บทที่ 11 11
“พิ้งค์…ผู้หญิงพวกนั้นก็แค่คนรู้จัก พี่ว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้วนะ” รดิศเริ่มหัวเสียที่ลักษณารีย์ชอบพูดเรื่องทำนองนี้ออกมา
‘โอเคค่ะ เราจะไม่พูดถึงเรื่องนี้’ ชายหนุ่มถอนหายใจออกมา เมื่อปลายสายดูซึมลงอย่างเห็นได้ชัดฟังจากน้ำเสียงน่ะ
“อย่าคิดมากสิครับคนดีของพี่ เอาเป็นว่าก่อนเจ็ดโมงเราเจอกันที่ร้านกาแฟ…นะ พี่จะนั่งรอโต๊ะข้างในเลยโอเคไหม พิ้งค์ให้อาชายมาส่งที่นั่นแล้วกัน”
‘ได้ค่ะ’
“พี่ไม่กวนพิ้งค์แล้ว ฝันดีนะครับที่รัก ฝันถึงพี่นะ” รดิศสามารถเดาได้ว่าตอนนี้แก้มใสๆ ของลักษณารีย์คงกำลังแดงระเรื่อขึ้น ร้อยทั้งร้อยผู้หญิงชอบให้ผู้ชายพูดเพราะๆ ใส่และลงท้ายด้วยคำว่าที่รัก
แน่นอนเขาลองมาหมดแล้ว และมันก็ได้ผลที่น่าพึงพอใจเป็นอย่างมาก ยิ่งสำหรับผู้หญิงอย่างลักษณารีย์เอาใจเข้าหน่อย ทำตัวหวานๆ ใส่ เธอก็ไปไหนไม่รอดหรอก
ร่างบางที่อยู่ในชุดนักศึกษาแม้จะแต่งกายอย่างถูกระเบียบทุกอย่าง แต่ก็ชวนให้หลายๆ สายตาโดยเฉพาะผู้ชายต่างพากันจ้องมองด้วยความชื่นชม ใบหน้าหวานล้ำยิ่งปากเรียวบางเผยรอยยิ้มออกมาทำให้ชายหนุ่มภายในร้านกาแฟแทบจะละสายตาไปไหนไม่ได้
แต่ก็ยังมีอีกคนหนึ่งที่นั่งอยู่มุมสุดส่งสายตาไม่พอใจใส่หญิงสาว จนเธอกังวลใจว่ามาสายไปหรือเปล่าคนๆ นั้นถึงได้ทำหน้าเครียดแบบนี้
“พิ้งค์มาสายไปหรือเปล่าคะ” ถามออกไปอย่างนั้น แต่ก็มองนาฬิกาตอนนี้เพิ่งจะหกโมงห้าสิบเท่านั้น ยังไม่เจ็ดโมงเลยเธอมาตรงเวลาอยู่นะ โชคดีที่ร้านกาแฟร้านนี้เปิดตั้งแต่เช้าไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้จะมาเจอกับรดิศได้ที่ไหนเหมือนกัน
“ไปยิ้มให้พวกมันทำไม” รดิศส่งเสียงเข่นเขี้ยวออกมาอย่างไม่พอใจ กับรอยยิ้มหวานๆ ของลักษณารีย์
“ยิ้ม…พิ้งค์ยิ้มให้ใครคะ” ตายจริง…เธอลืมเอาผ้าปิดปากมาด้วยสิ เจ้าหน้ากากอนามัยนั่นน่ะเมื่อวานเทของในกระเป๋าออกมาแล้วไม่ได้เก็บใส่ แบบนี้จะเป็นอันตรายหรือเปล่านะ
“ก็ไอ้พวกที่นั่งส่งสายตาหยาดเยิ้มมาให้ไง อย่าบอกนะว่าไม่รู้เรื่อง” ลักษณารีย์หันกลับไปมองก็พบกับกลุ่มนักศึกษาผู้ชาย กับพวกหนุ่มออฟฟิตที่นั่งอยู่ด้านหน้าๆ “ยังจะหันไปมองอีก อยากโดนดีหรือไงพิ้งค์”
“พี่โรม…” หญิงสาวพูดด้วยความเหนื่อยใจ “พิ้งค์ไปยิ้มให้พวกเขาตั้งแต่เมื่อไหร่กันคะ ถ้าจะยิ้มพิ้งค์ก็ยิ้มให้พี่โรมนั่นแหละ คิดมากไปได้” เธอบอกขำๆ
“แล้วทานข้าวมาหรือยังครับ หืม?” พอได้ยินดังนั้นก็เริ่มหายโกรธ
“ยังเลยค่ะ รีบออกมาเจอพี่โรมไงคะ”
“ถ้าอย่างนั้นทานที่นี่แหละ น้องครับสั่งอาหารหน่อย” ร้านนี้มีอาหารด้วยถึงจะมีไม่กี่อย่างแต่ก็ยังดี เพราะอย่างน้อยก็ควรหาอะไรรองท้องให้คนตัวเล็กเสียก่อน อาหารมื้อเช้านั้นสำคัญที่สุดอักอย่างลักษณารีย์ไปเรียนต้องใช้สมองดังนั้นไม่ควรขาดอาหารมื้อเช้า
“พี่ก็ยังไม่ได้ทายอะไรมาเหมือนกัน พี่สั่งให้พิ้งค์เลยนะ”
“ค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ายิ้มๆ เมื่อรดิศก้มมองเมนูก่อนจะสั่งอาหารกับพนักงานของร้าน
“แล้ววันนี้พิ้งค์เลิกเรียนกี่โมงครับ” เอื้อมมือไปกุมมือเล็กๆ เอาไว้ รดิศจ้องกลุ่มนักศึกษาข้างหน้าร้านเขม็งเมื่อพวกนั้นยังคงหันมองลักษณารีย์ไม่วางตา สักพักพวกนั้นก็เดินออกจากร้านไปเมื่อเห็นเขาแสดงความเป็นเจ้าของด้วยการจุมพิตเข้าที่หลังมือของหญิงสาว
“พี่โรมคะ นี่มันแถวมหาวิทยาลัยนะคะ อย่าทำแบบนี้” คนตัวเล็กส่งสายตาดุๆ พร้อมกับดึงมือตัวเองกลับมา
“แค่จับมือ ทีเมื่อวานจูบดูดดื่มขนาดนั้นไม่เห็นจะว่า” รดิศนิ่วหน้าเล็กน้อย เมื่อโดนมือเล็กๆ เอื้อมมาหยิกที่ต้นแขน “ทำไมเขินแรงจัง”
“หยุดพูดไปเลยค่ะ”
“แล้วสรุปวันนี้เลิกกี่โมงครับ แล้วไปหาที่เดินเล่นกันดีไหม” วันนี้เขาอยากจะใช้เวลาอยู่กับผู้หญิงคนนี้ ไม่รู้ว่านึกคึกอะไรเหมือนกัน ถึงขนาดที่ต้องตื่นแต่เช้าเพียงเพื่ออยากจะเห็นหน้าอยากได้ยินเสียงหวานๆ แบบนี้
“เลิกประมาณบ่ายๆ ค่ะ น่าจะบ่ายโมงครึ่งนะคะ” ร่างบางหัวใจพองโต นานๆ ทีรดิศจะมีเวลาให้เธอทั้งวันแบบนี้ มันเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากที่สุด เธอเองก็อยากไปหาที่เดินเล่นกับเขาเหมือนกัน
ไม่ได้ต้องการสถานที่เลิศหรู ขอแค่เดินจับมือกันนั่งฟังเสียงนกหรือเสียงลมทำให้ใบไม้กระทบกัน แค่นี้เธอก็คิดว่ามันน่าจะมีความสุขมากๆ เพราะมันอยู่ที่คนจับมือของเรามากกว่า
“พี่รอที่นี่เหมือนเดิมแล้วกันนะ บ่ายโมงครึ่งโอเคหรือเปล่าครับ” มือหนาไล้แก้มใสด้วยความเอ็นดู ถ้าไม่รู้จักก็ยังไม่อยากจะเชื่อว่าลักษณารีย์อยู่ปีสี่แล้ว เธอเหมือนเฟรชชี่ใหม่มากกว่าด้วยซ้ำไป
“ถามได้ไหมคะว่าจะพาพิ้งค์ไปไหน” ดวงตากลมโตมองชายหนุ่มด้วยความสงสัย
“ความลับ…เอาล่ะ ตอนนี้ทานข้าวดีกว่า พิ้งค์จะได้ไปเรียน ทานเยอะๆ นะครับมื้อเช้าสำคัญมาก” แม้ว่าเขาจะตื่นไม่ทันมื้อเช้าสักเท่าไหร่ก็เถอะ
ลักษณารีย์เดินยิ้มอย่างอารมณ์ดี เช้าวันนี้อะไรๆ ก็ดูเหมือนจะสดใสไปหมด ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอากาศหรือเป็นเพราะเขากันแน่นะ บทจะหวานก็หวานจนเธอไม่กล้าสบตาเสียนี่
“รถพี่ราฟนี่” เธอโชคดีที่มาทันพอดีไม่อย่างนั้นต้องโดนระรินซักถามแน่ๆ ว่าวันนี้ทำไมถึงมาช้า เพราะโดยปกติแล้วเธอไม่เคยมาเลตเลยสักครั้ง ร่างบางตัดสินใจยืนรอเพื่อนสนิทหน้าตึกคณะรอไม่นานก็เห็นร่างเล็กๆ กะทัดรัดของเพื่อนสาวอย่างระรินเดินฉีกยิ้มเข้ามา
คงไม่ใช่แค่เธอแล้วกระมังที่มีความสุขในเช้าวันนี้...
