บทที่ 10 10
ลักษณารีย์…จู่ๆ ชื่อนี้ก็แวบเข้ามาในหัว ชายหนุ่มส่ายศีรษะอย่างขำๆ ไม่หรอก…เขาไม่ได้คิดกับเธอไปไกลขนาดนั้นสักหน่อย ถึงเธอจะน่ารักและเรียบร้อยมากแค่ไหนแต่สำหรับเขาคิดว่าลักษณารีย์บางมุมก็มีความน่าเบื่ออยู่บ้าง เธออ่อนหวานเป็นอย่างเดียวในขณะบางครั้งผู้ชายอย่างเขาก็ต้องการความตื่นเต้น ซึ่งคิดว่าหญิงสาวไม่สามารถให้เขาได้
เหมือนจะหัวอ่อนนะแต่ลักษณารีย์ค่อนข้างเล่นตัวมากเลยทีเดียว เธอต้องการสถานะที่จริงจังและสามารถยืนยันกับทุกๆ คนได้ว่ากำลังคบหากับเขาอยู่ ซึ่งจริงๆ แล้วเขาก็แค่พูดไปอย่างนั้นไม่ได้ต้องการสานสัมพันธ์ยาวนานอย่างที่พูด แต่ก็เอาเถอะการรอคอยอะไรนานๆ มันต้องมีค่าตอบแทนการบ้างสิ
เขานี่เฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อเหมือนกับลักษณารีย์เช่นกัน รอให้ถึงวันที่หญิงสาวเรียนจบ ถึงวันนั้นเขาจะเรียกกำไรคืนมาให้กับตัวเอง เป็นค่าเสียเวลาที่เขาอดเปรี้ยวเอาไว้กินหวาน เรียนจบเมื่อไหร่ละก็…จะกินไม่ให้เหลือซาก กินให้หนำใจ
แล้วค่อยปล่อยเธอไปสู้อ้อมกอดของเพื่อนรักอย่างคีรติ ในเมื่อมันอยากได้มากเขาก็จะสานความต้องการของมัน แต่ก็อย่างที่บอกไปต้องรอให้เขาเชยชิมเธอเสียก่อน ระหว่างนี้ก็คอยหว่านพืชเอาไว้เพราะผลที่กำลังจะออกมามันน่าจะหวานหอมจนได้กำไรคุ้มแสนคุ้ม
หลังจากที่ทานข้าวเสร็จแล้วรดิศก็เดินกลับเรือนท้ายไร่ของตัวเอง เขารู้สึกอุ่นใจที่ได้อยู่บ้านหลังนี้ไม่ใช่ว่าบ้านใหญ่อยู่แล้วไม่มีความสุข แต่ลึกๆ แล้วตัวของเขาเองรักความสันโดษชอบอยู่กับตัวเองนอนคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ดูจากภายนอกอาจมองว่าเขาเป็นคนขี้เล่นแต่น้อยคนที่จะรู้ว่าความจริงเขาเป็นคนยังไง
ชายหนุ่มพลิกตัวนอนหงายแล้วทอดหายใจออกมายาวเหยียด ความรู้สึกข้างในตอนนี้มันคืออะไรกันนะ เขากำลังโหยหาและต้องการบางสิ่งบางอย่างที่พูดออกมาไม่ถูก มันคืออะไรกันแน่…ยังหาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้
‘อยู่ที่ไหนคะพี่โรม กลับบ้านหรือยังเอ่ย’ ข้อความที่ลักษณารีย์ส่งมาตั้งแต่เมื่อเย็นถูกเปิดดูอีกครั้ง เขายังไม่ได้ตอบกลับอะไรไปและคิดว่าอีกฝ่ายคงรออยู่เช่นกัน รดิศทัชหน้าจอโทรศัพท์กลับไปก่อนจะตัดสินใจเลื่อนหาเบอร์โทรศัพท์แล้วโทรออกไป รอสักพักคนปลายสายก็กดรับนั่นทำให้ชายหนุ่มยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว
“นอนแล้วเหรอครับ”
‘พี่โรม’ น้ำเสียงนั่นไม่สามารถปกปิดความดีใจได้เลยสักนิด รดิศเองก็ยังแปลกใจตัวเองว่าเหตุใดเขาถึงโทรหาลักษณารีย์ในเวลาเช่นนี้ เหลือบมองนาฬิกาก็พบว่าตอนนี้เข็มสั้นของมันอยู่ที่เลขสิบส่วนเข็มยาวอยู่ที่เลขสิบเอ็ด
จะสี่ทุ่มแล้วหรือนี่…ปกติเขายังไม่กลับบ้านหรอกนะ แต่วันนี้มีนัดทานข้าวที่บ้านและรู้สึกเบื่อๆ เลยไม่อยากจะออกไปไหนเหมือนกับค่ำคืนที่ผ่านๆ มา
“พี่โทรมากวนพิ้งค์หรือเปล่า” จู่ๆ ก็อยากได้ยินเสียงหวานๆ ของผู้หญิงคนนี้ น่าแปลกที่ไม่เลือกโทรหาใครอีกคนที่เขาปันใจไปให้ คงเพราะไม่อยากเครียดก่อนนอนกระมัง
พะแพงชอบทำเป็นเฉยเมยราวกับไม่รับรู้ความรู้สึกของเขาเสมอ บางครั้งเขาก็คิดอยากจะมองหาคนอื่นที่จริงจังแต่ก็ทำไม่ได้สักที มันน่าขำเหมือนกันนะ
‘ไม่ค่ะ ไม่ได้กวน พิ้งค์…ยังไม่ง่วงค่ะ’ น้ำเสียงงัวเงียแบบนั้น เธอยังจะบอกว่าไม่ง่วงอีกน่ะหรือ ?
แต่เอาเถอะ…เขารู้ว่าลักษณารีย์ดีใจมากแค่ไหนที่เขาโทรมาหาเธอในคืนนี้
“พิ้งค์บอกพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า อืม…ให้พี่ไปรับไหม” คนปลายสายหัวใจเต้นแรงเมื่อได้ฟัง
‘พี่โรมก็รู้ว่าอาชายเป็นคนไปรับไปส่งพิ้งค์’
“งั้นพิ้งค์ก็ขอลงที่ร้านกาแฟแถวๆ มหาวิทยาลัยสิครับ มาเช้ากว่าเดิมหน่อย เราไปเจอกันที่นั่นดีไหม”
‘พี่โรมเป็นอะไรหรือเปล่าคะ’ มันแปลกๆ น่ะ ปกติรดิศไม่เคยมาไม้นี้ ถึงเขาจะมาก็มาแค่ช่วงเย็นๆ ไม่ก็วันหยุดที่เธอไม่มีเรียนแต่ต้องโกหกทางบ้านว่ามีเรียน เพียงเพื่อจะมาทานข้าวหรือไปเที่ยวกับเขา
“ทำไมล่ะครับ ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน พิ้งค์เป็นแฟนพี่นะ…พี่อยากเห็นหน้าพิ้งค์ทุกๆ วันไม่ได้เหรอไง หรือว่าพิ้งค์แอบนัดหนุ่มที่ไหนเอาไว้ หืม?” รดิศพูดเสียงเข้ม หรือว่าที่จริงแล้วลักษณารีย์จะแอบนัดกับคีรติเอาไว้
จริงสินะ…ไอ้เพื่อนรักของเขามันแอบหวังในตัวผู้หญิงของเขาเหมือนกันนี่
‘แค่ต้องรับมือกับพี่โรม พิ้งค์ก็เหนื่อยจะแย่อยู่แล้วค่ะ จะไปนัดใครได้อีกล่ะคะ คิดมากไปได้เดี๋ยวหัวล้านหรอก’ เสียงหวานหัวเราะคิกคัก ทำให้คนฟังนึกอยากจะสั่งสอนทำโทษด้วยการจูบแรงๆ
“อย่าให้รู้นะว่าแอบนัดหนุ่มที่ไหนเอาไว้ พี่เอามันตายแน่” รดิศคาดโทษและเตือนหญิงสาวเอาไว้ก่อน ถึงอย่างไรเธอก็ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้หญิงของเขา และเขาไม่ปรารถนาที่จะให้เธอมองชายอื่นนอกจากเขาคนเดียวเท่านั้น
‘แล้วพี่โรม…ทำได้หรือเปล่าคะ’ ลักษณารีย์ถามเสียงแผ่วเบา เธอดีใจที่รดิศออกอาการหึงหรือหวงเธอบ้าง แต่เธอเองก็อยากให้เขาทำตัวได้อย่างที่คาดโทษเธอไว้
สำหรับเธอแล้ว…หัวใจดวงนี้ไม่ได้มีไว้แบ่งใจให้ใครเลยนอกเสียจากรดิศเพียงคนเดียว
