บทนำ
เพราะรัก...จึงอยากครอบครอง
แต่เป็นเพราะ 'รักของเธอ' เขาจึงไม่ต้องการ
“เราไม่ต้องหลบต้องซ่อนแล้วนะคะ เราสามารถรักกันคบกันอย่างเปิดเผยได้ คุณแม่ท่านเข้าใจและไม่ว่าอะไรค่ะพี่โรม” เมื่อเห็นเขาเงียบลักษณารีย์เริ่มเบาใจที่รดิศไม่ได้ต่อว่าอะไรที่บอกความลับให้มารดาฟังไปอย่างนั้น
“พอพิ้งค์เรียนจบเราหมั้นกันไว้ก่อนก็ได้ค่ะ พี่โรมไม่ต้องกังวลใจเรื่องคุณตานะคะ พิ้งค์กับคุณแม่จะพูดกับท่านเอง”
“เข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า” กว่าจะแค่นเสียงออกมาได้เขาต้องทำใจสงบสติอารมณ์ที่กำลังเดือดพล่าน อย่าบอกนะว่าที่แม่ของเขารู้เรื่องพวกนี้ก็เพราะรู้มาจากแม่ของเธอ !
“หมายความว่ายังไงคะ” คนสงสัยผละตัวออกมาก่อนจะลุกขึ้นยืนตามชายหนุ่ม แล้วมองคนที่เธอฝากหัวใจทั้งดวง แต่แววตาของรดิศในตอนนี้กำลังแปรเปลี่ยนไป ความอบอุ่นเลือนหายไปจากดวงตาคมเข้มจนคนมองใจหาย
“หมายความว่าพิ้งค์คิดเองเออเองไปคนเดียว ทำตัวเองนะ…ผิดสัญญาเองเที่ยวป่าวประกาศให้คนอื่นเขารับรู้ คิดอะไรอยู่อยากจะจับพี่มากหรือไง พิ้งค์ก็รู้ว่าพี่ไม่ชอบการผูกมัด”
“พี่โรม…” หญิงสาวตกใจจนจับต้นชนปลายไม่ถูก ครางเสียงแผ่วอย่างไม่เชื่อหูตัวเองว่าคนที่เธอรักและมอบหัวใจให้จะพูดแบบนั้นออกมา
บท 1
เจ้าของใบหน้าหวานหม่นลงเมื่อมองเข็มนาฬิกาที่เดินไปข้างหน้าอย่างเรื่อยๆ ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด จริงสินะเวลามันไม่เคยรอใครนี่นา จะมีก็แต่เธอนี่แหละที่ยังรอ...เขาคนนั้น
“สองชั่วโมงแล้ว” ลักษณารีย์บอกกับตัวเองเบาๆ ด้วยความขมขื่น นี่มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาปล่อยให้เธอรอแบบนี้ เฝ้าถามตัวเองอยู่ทุกครั้งว่าทำไมถึงยังเลือกที่จะยืนอยู่ตรงนี้ อยู่ในมุมมืดที่ไม่สามารถเปิดเผยหรือแสดงตัวออกไปให้คนอื่นรับรู้ได้
เขาบอกว่ามันยังไม่ถึงเวลาที่ทุกคนควรจะรู้ ได้แต่เก็บคำถามที่ผุดขึ้นมาเต็มหัวไปหมด ไม่กล้าถามออกไปเพราะกลัวว่าเขาจะไม่พอใจ แต่ส่วนลึกๆ เธอก็เห็นด้วยเพราะตอนนี้ยังเรียนไม่จบ แต่ก็อีกไม่นานแล้วไม่กี่เดือนเธอก็จะจบการศึกษา
คิดถึงตรงนี้หญิงสาวก็พอจะยิ้มออกได้ เธอเฝ้ารอวันนั้นอยากให้ถึงไวๆ มันคงเป็นวันที่เธอจะมีความสุขมากที่สุดวันหนึ่ง ทุกคนในครอบครัวจะภูมิใจในตัวของเธอและที่สำคัญคำสัญญาของเขาคนนั้น
‘ไว้รอให้พิ้งค์เรียนจบ พี่จะทำทุกอย่างให้ถูกต้อง พี่จะบอกให้ทุกคนได้รับรู้ถึงความสัมพันธ์ของเรา’
เธอ...หลงรักเขาตั้งแต่แรกเห็น เหมือนฟ้าจะเป็นใจเมื่อท้ายสุดเขาก็คือคนใกล้ตัวเธอนี่เอง รดิศเป็นพี่ชายของระรินเพื่อนสนิทของเธอ เขาหล่อเหลาและมีเสน่ห์เกินที่ใครๆ จะสามารถต้านทานได้ ตอนแรกเธอย้ำเตือนกับตัวเองเอาไว้ว่าอย่าไปเผลอไผลมอบใจให้กับเขา
แต่สุดท้ายเธอก็พ่ายแพ้ต่อเสียงเรียกร้องของหัวใจ...
มือบางคว้าน้ำส้มคั้นขึ้นมาดื่ม น้ำแข็งละลายไปหมดแล้วจึงทำให้รสชาติจืดกว่าที่ควรจะเป็น แน่ล่ะสองชั่วโมงผ่านไปเต็มๆ ไม่มีอะไรเหมือนเดิมหรอก ลักษณารีย์วางแก้วลงเมื่อโทรศัพท์ส่งเสียงร้องออกมา จู่ๆ ก็รู้สึกใจไม่ดีราวกับว่าการรอคอยครั้งนี้มันจะสูญเปล่า
“ค่ะพี่โรม” กดรับพลางสอดส่องสายตามองหาร่างสูงที่เธอคุ้นเคย แต่ไม่ว่าอย่างไรก็มองหารดิศไม่เจออย่างที่ควรจะเป็น ลักษณารีย์หลับตาลงด้วยความเสียใจเมื่อรู้คำตอบของมัน
‘ขอโทษนะพิ้งค์ พี่คงไปตามนัดไม่ได้แล้ว’ ปลายสายพูดออกมาน้ำเสียงปกติ แต่คนฟังนี่สิน้ำตาแทบจะรินไหลลงมา ‘ขอโทษนะครับ พิ้งค์ไม่โกรธพี่ใช่หรือเปล่า พี่ติดธุระสำคัญจริงๆ’
“ค่ะ พิ้งค์ไม่โกรธ” แต่เธอน้อยใจและน้อยใจมากเสียด้วย ทั้งๆ ที่เขาเป็นคนนัดเธอเองด้วยซ้ำไปแต่สุดท้ายกลับไม่มาตามนัด เธอรู้...ว่าเพราะอะไร
‘แล้วนี่จะกลับบ้านยังไงครับ อาชายมารับหรือเปล่า หืม?’ เหมือนรดิศจะเริ่มจับน้ำเสียงได้ว่าเธอรู้สึกอย่างไร เขาถึงได้ปรับเสียงให้อ่อนและนุ่มนวลมากกว่าเดิม
“ค่ะ” มือบางปาดน้ำตาที่ไหลลงออกไป กลับบ้านยังไงน่ะหรือ ? เธอเองก็ยังไม่รู้เลยว่าจะกลับอย่างไรเพราะบอกกับคนขับรถเอาไว้ว่าเพื่อนจะไปส่งที่บ้าน
‘ถามคำตอบคำแบบนี้ พิ้งค์กำลังโกรธพี่’ ถ้ารู้แล้วทำไมถึงไม่มาง้อ ทำไมไม่มาตามนัดล่ะ หรือว่าแฟนอย่างเธอมันมีค่าไม่พอ ไม่สามารถเทียบกับเพื่อนสนิทของเขาได้อย่างพะแพง...
“แล้วพิ้งค์...ควรโกรธพี่โรมหรือเปล่าคะ” ลักษณารีย์ถามเสียงสะอื้นเล็กๆ “นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พี่โรมทิ้งพิ้งค์เอาไว้แบบนี้...”
คนฟังเองก็หน้าเครียดที่ถูกคนตัวเล็กสะอื้นใส่แบบนี้ ‘พี่ติดธุระจริงๆ หวังว่าพิ้งค์คงมีเหตุผลที่จะไม่ทำตัวเป็นเด็กๆ ใส่พี่ เอาล่ะ...ถ้ากลับถึงบ้านแล้วโทรบอกพี่ด้วยนะครับ’
นี่เธอต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้ไปอีกนานแค่ไหน รดิศคิดว่าเธอตาบอดหรืออย่างไร ความเป็นห่วงเป็นใยที่เกินคำว่าเพื่อนสนิท เธอเจ็บปวดทุกครั้งที่เห็นเขาเดินมากับผู้หญิงคนนั้น แม้เขาจะยืนยันว่าพะแพงเป็นแค่เพื่อนก็ตาม
ทุกครั้งที่มีชื่อของผู้หญิงคนนั้นเข้ามาเกี่ยวข้อง รดิศไม่ลังเลที่จะปล่อยให้เธออยู่ข้างหลังแบบนี้ อยู่ในมุมมืดเหมือนเดิมต่อไป บางครั้งเธอก็อยากจะตะโกนถามชายหนุ่มเสียงดังๆ ว่าคนรักของเขาแท้จริงแล้วใช่เธอไหม
“พิ้งค์...ใช่พิ้งค์หรือเปล่า” ดวงตากลมโตช้อนมองคนเรียกตรงหน้า รีบคว้าทิชชู่เช็ดน้ำตาของตัวเองแล้วส่งยิ้มให้บุคคลตรงหน้าด้วยความเป็นมิตร
“พี่ครามมาทานข้าวเหรอคะ” คีรติเป็นเพื่อนในกลุ่มของรดิศ
“ครับ แล้วพิ้งค์ล่ะรอไอ้โรมมันอยู่เหรอ” ลักษณารีย์พยักหน้าอย่างเศร้าสร้อย คีรติรู้ว่าเธอกับรดิศคบกันเพราะเธอนับถือเขาเป็นเหมือนพี่ชายคนหนึ่ง ทุกครั้งที่มีเรื่องทุกข์ใจจะเห็นผู้ชายคนนี้ปรากฏตัวเสมอ บางครั้งเธอเองก็แปลกใจเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงมาได้จังหวะแบบนี้
“ท่าทางแบบนี้ไอ้นั่นมันเบี้ยวอีกแล้วสินะ ถ้าไม่รังเกียจพี่ขอทานของพวกนี้แทนมันได้หรือเปล่า หิวอยู่พอดีเลยครับ” คีรติกวาดตามองอาหารที่วางเรียงรายเต็มโต๊ะ นึกอิจฉาเพื่อนสนิทอยู่ในใจที่ลักษณารีย์เอาใจใส่ถึงเพียงนี้ เพราะอาหารที่เธอสั่งมาดูเหมือนจะมีแต่ของโปรดของรดิศทั้งนั้น
หากเป็นเขาล่ะก็...จะไม่มีวันปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้ต้องเสียใจเป็นอันขาด
“พี่ครามคะ...” ลักษณารีย์เรียกชื่อชายหนุ่มเสียงสั่นเครือ ไม่ใช่ว่าเธอมองไม่ออกว่าผู้ชายคนนี้รู้สึกอย่างไรต่อเธอ แต่เธอไม่สามารถตอบแทนความรักให้กับเขาได้จริงๆ
“ไม่เอาน่า อย่าทำเสียงแบบนั้นสิทานข้าวกันเถอะครับ ทานเสร็จแล้วพี่ขออนุญาตไปส่งพิ้งค์ที่บ้านนะ เดาว่าวันนี้คงไม่ได้บอกให้คนขับรถมารับใช่หรือเปล่า” คีรติถามยิ้มๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปลูบศีรษะหญิงสาวเบาๆ “ทานเป็นเพื่อนพี่หน่อยนะ พี่ไม่อยากทานคนเดียวมื้อนี้พี่ขอเลี้ยงเอง”
บทล่าสุด
#133 บทที่ 133 133
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026#132 บทที่ 132 132
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026#131 บทที่ 131 131
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026#130 บทที่ 130 130
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026#129 บทที่ 129 129
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026#128 บทที่ 128 128
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026#127 บทที่ 127 127
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026#126 บทที่ 126 126
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026#125 บทที่ 125 125
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026#124 บทที่ 124 124
อัปเดตล่าสุด: 8/25/2026
คุณอาจชอบ 😍
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
ม่านหมอก
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
ดวงใจอัสวัส
เขา... คือทายาทนักธุรกิจหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบ มีทุกอย่างในชีวิต ยกเว้นคนที่จะรักเขาจากหัวใจจริง
ในวันที่หัวใจของเขาแหลกสลาย เพราะถูกคนรักทรยศเพื่อเงิน เธอได้แต่ยืนมองอยู่ห่าง ๆ โดยไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะปลอบโยน
เมื่อโชคชะตาพาให้คนทั้งสองได้ใกล้ชิดกัน ความรักค่อย ๆ ผลิบาน ทว่าความต่างของฐานะ กลับกลายเป็นกำแพงใหญ่ที่ไม่มีใครคาดคิด
แม่ของเขา... ใช้เงินซื้อการจากลา
เพื่อนสนิทของเธอ... หักหลังเพื่อแย่งผู้ชายคนเดียวกัน
ส่วนเขา... เข้าใจว่าเธอทรยศ เลือกเงินมากกว่าความรัก จึงเฝ้าเกลียดชังและแก้แค้นผู้หญิงที่เคยเป็นดั่งดวงใจ
ห้าปีต่อมา...
โชคชะตานำพาเธอกลับมายืนตรงหน้าเขาอีกครั้ง ในฐานะเพียงลูกจ้างคนหนึ่งของไร่
เขาจ้างเธอไว้เพื่อแก้แค้น
เธอยอมทนทุกอย่างเพื่อความอยู่รอดของครอบครัว
แต่ไม่มีใครรู้ว่า... ผู้หญิงที่เขาเหยียบย่ำ คือคนเดียวกับที่ยังรักเขาหมดหัวใจ
และไม่มีใครรู้เช่นกันว่า... เมื่อความจริงทั้งหมดถูกเปิดเผย คนที่เจ็บปวดที่สุด อาจไม่ใช่เธอ... แต่เป็นเขา
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
ภรรยาลับที่ท่านประธานไม่เห็นค่า
เธอเป็นภรรยาที่เขาซ่อนไว้ในเงามืด เป็นผู้หญิงที่มีทะเบียนสมรส แต่ไม่มีสิทธิ์ยืนข้างเขาต่อหน้าผู้คน
เป็นคนที่รักเขาหมดหัวใจ…ในวันที่เขามองเธอเป็นเพียงเงื่อนไขของพินัยกรรม
ม่านไหมเคยคิดว่า หากเธออดทนมากพอ สักวันภาคินจะหันมาเห็นค่าความรักของเธอ แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมีเพียงความเย็นชา ข่าวหมั้นของเขากับผู้หญิงที่เหมาะสมกว่า และคำถามที่ทำลายหัวใจที่สุดในชีวิต“เด็กในท้องเป็นลูกของใคร”
คืนนั้นเอง เธอจึงเดินออกจากชีวิตเขา พร้อมลูกน้อยในครรภ์และหัวใจที่แตกสลาย
ภาคินเคยคิดว่าการเสียม่านไหมไปเป็นเพียงเรื่องเล็กจนวันที่เขารู้ว่า ผู้หญิงที่เขามองข้ามมาตลอดคือคนที่รักเขาจริงที่สุดและลูกในท้องของเธอ…คือลูกสาวของเขาแต่เมื่อเขาตามไปขอโอกาส ความลับในอดีตก็ถูกขุดขึ้นมา พ่อของม่านไหมถูกใส่ร้าย ศักดิ์ศรีของเธอถูกเหยียบซ้ำ หญิงอีกคนพร้อมทำลายเธอให้ย่อยยับ และความรักที่มาช้าเกินไปของภาคิน อาจไม่พอจะเยียวยาบาดแผลที่เขาได้เป็นคนสร้างเอาไว้
เจ้าสาวนอกปรารถนา
จู่ ๆ วันหนึ่งเขาเดินเข้ามาบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า ‘ทำผู้หญิงคนอื่นท้อง’ พร้อมยื่นคำขาดว่า… หากรับไม่ได้ก็เซ็นใบหย่าแล้วไสหัวไป แต่ถ้าอยากรักษาตำแหน่งภรรยาแต่งเอาไว้ ก็จงยอมรับสภาพการใช้ชีวิตแบบ ‘สามคนผัวเมีย’ ในบ้านหลังนี้ซะ!
วันนี้หญิงสาวจึงต้องตัดสินใจ เธอจะยอมก้มหน้ารับความอดสู หรือจะลุกขึ้นสู้เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีและเดินออกจากกรงขังไร้รักแห่งนี้ด้วยตัวเอง













