกัน’ เป็นเรื่องเล็กๆ หรือ”
“อาจจะไม่เล็ก… แต่ก็ไม่ใช่อะไรใหญ่โต”
สมโชคพยายามจะไม่ให้ปัญหาลุกลามบานปลาย
“แล้วถ้าฉันแอบไปเอากับคนอื่นบ้างล่ะ… พี่รู้หรือเปล่าว่าที่โรงงานมีคนจีบฉันด้วยนะ ถึงขั้นชวนเข้าโรงแรม”
แรมจันทร์ไม่ได้โกหก ที่พูดมานั้นเป็นความจริง ก็ผู้จัดการแผนกที่เธอทำงานอยู่ ชอบแอบมาทำก้อร่อก้อติกกับเธอบ่อยๆ พยายามเอ่ยปากชักชวนเธอไปเที่ยวหลายครั้ง แต่แรมจันทร์ไม่เล่นด้วย
“อะไรนะ… ”
สมโชคทำท่าตกใจ แรมจันทร์เคยบ่นว่าหัวหน้างานชอบมาทำรุ่มร่ามกับเธอ แต่สมโชคก็ไม่ได้กังวลใจกับเรื่องนี้ เพราะคิดว่าแรมจันทร์ไม่ใช่ผู้หญิงสำส่อน เธอไม่มีวันนอกใจเขาเด็ดขาด
“ก็อย่างที่บอก… พี่รับได้ไหม? ถ้าฉันแอบไปเอากับคนอื่น เหมือนที่พี่แอบเอากับน้องสาวลับหลังฉัน”
น้ำเสียงของแรมจันทร์กระด้างและเยือกเย็น คำถามนั้นเหมือนปลายมีดแหลมๆ ทิ่มแทงลงมากลางหัวใจของสมโชค
“อะไรนะ… ที่พูดอย่างนี้แสดงว่าไปเอากับไอ้ผู้จัดการมาแล้วใช่ไหม”
สมโชคเสียงเข้มขึ้นมาทันที
“แล้วถ้าฉันตอบว่าจริงล่ะ… มันก็น่าจะหายกันไม่ใช่หรือ กับสิ่งที่พี่ทำ เพราะพี่เองก็นอกใจฉัน”
แรมจันทร์ยอกย้อน
“มันไม่เหมือนกัน… ผู้หญิงกับผู้ชายมันต่างกัน”
สมโชคพยายามจะอธิบาย ทั้งที่รู้ว่าเป็นเหตุผลข้างๆ คูๆ ของผู้ชายที่เห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ
“เราเลิกกันเถอะนะพี่โชค… ฉันยอมยกพี่ให้น้องสาว ฉันจะเป็นฝ่ายหลีกทางให้พี่กับอีเรือง ฝากดูแลมันด้วย”
“บ้าไปแล้ว… มันไม่ใช่เรื่องที่จะไปยกใครให้ใครได้ง่ายๆ พี่บอกตรงๆ ว่าพี่รักจันทร์ เรื่องที่เกิดกับน้องสาวจันทร์มันแค่อารมณ์ชั่ววูบ… แค่ความใคร่ เข้าใจมั้ย” สมโชคสารภาพ
“แต่ฉันรับไม่ได้” เธอส่ายหน้า
“พี่ขอโทษ”
สีหน้าของสมโชคเคร่งเครียดลงอย่างเห็นได้ชัด
“ถ้าอยากขอโทษฉันก็ช่วยดูแลน้องสาวฉันด้วย ฉันคุยกับมันแล้ว ดาวเรืองมันรักพี่ ชอบพี่ เรื่องนี้ฉันตกลงกับมันแล้ว”
“อะไรนะ… ”
หัวคิ้วของสมโชคชิดเข้าหากัน
“ฉันคิดดีแล้วว่าเราควรเลิกกันเสียที… ”
“บอกพี่มาตรงๆ… มันไม่ใช่แค่เรื่องพี่กับดาวเรืองใช่ไหม ที่เป็นสาเหตุทำให้จันทร์ตัดสินใจจะทิ้งพี่ เพราะพี่จนใช่ไหม?”
สมโชคทำราวกับว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูกกระทำก่อน ที่ต้องถามออกมาเช่นนั้นเพราะแรมจันทร์เคยบ่นอยู่บ่อยๆ ว่ายิ่งร่วมหัวจมท้ายกันไปแบบนี้ก็มีแต่จะจนลงทุกวัน
แรมจันทร์เคยบ่นอยู่บ่อยๆ ว่าเธอเหนื่อยหน่ายกับการทำงานโรงงานไปวันๆ สมโชคยังจดจำประโยคหนึ่งได้ติดหู คำพูดที่แรมจันทร์มักจะเอ่ยออกมาทิ่มแทงใจเขาอยู่บ่อยๆ ว่า ‘คนจนกับคนจนมาได้กัน… นับวันก็แต่จะจนลง’
“ถ้าเลิกกันไป… พี่อาจจะเจอใครที่ดีกว่าฉัน ความจริงก็มีผู้หญิงมาสนใจพี่มากมายนี่นา ถ้าพี่ไม่เลือกว่าเป็นแม่หม้ายแม่ร้าง ตอนนี้พี่อาจจะได้เมียรวยๆ ไปแล้วก็ได้ ไม่ต้องมาทนขับแท็กซี่หาเลี้ยงฉัน ในทางกลับกัน… ถ้าฉันไปได้ผัวที่รวยกว่าพี่… ฉันคงไม่ต้องก้มหน้าก้มตาทำงานโรงงาน ทำโอทีสามสี่ทุ่มทุกวันโดยไม่เห็นเดือนเห็นตะวันแบบนี้”
สมโชคถอนใจกับสิ่งที่แรมจันทร์สาธยายยืดยาว
“ฝากดูแลน้องสาวฉันด้วย”
แรมจันทร์ล่ำลาทั้งน้ำตา
สมโชคน้ำตาซึม แม้ชีวิตในวันนี้จะยังไม่เป็นที่พึงพอใจของแรมจันทร์ แต่ที่ผ่านมาเขาก็พยายามก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาด้วยความยากลำบาก ทั้งบ้านเช่าหลังนี้ โต๊ะ ตู้ เตียง ทีวี เครื่องเสียง ทุกๆ อย่างในบ้านเช่าเก่าๆ หลังนี้ก็ล้วนเกิดจากหยาดเหงื่อแรงงานในการขับแท็กซี่ของเขาทั้งนั้น
“จันทร์… เราจะเลิกกันง่ายๆ อย่างนี้น่ะหรือ?”
คนที่กำลังจะถูกทิ้ง เค้นเสียงถามออกมาด้วยความขมขื่นในหัวอก
“ก็เหมือนกับที่เราตัดสินใจมาอยู่กันง่ายๆ นั่นแหละพี่ อย่าลืมว่าเราไม่ได้แต่งงานกัน เพราะกลัวว่าจะเสียค่าสินสอดทองหมั้นพี่เลยไม่ยอมไปขอฉันกับพ่อแม่ ตอนนี้คนแถวบ้านยังไม่รู้เลยว่าเราอยู่ด้วยกัน เพื่อนบ้านที่ต่างจังหวัดคิดว่าฉันยังไม่มีผัว”
แรมจันทร์กล่าวไม่อ้อม
สมโชครู้สึกเจ็บปวดและหนักอึ้งอยู่ในอก ร่างสูงใหญ่ขยับลุกขึ้นจากเตียง เปลี่ยนจากผ้าขาวม้าไปสวมกางเกงขายาว คว้าเสื้อยืดมาใส่ แล้วทำท่าว่าจะเดินหนีออกไปจากห้อง
“พี่จะไปไหน”
แรมจันทร์ถาม ทั้งที่พยายามบอกตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่าให้เข้มแข็งเข้าไว้ ความใจอ่อนและสงสารเขานั่นเอง ที่ทำให้เธอไม่สามารถหลุดพ้นไปจากชีวิตเดิมๆ เสียที
“ไปกินเหล้า… ”
เขาตอบเสียงเครียด มีความประชดประชันอยู่ในน้ำเสียงของสมโชค แรมจันทร์สังเกตเห็นว่าน้ำตาเขาไหล ครู่ต่อมาก็ได้ยินเสียงรถแท็กซี่ขับออกไปด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราด เขาคงคิดไม่ถึงว่าเธอจะกล้าบอกเลิกกับเขา ซ้ำยังยกน้องสาวให้ดูแลต่อไป
