บทที่ 19 19
ทางด้านคนที่ได้อ่านถึงกับเม้มปากเข้าหากันแน่น ลักษณารีย์พอจะรู้ว่ารดิศนั้นใจกล้าบ้าบิ่นพอสมควร ขาเรียวก้าวลงจากเตียงสวมรองเท้านุ่มหยุ่นรูปตุ๊กตาหมีคู่โปรดของเธอแล้วเดินไปตรงหน้าต่าง ลองชะเง้อมองเผื่อว่าจะมีรถของชายหนุ่มจอดอยู่ แล้วก็ต้องโล่งใจเมื่อไม่มีวี่แววรถของรดิศ
“คงไม่มาหรอก” บอกกับตัวเองอย่างนั้น เธอไม่อยากคุยกับเขาจริงๆ ในเวลาแบบนี้ โชคดีเหลือเกินที่อาทิตย์นี้ไม่มีเรียนเธอจะได้มีเวลาถามใจตัวเองสักที
เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นทำให้คนตัวเล็กถึงกับสะดุ้ง ทำใจปล่อยให้มันดังไปอย่างนั้นต่อไปเรื่อยๆ ต่อให้โทรจนแบตหมดเธอก็ไม่รับหรอก ตัดสินใจเดินออกไปตรงระเบียงแล้วจัดการเลื่อนประตูปิดเพื่อที่จะได้ไม่ต้องได้ยินเสียงร้องของโทรศัพท์นั่น
“พิ้งค์รักพี่โรมนะ แต่พี่โรมล่ะ…เคยรักพิ้งค์บ้างหรือเปล่าคะ” เงยหน้าถามกับดวงดาวที่ประดับอยู่บนท้องฟ้าที่มืดมิดเหมือนกับความรักของเธอในตอนนี้ แต่แสงประกายแวววาวของมันช่วยทำให้เธอคลายความเศร้าลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ลองห่างกันดูบ้างสักอาทิตย์ไม่ก็เดือนหนึ่ง จะได้รู้ว่าเธออยู่ได้ไหมหากไม่มีรดิศไม่ได้พูดไม่ได้ยินเสียงของเขา อยากทบทวนหัวใจและถามตัวเองว่ายังไหวหรือเปล่า เธอแข็งแรงพอไหมที่จะวิ่งตามเขาเหมือนเดิม
ที่สำคัญ...เธออยากจะรู้ว่ารดิศจะคิดถึงเธอบ้างหรือเปล่า การที่ลองเสี่ยงครั้งนี้จะมีผลลัพธ์แค่สองอย่างก็คือออกหัวกับก้อย รดิศอาจจะรู้สึกแปลกไปหากเธอทำเย็นชาไม่สนใจเขาแบบนี้ นั่นก็ผลลัพธ์ที่เธอคาดหวังว่าเขาคงมีความรู้สึกดีๆ ให้บ้าง หรือบางที...เขาอาจจะไม่คิดถึงเธอเลย คงมีผู้หญิงคนอื่นๆ มาแวะเวียนหาเขาไม่ขาดสาย
ถ้าเป็นอย่างนั้น...เธอก็คงต้องทำใจ
ลักษณารีย์เดินกลับเข้าห้องจัดการปิดไฟก่อนจะสอดตัวเข้าใต้ผ่าห่มผืนใหญ่ แม้ว่าจะยังไม่ง่วงเท่าไหร่แต่ก็ไม่อยากนั่งคิดอะไรให้ใจมันว้าวุ่น พยายามข่มตาให้หลับน่าจะดีกว่า หลังจากที่เดินกลับเข้ามาเสียงโทรศัพท์ก็เงียบไปและรดิศก็ไม่โทรเข้ามาอีกเลย เขาแค่กำลังโมโหที่ไม่ได้ดังใจเท่านั้นเพราะเธอไม่เคยขัดใจผู้ชายคนนี้สักอย่าง ขนาดทุกข์แทบตายก็ยังเก็บเอาไว้ไม่บอกให้รู้
ปัง !
“เสียงอะไร...” ร่างบางเบิกตากว้างอย่างตกใจเมื่อมีเสียงดังมาจากนอกระเบียง เหมือนมีคนกำลังเคาะประตูบานเลื่อนนั่น ลักษณารีย์เอามือทาบอกอย่างตกใจเมื่อนึกอะไรบางอย่างออก
อย่าบอกนะ! ว่าเขามาจริงๆ
“ล้อเล่นใช่ไหม อย่างพี่โรมนะเหรอ...” หญิงสาวรีบลุกขึ้นนั่งในขณะเดียวกันเจ้าโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ปลายสายคือรดิศอย่างที่เธอคิดเอาไว้จริงๆ ทำใจกล้ากดรับสายมันเพราะอยากจะรู้ว่าคนที่ยืนเคาะประตูอยู่นอกระเบียงนั่นใช่เขาจริงๆ หรือเปล่า แต่ไม่...เธอจะได้วิ่งออกไปร้องเรียกให้คนช่วย
‘ถ้าไม่อยากให้พี่โดนยิงไส้แตกล่ะก็ มาเปิดประตูให้พี่เดี๋ยวนี้’ เขาสั่งเสียงเข้มแค่นั้นก่อนที่จะวางสายไป
ลักษณารีย์เพิ่งรู้วันนี้เองว่าเธอไม่ควรขอร้องให้คุณตาแต่งห้องนอนให้ใหม่ ไม่คาดคิดว่าการที่ทำระเบียงยื่นออกไปเพียงพออยากจะสูดอากาศตอนเช้าหรือนอนดูดาวตอนกลางคืน มันจะส่งผลเสียมาให้เธอในวันนี้
ไม่อยากเห็นหน้า ไม่อยากสัมผัสตัวเขา ไม่อยากได้ยินเสียงด้วยซ้ำ แต่เธอ...ไม่อยากให้เขาได้รับบาดเจ็บหากมีคนมาเห็นเข้าล่ะก็ไม่ใช่เรื่องที่ดี
“เข้ามาก่อนค่ะ” สุดท้ายก็ต้องจำใจลุกขึ้นไปเปิดแล้วดึงตัวชายหนุ่มให้เข้ามาในห้องโดยพลัน ดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้ไม่รู้ว่าบิดาของเธอจะกลับมาหรือยัง ถ้าบังเอิญเห็นรดิศคงเกิดเรื่องใหญ่แน่ๆ
“คิดว่าพี่พูดเล่นเหรอ ทำไมถึงไม่รับโทรศัพท์พี่ ต้องการเลิกกับพี่จริงๆ ใช่ไหม” รดิศถามอย่างหัวเสีย ใบหน้าหล่อเหลานั้นยุ่งเหยิงคิ้วหนาขมวดเข้าหากันจนแทบเป็นปม เขานอนไม่หลับแล้วยังร้อนใจจนต้องบึ่งรถมาหาผู้หญิงคนนี้กลางดึก คนที่เขาคิดว่าเธอจะยอมเชื่อฟังและไม่ดื้อรั้นกับเขา แต่ตอนนี้มันไม่ใช่เลย...ลักษณารีย์ทำทีเหมือนกับว่ากำลังจะตีตัวจากเขาไป
เขาทนไม่ได้...
“พิ้งค์ไม่รักพี่แล้วเหรอ...” รดิศใช้ปลายนิ้วเชยคางมนขึ้นมาให้สบตากัน ถึงจะไม่ได้เปิดไฟแต่เขาก็ยังสังเกตเห็นถึงดวงตาที่บวมเป่งเหมือนกับเพิ่งผ่านการร้องไห้มา “ร้องไห้จนตาบวมแบบนี้ คิดถึงพี่เหมือนกันใช่หรือเปล่า”
“กลับไปเถอะค่ะ ถ้ามีคนมาเห็น...” เลี่ยงที่จะตอบคำถามของเขา เธอไม่เคยโกหกความรู้สึกของตัวเองรักก็บอกว่ารัก รดิศรู้ดีอยู่แล้วว่าเธอรักเขามากแค่ไหน เขาถึงคิดว่าเธอเป็นของตายสำหรับเขายังไงล่ะ
“เราต้องคุยกันนะพิ้งค์ พี่ไม่ยอมปล่อยให้มันค้างๆ คาๆ แบบนี้หรอก” รดิศรวบตัวร่างบางเข้ามากอดไว้แน่น นานๆ ทีจะมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับเธอแบบนี้ กลิ่นหอมจากกายสาวชวนเย้ายวนจนต้องคอยข่มอารมณ์
“ถ้าพี่โรมไม่คิดจะจริงจังกับพิ้งค์ ขอร้องเถอะค่ะอย่าทำร้ายกันอีกเลย พิ้งค์เหนื่อย” ลักษณารีย์เอนศีรษะซบกับแผงอกแกร่งของชายหนุ่มอย่างเหนื่อยล้า เธอเหนื่อยและล้าจริงๆ นะ “ไม่อยากวิ่งตามอีกแล้วค่ะ ไม่อยากอยู่ในมุมมืดๆ แบบนี้ด้วย รักมากเท่าไหร่ก็แสดงออกให้คนอื่นรับรู้ไม่ได้ พี่โรมทำเหมือนพิ้งค์เป็นเพียงของเล่น”
“ไม่...พิ้งค์ไม่ใช่ของเล่น” รดิศรีบปฏิเสธ อย่างน้อยตอนนี้ก็ยังไม่ใช่
“แล้วเป็นอะไรสำหรับพี่โรมเหรอคะ ช่วยบอกชัดๆ หน่อยได้ไหม เห็นใจพิ้งค์บ้างเถอะค่ะ” เธอทุ่มเทให้เขาทุกๆ อย่าง ก็อยากได้ความรักของเขาตอบแทนกลับมาบ้าง แค่คำว่ารักรดิศยังไม่เคยพูดให้เธอฟังสักครั้ง
