บทที่ 17 17

ลักษณารีย์ทำตามที่รดิศบอกไม่อิดออดแต่ไม่สนใจที่จะต่อกรกับอารมณ์ร้อนๆ ของเขา ขืนเธอพูดอะไรออกไปก็เข้าตัวเองอยู่ดี เขาโกรธที่เธอขัดคำสั่งของเขา เธอก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของเขาอย่างนั้นเหรอ...

เธอไม่เคยสัมผัสถึงข้างในของเขาได้เลยสักครั้ง เรื่องส่วนตัวของรดิศเธอแทบไม่รู้รายละเอียดพวกนั้นเลย เพราะเขาไม่เคยบอกเธอ แล้วเธอจะไปก้าวก่ายได้อย่างไรกัน คิดแล้วทำไมหัวใจมันเจ็บจนเหมือนกำลังจะรับไม่ไหวนะ

รดิศขับรถออกจากตัวรีสอร์ทได้ไม่นานเขาก็เข้าจอดข้างทาง บอกตามตรงว่าตอนนี้เธอยังไม่อยากจะพูดกับเขา อารมณ์ร้อนๆ แบบนี้พูดไปอย่างไรเขาก็หาว่าเธอเป็นคนผิดอยู่ดี หรือบางทีเธออาจจะผิดตั้งแต่มอบหัวใจให้กับผู้ชายคนนี้แล้วก็ได้

“พิ้งค์” รดิศพยายามระงับความโกรธเอาไว้ส่วนที่ลึกที่สุด เขารู้ว่าถ้าหากขับไปถึงที่ห้างสรรพสินค้านั่นลักษณารีย์คงไม่ยอมคุยกับเขาแน่นอน ยอมรับว่าเขาเองก็มีส่วนผิดที่คิดจะเบี้ยวนัดหญิงสาวอีกครั้งแต่พอเห็นว่าเธอมากับใคร ความโกรธก็พุ่งขึ้นมาสุดขีด

“ฟ้ามืดแล้ว พี่โรมช่วยขับไปส่งพิ้งค์เลยได้หรือเปล่าคะ เดี๋ยวอาชายจะรอนาน” ลักษณารีย์พูดทั้งที่ไม่ได้มองหน้าชายหนุ่ม

“ช่างสิ พี่จะขับไปส่งที่บ้านพิ้งค์ก็ได้” ตอนนี้เขาไม่สนใจใคนหน้าไหนทั้งนั้น ต้องการพูดกับคนข้างๆ ให้รู้เรื่อง เขาเกลียดที่ลักษณารีย์ทำเหมือนเขาไม่มีตัวตนแบบนี้

“พี่โรม !” ลักษณารีย์เพิ่มระดับเสียงเมื่อมือหนาคว้าข้อมือเธอเอาไว้แน่น “ปล่อยค่ะ”

“หวงตัวอย่างนั้นเหรอ ? แล้วทีไอ้ครามมันกอดแนบแน่นแบบนั้นทำไมไม่ทำเสียงแบบนี้ใส่มันบ้างฮะ !” รดิศบอกเสียงเข้มดวงตาคมเข้มลุกวาวจนคนมองต้องเม้มปากเข้าหากัน “ทีแบบนี้เงียบทำไม พูดออกมาสิ”

คนถูกตวาดมองหน้าชายหนุ่มด้วยความเสียใจ “สรุปแล้วพิ้งค์ผิดใช่ไหมคะ ทุกอย่างเลยใช่ไหม” เธอถามเขาเสียงสั่นคล้ายกับว่ากำลังจะร้องไห้ออกมาอีกครั้ง

“โกรธที่พิ้งค์มากับพี่คราม หรือว่า...โกรธที่พิ้งค์เข้าไปขัดจังหวะพี่โรมกันแน่คะ” คนถูกถามอึ้งและยิ่งรู้สึกหน่วงๆ เมื่อเห็นน้ำตาใสๆ ไหลรินออกจากดวงตาคู่งาม “ขอร้องเถอะค่ะ ถ้าพี่โรมไม่คิดจะจริงจังกับพิ้งค์ เราก็ไม่ควรดันทุรังเดินต่อไป” คำพูดของลักษณารีย์เมื่อครู่เปรียบเสมือนหมัดหนักๆ ที่กระแทกหน้าเขาอย่างจัง

เธอกำลังจะขอเลิกกับเขาหรืออย่างไรกัน ใครจะยอม !

“เก็บคำพูดและความคิดบ้าๆ นั่นไปได้เลยพิ้งค์ ดันทุรังอะไร...” รดิศข่มความไม่พอใจเอาไว้สุดฤทธิ์ ตอนนี้เขาไม่กล้าใส่อารมณ์กับคนตัวเล็ก อาจจะเพราะน้ำตานั่นที่ยังคงไหลต่อเนื่องทำให้เขารู้สึกแปลกๆ ทำตัวไม่ถูก

“ฮึก...พิ้งค์เจ็บนะคะ พี่โรมทำเหมือนพิ้งค์ไม่ใช่คนรักอย่างที่เคยพูด เคยนับบ้างไหมว่าปล่อยให้พิ้งค์รอมากี่ครั้งแล้ว เลื่อนนัดอย่างนั้นเหรอ...ถ้าพี่ครามไม่พามาที่นี่พิ้งค์ก็คงต้องนั่งรอพี่โรมต่อไปใช่ไหม ฮือๆ ทำไมถึงใจร้ายกับพิ้งค์แบบนี้” ร่างบางสะอื้นฮัก แขนเรียวกอดตัวเองเอาไว้ด้วยความเจ็บปวดหัวใจ แม้อยากจะทุบตีคนตัวโตให้สาแก่ใจมากเพียงใดแต่ก็ไม่อยากทำให้เขาเจ็บตัว

พอเห็นลักษณารีย์ร้องไห้ออกมาแบบนี้รดิศก็เริ่มรู้สึกผิด โอเคเขาผิดเองที่ลืมนัดเธออีกครั้ง เพราะว่าพะแพงทำน้ำอัดลมหกใส่เสื้อตัวเองเขาเลยให้เธอเข้าไปอาบน้ำ จนลืมไปแล้วว่ายังมีใครอีกคนที่รอเขาอยู่...

“ไม่เอาน่ะ หยุดร้องไห้เถอะพี่ขอโทษ” เอื้อมมือไปเกลี่ยน้ำตาออกจากใบหน้าด้วยความสำนึกผิด “พี่ไม่ชอบให้พิ้งค์อยู่ใกล้กับไอ้คราม พิ้งค์ก็น่าจะรู้ว่ามันรู้สึกยังไงกับพิ้งค์” คีรติตั้งใจพาลักษณารีย์มาที่นี่ก็เพื่ออยากให้คนตัวเล็กเห็นว่าเขากำลังอยู่กับใคร

มันคงเตรียมตัวจะรอเสียบอยู่แน่ๆ

“ตาบวมหมดแล้วคนดี เงยหน้าขึ้นมาเร็ว พี่ผิดไปแล้วจริงๆ” คนอยากเอาใจรีบพูดเสียงอ้อนๆ “เราไปหาอะไรอร่อยๆ ทานกันนะโอเคไหม”

“พิ้งค์อยากกลับบ้าน” เธอเหนื่อยอยากพักผ่อน “อยากทบทวนเรื่องที่ผ่านมาด้วยค่ะ”

“พี่ไม่เลิกนะ พิ้งค์อย่าทำแบบนี้สิครับ” มือหนาดึงมือบางมากุมเอาไว้ บรรจงจุมพิตทีละนิ้วด้วยความรู้สึกปั่นป่วน ทำไมรู้สึกกลัวกับคำพูดและอารมณ์ของลักษณารีย์ในตอนนี้มากเหลือเกิน

“พาพิ้งค์ไปส่งที่ห้าง...ทีนะคะ อาชายคงมารอรับแล้ว” บอกเสียงแผ่วเบาแล้วเอนตัวพิงกับเบาะหันหน้าออกนอกหน้าต่างพร้อมกับหลับตาลงอย่างเหนื่อยล้า และที่สำคัญ...ไม่ลืมที่จะดึงมือของตัวเองกลับมาด้วย

รดิศได้แต่มองอย่างอึ้งๆ ไม่เคยเห็นหญิงสาวในรูปแบบนี้ โดยปกติลักษณารีย์มักจะไม่เคยโกรธเขาด้วยซ้ำไปส่วนมากจะมีแต่ถ้อยคำที่ตัดพ้อ ไม่ใช่ความเย็นชาอย่างที่เป็นอยู่ในตอนนี้

“พี่ขอโทษ แต่พี่ไม่เลิกกับพิ้งค์หรอกนะ ขอโทษที่ตะคอกใส่มันเป็นเพราะพี่ไม่ชอบใจที่เห็นพิ้งค์อยู่กับไอ้คราม พี่หึงนะ...” ลักษณารีย์ข่มน้ำตาเอาไว้ เสียงทุ้มนั่นดังอยู่ข้างๆ หูของเธอนี่เอง สิ้นเสียงริมฝีปากร้อนๆ ก็ประทับเข้ากับแก้มของเธอ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป