บทที่ 16 16

“ไอ้คราม พิ้งค์...มาได้ยังไง” สีหน้าของรดิศบึ้งตึงทันใดเมื่อเห็นเพื่อนรักยืนเคียงข้างกับลักษณารีย์

“หวัดดีไอ้เพื่อนยาก ฉันพาคนสำคัญมาหาน่ะ นี่ก็ห้าโมงแล้ว...หวังว่าแกคงไม่ได้ลืมนัดใช่หรือเปล่า” คีรติพูดน้ำเตือนร่างสูงตรงหน้าที่กำลังจ้องมองลักษณารีย์ไม่วางตา สีหน้าของรดิศไม่ได้มีวี่แววตกใจหรือแม้แต่ความสำนึกผิดสักนิด

“พิ้งค์...กลับบ้านไป” ลักษณารีย์มองชายหนุ่มคนรักด้วยความตัดพ้อ เธอรอเขา...แต่เหมือนว่ารดิศจะลืมคำพูดของตัวเองไปอีกแล้ว “พี่ไม่ชอบให้มาก้าวก่ายความเป็นส่วนตัวแบบนี้ พิ้งค์ก็รู้ไม่ใช่เหรอ”

“ไอ้โรม !”

“มันไม่ใช่เรื่องของแก” รดิศตะคอกใส่หน้าคีรติ โมโหที่ลักษณารีย์ดื้อดันแบบนี้และที่สำคัญเธอมากับคีรติแค่สองคน “พี่จะไปส่งเอง อาชายให้รอที่ไหนบอกมา !”

“พี่โรม...” เธอแค่อยากจะอยู่ใกล้ๆ เขา อยากจะเห็นหน้าเขา แบบนี้เธอผิดด้วยเหรอ

เขาเป็นคนนัดเธอเองนะ แต่สุดท้ายก็ผิดสัญญาตามเคย รดิศ...จะให้เธอรอไปถึงเมื่อไหร่ ?

“เสียงเอะอะโวยวายอะไรกันเหรอโรม ...อ้าว คราม”

ลักษณารีย์ตัวแข็งทื่อเมื่อได้ยินเสียงของผู้หญิงดังออกมาจากข้างใน ร่างสมส่วนเดินออกมาทั้งที่อยู่ในชุดคลุมอาบน้ำ มันทำให้เธอแทบจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ แท้จริงแล้วมันเป็นอย่างที่เธอคิดจริงๆ สิ่งที่เธอหวาดกลัวที่สุดยืนอยู่ตรงหน้านี่เอง

“นี่เหรอคะ ธุระที่พี่โรมว่า นี่ใช่หรือเปล่าที่ทำให้ต้องผิดสัญญากับพิ้งค์ทุกๆ ครั้ง” ร่างบางถามน้ำเสียงสั่นเครือ มองหน้าชายหนุ่มด้วยความผิดหวังและเสียใจอย่างสุดซึ้ง

แต่ก่อนที่น้ำตาจะไหลลงมาประจานความโง่งมของตัวเอง เธอก็รีบหันหลังแล้ววิ่งออกไปโดยไม่หันกลับมามองรดิศที่กำลังยืนหน้าเสีย

“พิ้งค์ !”

สรุปแล้วเธอเป็นอะไรสำหรับเขากันแน่ เป็นคนรักหรือเป็นผู้หญิงที่เขาคบเอาไว้คั่นเวลาเท่านั้น ยิ่งเห็นก็ยิ่งปวดใจเมื่อผู้หญิงที่ชื่อพะแพงอยู่กับรดิศในวันที่เขานัดกับเธอเอาไว้ มันเป็นแบบนี้ทุกครั้งเลยหรือเปล่า

ร่างบางทรุดตัวลงข้างๆ รถยนต์ของคีรติ ทั้งเหนื่อยทั้งเสียใจทั้งที่ตอนแรกบอกกับตัวเองให้เชื่อมั่น แต่พอเอาเข้าจริงๆ กับรับไม่ได้เสียอย่างนั้น ลักษณารีย์ปล่อยให้น้ำตาไหลไปเรื่อยๆ เธอเหนื่อยเหลือเกิน เหมือนกับว่าวิ่งตามเขาพอใกล้จะถึงตัวเองก็สะดุดล้มลง สุดท้ายก็ยังต้องมาตามเขาต่อไปเรื่อยๆ

จนกว่าจะขาดใจตายไปอย่างนั้นเหรอ

“พิ้งค์” เสียงฝีเท้าหยุดลงพร้อมๆ กับเสียงหอบเล็กน้อยของคีรติดังขึ้น ชายหนุ่มทรุดตัวนั่งลงข้างๆ เธอก่อนจะรั้งตัวเธอเข้าไปกอดเอาไว้แน่น “ไม่เป็นไรนะ พี่อยู่ตรงนี้”

ลักษณารีย์ปล่อยโฮออกมาเมื่อมีคนปลอบโยน ยิ่งมีคนกอดมีที่พักพิงแบบนี้เธอยิ่งอ่อนแอจนไม่มีแรงทำอะไร “พิ้งค์ควรทำยังไงดีคะพี่คราม เหนื่อยจังเลยค่ะ หรือพิ้งค์ควรจะยอมรับความจริงสักที” เธอถามเสียงสั่นๆ

“เรื่องนี้พิ้งค์ควรถามใจตัวเองให้ดี ถ้ามันเจ็บ...ไม่แปลกหากเราจะถอยออกมา”

“แกพูดบ้าอะไรของแก ไอ้คราม !” น้ำเสียงที่แลดูโมโหสุดขีดของรดิศดังขึ้น ร่างของลักษณารีย์ถูกกระชากออกมาจากอ้อมกอดของคีรติ “อย่ามาแส่ แกมันคนนอก !”

คีรติกัดฟันแน่นใจอยากจะตอบโต้รดิศให้สาสมกับที่มันทำให้คนตัวเล็กต้องร้องไห้ แต่ก็กลัวว่าลักษณารีย์จะตกใจไปมากกว่านี้จึงได้แต่กำหมัดเอาไว้ข้างกาย อะไรที่ทำให้เธอไม่สบายใจหรือมีร้อยน้ำตา...เขาจะไม่ทำ

“ไปพิ้งค์...พี่จะไปส่งที่ห้าง...อาชายจะมารับใช่หรือเปล่าครับ” เลือกที่จะไม่ตอบโต้กลับไป หันมาถามหญิงสาวที่กำลังใช้หลังมือเช็ดน้ำตา เพราะอีกมือถูกไอ้เพื่อนบ้ามันจับข้อมือเอาไว้เสียแน่น

รดิศปรายตามองคีรติและลักษณารีย์ด้วยความเดือดพล่าน ทั้งที่เขายืนอยู่ตรงนี้มันยังกล้าชวนลักษณารีย์อีก “แกไปส่งแพงซะ ฉันจะไปส่งพิ้งค์เอง”

“ไม่ค่ะ พิ้งค์จะกลับกับพี่คราม” ลักษณารีย์ยื้อสุดฤทธิ์พยายามดึงแขนตัวเองออกจากชายหนุ่มคนรัก แต่ก็ไม่เป็นผลเมื่อรดิศกำแน่นขึ้นไปอีก

“แกได้ยินแล้วปล่อยพิ้งค์เถอะ ฉันจะไปส่งพิ้งค์เอง”

“พี่จะไปส่งเราเอง ได้ยินไหม ! เพราะเรามีเรื่องต้องคุยกันยาว !” คนบ้าดีเดือดไม่สนใจใครหน้าไหนทั้งนั้น ตอนนี้เขาอยากจะจัดการกับคนตัวเล็กคนนี้มากกว่า ใจข้างในมันร้อนรุ่มกลัวว่าจะโดนแย่งบางสิ่งบางอย่างไป กลัวว่าตัวเองจะโดนลดความสำคัญ เขาเกลียดการเป็นที่สองหรือที่สาม เพราะเขาต้องเป็นที่หนึ่งเท่านั้น !

ลักษณารีย์ถูกลากมายังรถของรดิศที่จอดอยู่ โดยที่คีรติได้แต่ยืนมองอยู่กับที่ไม่ได้ตามมา เพราะอยากปล่อยให้หญิงสาวได้ตัดสินใจกับความรักของตัวเอง ประตูรถถูกปิดอย่างแรงจนหญิงสาวตกใจ หากเมื่อกี้เธอยกขาขึ้นไม่ทันล่ะก็มีหวังเจ็บตัวแน่นอน

“พี่กำลังโมโห...มากๆ ด้วย” ทันทีที่รดิศเปิดประตูเข้ามานั่งฝั่งคำขับ นี่คือคำพูดแรกที่เขาพูดกับเธอ ลักษณารีย์เบือนหน้าหนีเม้มปากเข้าหากันแน่นจนรู้สึกเจ็บไปหมด

ใครกันที่ควรเป็นคนโมโห รดิศโกรธที่เธอมาขัดจังหวะของเขาอย่างนั้นใช่ไหม สภาพของพะแพงนั่นคงไม่ต้องอธิบายอะไรมากเธอเข้าใจดี จะทำอย่างไรต่อไปนี่คือคำถามที่เธอกำลังถามตัวเองในใจ

เดินหน้าหรือจะกลับหลังแล้ววิ่งหนีความรักที่ก้ำๆ กึ่งๆ นี่เสียที

รดิศทุบพวงมาลัยราวกับมันเป็นที่ระบายอารมณ์ เขาปรายตามองร่างบางที่นั่งนิ่งไม่ยอมเปิดปากพูดอะไรออกมาสักคำ เขาไม่ทันได้ตั้งรับด้วยซ้ำไม่คาดคิดว่าลักษณารีย์จะมาหาเขาถึงที่นี่

‘ไม่ค่ะ พิ้งค์จะกลับกับพี่คราม’ ไอ้คำพูดบ้าๆ นั่นมันทำให้เขาแทบขาดสติ อยากจะสั่งสอนคนปากดีด้วยการบดจูบแรงๆ ให้รู้สำนึกสักทีว่าเธอไม่ควรขัดใจเขาแบบนี้

“คาดเข็มขัดเดี๋ยวนี้ !” เขาสั่งเสียงเข้ม

บทก่อนหน้า
บทถัดไป