บทที่ 9 ตอนที่ 9

ที่เชียงใหม่

กว่ารถทัวร์จะเดินทางมาถึงเชียงใหม่ก็เกือบทุ่ม แรมจันทร์ตัดสินใจว่าจะเข้าพักที่โรงแรมเล็กๆ ซึ่งมีอยู่หลายแห่ง ใกล้ๆ กับสถานีขนส่งอาเขต หลังจากเดินเข้าไปสอบถามเพื่อเปรียบเทียบราคาสองสามที่ คืนละสามร้อยกว่าบาทก็ถือว่าไม่แพงจนเกินไปสำหรับเธอ แม้จะเป็นห้องแคบๆ แต่ก็ยังได้ห้องแอร์ ขืนนอนห้องพัดลมคืนละสองร้อยคงแย่ เพราะตอนที่เธอมาถึงอากาศก็ร้อนอบอ้าว เชียงใหม่ไม่หนาวอย่างที่คิด แลเห็นสายฟ้าแลบแปลบปลาบอยู่ไกลๆ ฝนกำลังทำท่าว่าจะตก ทั้งที่กำลังย่างเข้าฤดูหนาว

ภายในห้องพักของโรงแรมเล็กๆ แรมจันทร์ใช้เวลาอาบน้ำอยู่ครู่ใหญ่ๆ แต่งเนื้อแต่งตัวแล้วเดินออกมาจากห้องพักเพื่อจะไปกินข้าว

ระหว่างที่เดินลงบันไดมานั้น มีผู้ชายชาวต่างชาติคนหนึ่ง กำลังเดินลงบันไดมาพอดี เขาส่งยิ้มกรุ้มกริ่มให้เธอเพราะความสะสวยสะดุดตา แรมจันทร์ยิ้มตอบกลับไปโดยที่ไม่คิดอะไร จากนั้นชายคนหนึ่งก็เดินตรงเข้ามาหาเธอด้วยแววตาหวานเชื่อม

“ขอเบอร์โทรศัพท์ได้ไหมครับ… ผมอยากรู้จักคุณ”

เขาพูดไทยได้ชัดเจน ฝรั่งคนนี้รูปร่างสูงใหญ่ เสื้อกล้ามที่เขาสวมใส่ทำให้เห็นปั้นไหล่และกล้ามเป็นมัดๆ เหมือนนักมวยปล้ำที่เธอเคยเห็นในทีวี แม้จะอายุมากแล้ว แต่รูปร่างหน้าตาเขายังหล่อเหล่า จมูกโด่งเป็นสันสวย คิ้วหนาและดกดำ ดวงตาสีน้ำตาลเข้ม ทรงผมสั้นสกินเฮด เหนือริมฝีปากและคางรกไปด้วยหนวดเคราสีน้ำตาลเข้ม

“เอ่อ… ”

แรมจันทร์ตกใจ แต่ก็ให้เบอร์โทรกับเขาไปแบบงงๆ ชายคนนั้นบันทึกเบอร์โทรของเธอเอาไว้ในมือถือของเขา จากนั้นก็กดโทรออกในทันที ทำให้มีเสียงเรียกเข้าในมือถือของแรมจันทร์

“นั่นเบอร์ผม… ”

เขาบอกในขณะที่หญิงสาวยกโทรศัพท์ขึ้นมองหน้าจอ

“ค่ะ… ”

ให้ตายสิ! แรมจันทร์อุทานอยู่ในใจ ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ถ้าเธอตั้งสติสักนิด ปฏิเสธที่จะพูดคุยกับเขาแล้วเดินหนีออกมา ก็คงไม่ต้องแลกเบอร์กัน หากแต่ใบหน้าหล่อเหลาและแววตาคมกริบที่จ้องมองมา ก็ทำให้หญิงสาวรู้สึกราวกับถูกสะกด

“ขอตัวก่อนนะคะ…”

บอกแล้วแรมจันทร์ก็รีบเดินจากมา เมื่อตระหนักถึงความไม่เหมาะสมทั้งปวง รู้สึกประดักประเดิดที่จะยืนคุยกับคนแปลกหน้าที่เพิ่งเดินสวนกัน แต่ฝรั่งคนนี้ยังตื๊อไม่เลิก เขาไม่ยอมให้เธอเดินหนีมาง่ายๆ

“ผมคริสโตเฟอร์… ”

เขาแนะนำตัวเอง รีบก้าวยาวๆ เดินตามมายื่นนามบัตรให้เธอจนได้ เหมือนกลัวว่าหญิงสาวปริศนาคนนี้จะวิ่งหนีไปเสียก่อน

“ค่ะ… ”

แรมจันทร์ยื่นมือออกมารับนามบัตรในมือของเขา แล้วทำท่าว่าจะเดินจากมา แต่เขาก็รั้งเอาไว้ด้วยคำถาม

“คุณชื่ออะไรครับ”

คริสโตเฟอร์ทำหน้าอยากรู้

“จันทร์ค่ะ”

เธอตอบแล้วรีบเดินจากมา แต่เขารีบเดินตาม

“คุณจะไปไหนครับ”

“ไปกินข้าวค่ะ… ”

หญิงสาวตอบไปตามตรง

“บังเอิญ… ผมกำลังจะไปกินข้าวเหมือนกัน ไปด้วยกันมั้ยครับ ผมขอเลี้ยงคุณสักมื้อ”

“อุ๊ย…”

แรมจันทร์ทำหน้าหนักใจ นึกในใจว่าผู้ชายคนนี้ช่างใจกล้า และมันทำให้เธอต้องกลับมาฉุกคิดถึงการแต่งเนื้อแต่งตัวของเธอ บางทีอาจจะเป็นเพราะเสื้อแขนกุดคอกว้างรัดรูป คัดเน้นให้เห็นทรวงอกอวบใหญ่ แล้วกางเกงผ้ายืดที่แนบเน้นหนั่นสะโพกเย้ายวนนั่นกระมัง ที่ทำให้เขาคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงลั้ลลา

“นะครับ… ขอให้ผมเลี้ยงข้าวคุณสักมื้อ”

เขาตื๊อไม่หยุด แววตาที่มองมาอย่างวิงวอนเกือบทำให้แรมจันทร์ใจอ่อน แต่เธอก็ตัดสินใจปฏิเสธออกไปในที่สุด ทำให้คริสโตเฟอร์มองตามเธอเดินจากไปด้วยสีหน้าผิดหวัง

เช้าวันรุ่งขึ้น

แรมจันทร์เริ่มออกหางานทำ ตอนนั้นภายในใจคิดเพียงแค่ว่างานอะไรก็ได้ทั้งนั้น บางที่อาจทำคั่นเวลาไปก่อน ในระหว่างที่ต้องการเงินเพื่อมาเช่าห้องพัก ด้วยตระหนักดีว่าวุฒิการศึกษาแค่ชั้นมัธยมต้นอย่างเธอ จะหางานดีๆ งานสบายๆ นั้นคงไม่ใช่เรื่องง่าย

หญิงสาวนั่งรถสองแถวมาจนถึงย่านใจกลางเมือง จากนั้นก็เดินลัดเลาะเรื่อยไปตามฟุตบาท กระทั่งมาถึงหน้าร้านอาหารริมทางแห่งหนึ่ง เป็นร้านอาหารกึ่งบาร์เบียร์ ที่แรมจันทร์ให้ความสนใจกับร้านนี้ ก็เป็นเพราะว่ามีป้ายรับสมัครงานเขียนเอาไว้หน้าร้านว่า ‘รับสมัครนักร้องและสาวเสริฟ’

แรมจันทร์มองเข้าไปในร้าน เนื่องจากตอนนั้นเป็นเวลาใกล้เที่ยง ภายในร้านจึงดูเงียบเหงาเพราะยังไม่ถึงเวลาเปิดให้บริการ ร้านอาหารแห่งนี้จะเปิดให้บริการลูกค้าอีกทีก็หลังจากห้าโมงเย็นไปแล้ว เรื่อยไปจนถึงตีสอง

หญิงสาวชะโงกใบหน้าเข้าไปในร้าน

“มาหาใครคะ… ”

สตรีวัยกลางคนซึ่งเป็นแม่บ้านประจำร้านอาหารแห่งนี้ เอ่ยถามเมื่อเห็นแรมจันทร์ยืนเก้ๆ กังๆ อยู่หน้าร้าน

“มาสมัครงานค่ะ” แรมจันทร์ตอบ

“รอเดี๋ยวนะ… จะเข้าไปถามเจ๊ก่อนว่ายังรับอยู่ไหม”

บอกแล้วก็เดินกลับเข้าไปในร้าน ครู่สั้นๆ ก็เดินออกมา

“ตามมา… ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป