บทที่ 13 13

เขาน่ะ...หลงรักเธอตั้งแต่แรกเห็น รักก่อนที่เธอจะไปเจอรดิศเสียอีก ฟ้าไม่ยุติธรรมจริงๆ เพราะลักษณารีย์ไม่เคยมองมาที่เขาเลยสักครั้ง เธอทุ่มเทความรักให้กับเพื่อนสนิทของทุกอย่าง แต่เหมือนมันจะไม่เคยเห็นคุณค่าของผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้สักเท่าไหร่

แล้วคนนอกอย่างเขาจะทำอะไรได้ นอกจากคอยยืนอยู่ข้างๆ เธอแบบนี้ ทำดีที่สุดก็คือคอยปลอบโยนและดึงรอยยิ้มที่สดใสของเธอกลับคืนมา  

“อ่อค่ะ” หญิงสาวได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ มองซ้ายมองขวาก่อนจะตัดสินใจหันกลับมาหาชายหนุ่มตรงหน้าแล้วพยักหน้ายิ้มๆ “ก็ได้ค่ะ พิ้งค์ก็ไม่มีเพื่อนไปทานข้าวเหมือนกัน”

“พี่เป็นเจ้ามือนะ” คีรติยิ้มกว้างอย่างดีใจที่สาวน้อยตรงหน้ายอมไปทานข้าวกับเขา ก่อนจะอาสาขอเป็นคนถือหนังสือที่คนตัวเล็กอุ้มแนบอกเอาไว้ ซึ่งลักษณารีย์ก็ยอมทำตามใจเขาโดยส่งหนังสือพวกนั้นมาให้อย่างง่ายๆ

“ไม่ค่ะ ถ้าอยากให้พิ้งค์ไปด้วย พิ้งค์ขอเลี้ยงพี่ครามเองนะคะมื้อนี้ มื้อที่แล้วพี่ครามก็จ่ายให้พิ้งค์” มื้อที่รดิศผิดนัดแล้วปล่อยให้เธอรอเก้ออยู่อย่างนั้น หนำซ้ำคีรติยังเป็นคนอาสาไปส่งเธอที่บ้านอีกทั้งๆ ที่บ้านของชายหนุ่มอยู่คนละทางกับเธอด้วยซ้ำไป

“ก็ได้…พี่ยอมแพ้ ให้พิ้งค์เป็นเจ้ามือแทนก็ได้” เอื้อมมือไปยีเรือนผมเงางามของหญิงสาวด้วยความเอ็นดู ผมของลักษณารีย์นุ่มลื่นมือมากและนี่ก็เป็นเสน่ห์ของผู้หญิงคนนี้อีกอย่างหนึ่ง ผมดำเงายาวสลวยแผ่สยายลงไปถึงสะโพกที่กลมกลึง ลักษณารีย์ทั้งสวยและน่ารักในเวลาเดียวกัน และเขาเชื่อว่ามีผู้ชายหลายๆ คนหมายปองเธอมากพอสมควรและหนึ่งในนั้นมีเขารวมอยู่ด้วย

แต่น่าเสียใจที่หญิงสาวมอบหัวใจให้ใครอีกคน คนที่ไม่เคยมองว่าเธอมีค่าเลยสักครั้ง ทำไมกันนะ…หรือที่เขาว่ากันว่าผู้หญิงชอบคนเลวมันเป็นอย่างที่ว่ากันจริงๆ

อาหารตรงหน้าละลานตารวมถึงบรรยากาศรอบๆ ร้านช่างรมรื่นแต่มันก็ไม่ได้น่ามองมากไปกว่าผู้หญิงตรงหน้าของเขาเลยสักนิด รดิศลอบยิ้มกับท่าทีของเพื่อนสาวตรงหน้าที่กำลังนั่งกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อยไม่สนใจเขาเลยสักนิด

“มองอะไรล่ะ ไม่ทานข้าวหรือไงกัน” พะแพงหรี่ตามองเพื่อนชายอย่างมีจริต เธอชอบที่รดิศสนอกสนใจเธอแบบนี้และไม่ว่าโทรจะโทรหาเขาเวลาไหนตอนไหน ไม่มีคำปฏิเสธสักครั้งเพราะผู้ชายคนนี้จะรีบมาหาเธอทันทีทันใด

“เห็นเธอทานแบบนี้ฉันก็อิ่มแทนแล้วล่ะ” รดิศบอกยิ้มๆ ในขณะที่พะแพงทำหน้ามู่ใส่ “ทานข้าวเสร็จไปดูหนังกันดีไหม”

“ไม่ล่ะ ไม่มีอารมณ์อยากกลับบ้านมากกว่า” พะแพงปฏิเสธอย่างไม่ใยดีเธอแค่อยากดึงรดิศกลับมาหาเธอบ้างก็เท่านั้น เมื่อเช้าเห็นไปนั่งจู๋จี๋กับแม่นั่นทำให้เธอรู้สึกหวง ‘เพื่อน’ ขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เลยลองแกล้งโทรไปทวงที่เขาบอกไว้ว่าจะพามาเลี้ยงข้าว

“ไม่ไปจริงๆ เหรอ อีกหน่อยฉันก็จะไม่ค่อยมีเวลาแล้วนะ ต้องเข้าไปทำงานที่รีสอร์ทแล้ว โดนแม่งอนใหญ่ที่ไม่ยอมเข้าไปช่วยงานพี่ราฟสักที” แววตาของพะแพงดูเปลี่ยนไปทันทีเมื่อได้ยินชื่อของรามิล ทำเอารดิศต้องขบกรามแน่นและเบือนหน้าไปทางอื่น

นี่ก็เป็นอีกข้อที่ทำให้เขาหนักหัวใจ พะแพงทำท่าเหมือนสนใจรามิลทุกครั้งจนเขาปวดหนึบๆ ในหัวใจบ่อยๆ มันน่าตลกมากๆ ที่ต้องมาตกม้าตายกับเพื่อนสนิทของตัวเองแบบนี้

“แหม…โรมก็ เข้าไปบริหารนี่ นั่งเซ็นต์เอกสารแค่นั้นเองทำไมจะไม่มีเวลาล่ะ ไม่เห็นต้องเครียดเลยถ้าโรมไม่มีเวลา เดี๋ยวแพงเข้าไปหาที่รีสอร์ทก็ได้นะ เผื่อโรมเหงาไม่มีเพื่อนคุย” พะแพงรีบชวนรดิศคุยเมื่อรู้ว่าตัวเองอาจเผลอแสดงอะไรแปลกๆ ออกไป รามิลพี่ชายบุญธรรมของรดิศน่ะทั้งหล่อทั้งใจดีมีใครบ้างที่ไม่สนใจผู้บริหารหนุ่มไฟแรงแบบนั้น

สำหรับรดิศ…เธอจะทำอย่างไรกับเขาก็ได้ เพราะมั่นใจว่าอย่างไรรดิศก็ไม่ไปไหนหรอก เขาคือไพ่ตายที่เธอมีอยู่ในมือ และแน่นอนเธอไม่มีวันยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ เหมือนกัน

“ให้จริงเถอะ ไม่ใช่ว่าพอฉันทำงานแล้วจะตีตัวออกห่างกันไป” รดิศพูดทีเล่นทีจริง

“จะบ้าเหรอ คิดอะไรแบบนั้นล่ะ โรมเป็นเพื่อนแพงนะ เพื่อนรัก…ที่สุด” พะแพงเหยียดยิ้มไม่อยากให้ความหวังรดิศเต็มร้อยทั้งที่ในใจคิดไปการณ์ไกล ค่อยๆ เปิดทีละนิดๆ ให้เขาเดินตามมาแบบนี้แหละ วิธีการของเธอ

“แปปนะ โทรศัพท์มา” ชายหนุ่มขอตัวและลุกขึ้นไปรับโทรศัพท์ บิดาของเขาโทรเข้ามาแบบนี้คงมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย “ครับพ่อ”

‘อีกสองสามวัน ราฟจะลงไปคุยงานที่กรุงเทพฯ พ่ออยากให้โรมเข้าบริษัทไปช่วยงานระหว่างที่พี่เขาไม่อยู่ได้หรือเปล่า ทางนั้นกลับมาก็คงปวดหัวนิดหน่อยเพราะหนูรินร้องตามไปด้วย’ โอเคเขาพอจะเข้าใจความรู้สึกของรามิลอยู่นะ กับการที่มียายตัวแสบขอตามไปด้วยทุกที่แบบนั้น คงไปนั่งคุมทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของพี่ชายเหมือนเดิมนั่นแหละ ไม่รู้ว่าชาตินี้รามิลจะมีเมียกับคนอื่นเขาหรือเปล่า

“ได้ครับพ่อ ไม่ต้องเป็นห่วง”

‘พ่อรักโรมนะ’ รดิศยิ้มออกมา เวลาคุยโทรศัพท์กับบิดาและมารดาก่อนจะวางสายพวกท่านชอบบอกรักลูกๆ ก่อนทุกครั้ง

“ผมก็รักพ่อครับ”

“มีอะไรหรือเปล่าโรม ทำหน้าแปลกๆ” พะแพงรีบถามออกไป ความจริงเธออยากจะรู้ว่าใครเป็นคนโทรมามากกว่า หรือว่าเป็นแม่ผู้หญิงคนนั้น

พะแพงเบ้ปากเมื่อนึกถึง ยิ่งหมั่นไส้เพิ่มขึ้นเมื่อแม่คนนั้นดันเป็นเพื่อนสนิทของระริน ยายผู้หญิงที่เธอชังหน้ามากที่สุดในโลก

“ต้องเข้าบริษัทน่ะ พี่ราฟต้องลงไปคุยงานกับลูกค้าที่กรุงเทพฯ ให้ตายสิฉันไม่ชอบเลยกับการต้องใส่สูทแต่งตัวเนี้ยบๆ” รดิศพ่นลมหายใจออกมาอย่างหัวเสีย แต่คนฟังกับตาวาวเมื่อได้ยินดังนั้น

“แล้วโรมต้องเข้าบริษัทวันไหนล่ะ”

“อีกสองสามวันข้างหน้า”

“อ้อ...แพงก็จะลงไปกรุงเทพฯ พอดีเลย” รดิศหรี่ตามมองเพื่อนสาวด้วยความสงสัย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป