บทที่ 2 2

หากการเลิกรักใครสักคนทำได้ง่ายๆ เธอคงไม่ลังเลจะเปลี่ยนชื่อคนที่สลักอยู่ในหัวใจ แต่เพราะมันเป็นเรื่องที่ยากมากที่สุดยิ่งกว่าการทำข้อสอบ ดังนั้นหัวใจช้ำๆ ของผู้หญิงอย่างเธอก็ยังเป็นของเขาคนนั้น

คนที่หลงลืมเธอเอาไว้ในมุมมืด... 

ลักษณารีย์เดินออกมาจากตึกคณะเพียงคนเดียวเนื่องจากระรินกลับไปก่อนแล้ว โดยที่มีรามิลเป็นคนมารับอย่างเช่นทุกครั้ง ดีเหมือนกันที่รดิศไม่ได้เป็นคนมารับเพราะตอนนี้เธอยังไม่พร้อมที่จะเจอเขา เมื่อคืนหลังจากที่คีรติมาส่งที่บ้านเธอก็ไม่ได้โทรไปบอกเขา ซึ่งรดิศก็ไม่ได้โทรกลับมาหาเธอเช่นกัน...

ยังไงดีล่ะ...ตอนนี้เธอทั้งรักทั้งเหนื่อย ปากบอกว่าโกรธๆ แต่เชื่อเถอะว่าถ้าเจอรดิศต่อหน้าความโกรธที่ว่านั้นจะค่อยๆ หายไปทีละนิดๆ จนในที่สุดจะไม่หลงเหลือเลย

“ค่ะอาชาย พิ้งค์รออยู่หน้าตึกคณะค่ะ” เสียงหวานพูดใส่โทรศัพท์เมื่อคนขับรถโทรมา อาชาติชายคือคนเก่าคนแก่ของคุณตาของเธอ ท่านคอยกำชับให้ชาติชายมารับมาส่งเธอที่มหาวิทยาลัย ที่สำคัญคุณตาหวงเธอยิ่งกว่าบิดาและมารดาเสียอีก และแน่นอนเรื่องระหว่างเธอกับรดิศจะให้ท่านรู้ไม่ได้เด็ดขาด

‘คุณหนูครับ พอดีผมติดงานที่ไร่อยู่ อาจจะไปถึงช้าหน่อยนะครับ ถ้ายังไงคุณหนูจะไปเดินเล่นที่ห้างก่อนก็ได้ประมาณห้าโมงเย็นผมคงไปถึง’ พอได้ยินแล้วหญิงสาวถึงกับต้องถอนหายใจออกมา

“เอาอย่างนั้นก็ได้ค่ะ พิ้งค์รอได้” ช่วงนี้ใกล้เทศกาลปีใหม่ผลไม้เลยขายดี ชาติชายคงต้องอยู่ช่วยภรรยาของเขาคัดเลือกผลไม้เนื่องจากคนงานหลายๆ คนลากลับบ้านไปเยี่ยมญาติ

ร่างบางเดินทอดน่องไปเรื่อยๆ ที่หน้ามหาวิทยาลัยมีรถสองแถวรอจอดอยู่ แม้ว่าคนจะแน่นไปสักหน่อยและออกจะลำบากนิดๆ แต่เธอก็ไม่หวั่น อย่างน้อยมันก็ทำให้เธอไปถึงห้างสรรพสินค้าได้ล่ะนะ

โทรศัพท์ร้องเตือนอีกรอบเมื่อมีคนโทรเข้ามา หรือว่าอาชาติชายเปลี่ยนใจมารับเธอไวกว่าเดิม แต่แล้วลักษณารีย์ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นชื่อคนที่โทรเข้ามา...รดิศ

หญิงสาวตัดสินใจรับสายเพราะถึงกดตัดสายหรือปล่อยให้มันดังอยู่อย่างนั้นก็คงไม่มีประโยชน์อะไร เธอเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเขาจะโทรมาคุยกับเธอเรื่องอะไร เพราะเรื่องเมื่อคืนที่เขาบอกว่าถึงบ้านให้เธอโทรหา แต่เธอไม่ได้โทรนั่นถือเป็นครั้งแรกที่เธอขัดคำสั่ง

“สวัสดีค่ะ” ร่างบางหยุดยืนนิ่งและกรอกเสียงลงไปตามสาย คำทักทายที่ดูเหมือนห่างเหินทำเอาคนฟังไม่ชอบใจเอาเสียเลย

“เดินย้อนกลับมา รถพี่จอดอยู่คันที่สาม” รดิศบอกด้วยน้ำเสียงตึงๆ แค่นั้นแล้วก็วางสายไป ลักษณารีย์หันหลังกลับไปมองก็มองเห็นรถชายหนุ่มไม่ใกล้ไม่ไกล

โกรธอยู่นะ...แต่ทำไมตอนนี้หัวใจมันถึงกำลังค่อยๆ เบิกบานล่ะ แค่รู้ว่าเขามารับที่มหาวิทยาลัยทำไมเธอถึงยิ้มออกได้อย่างง่ายๆ แบบนี้นะ จังหวะการก้าวขาเดินกลับไปก็ดูเหมือนจะไวกว่าตอนที่จะเดินออกไปรอรถสองแถวด้วย ลักษณารีย์หันซ้ายหันขวาเธอเองก็ไม่อยากให้เรื่องนี้หลุดไปถึงหูใครต่อใครเหมือนกัน

“กำลังจะเดินออกไปไหนคนเดียวแบบนั้น” พอขึ้นรถมานั่ง ชายหนุ่มก็เปิดปากถามเธอทันทีหน้าตาเขาบ่งบอกว่าตอนนี้กำลังอารมณ์ไม่ดี แต่เธอว่าคนๆ นั้นน่าจะเป็นเธอมากกว่านะ

รดิศยังทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่เมื่อวานเขาเพิ่งผิดใจกับเธอไปอยู่หยกๆ

“อาชายมารับช้าค่ะ เลยบอกให้พิ้งค์ไปเดินเล่นรอที่ห้าง” เธอตอบโดยหันหน้าออกนอกหน้าต่างไม่อยากมองหน้าคนตัวโต

“ไปคนเดียวแบบนั้น ทำไมถึงไม่โทรมาบอกพี่ล่ะ” คนที่ทำผิดเริ่มรู้ตัวว่าเมื่อวานก่อเรื่องเอาไว้อยู่ เริ่มปรับน้ำเสียงให้อ่อนลง ท่าทีของลักษณารีย์ทำเอาเขาใจแป้วไปเหมือนกันดูเหมือนว่าหญิงสาวจะโกรธเขาจริงๆ

“พิ้งค์ไม่อยากรอค่ะ ไม่รู้ว่าพี่โรมจะติดธุระสำคัญอะไรอีกหรือเปล่า” ใบหน้างามค่อยๆ หันมองชายหนุ่มที่นั่งจ้องหน้าเธออยู่ก่อนแล้ว เน้นคำว่าธุระสำคัญ...เธอไม่ได้อยากจะประชดประชันเขาหรอกนะ แต่บางครั้งรดิศก็ควรใส่ใจเธอบ้างแค่การที่ต้องคบกันแบบหลบๆ ซ่อนๆ มันก็ทำให้เธอกังวล

กลัวว่าเขาอาจจะไม่ได้คิดจริงจังกับเธอ...อย่างที่เธอคิดอยากจะฝากชีวิตไว้กับเขา 

“ไม่เอาน่ะ อย่าทำเสียงแบบนี้สิ” เอื้อมไปกุมมือบางเอาไว้แล้วยกขึ้นมาจุมพิต ลักษณารีย์เบือนหน้าหนี เขาก็เป็นแบบนี้ทุกครั้งทำผิดแล้วมาแก้ตัวทีหลัง แต่สิ่งที่เธอเกลียดที่สุดก็คือตัวเธอเองที่มันใจอ่อนง่ายดายเกินไป

“ความจริงแล้ว...เมื่อคืนพิ้งค์บอกอาชายว่าไม่ต้องมารับ” รดิศชะงักไปนิดหนึ่งเมื่อได้ยินเธอพูดแบบนั้น “พิ้งค์นั่งรอพี่โรมมาสองชั่วโมงเต็มๆ สั่งอาหารมารอเต็มโต๊ะ แต่สุดท้ายพี่โรม...ก็ไม่มา”

“แล้วพิ้งค์กลับยังไง” ตอนนี้ร่างสูงรู้สึกผิดที่ต้องปล่อยให้หญิงสาวกลับบ้านไปคนเดียว ทั้งที่เวลานั้นก็ค่ำพอสมควร หากลักษณารีย์พูดออกมาตรงๆ ว่าชาติชายไม่ได้มารับ เขาก็จะรีบไปรับเธอกลับบ้านทันที

“พี่ครามไปทานข้าวที่นั่นพอดีค่ะ เขาเลยอาสาไปส่ง” ลักษณารีย์บอกยิ้มๆ เธออยากจะรู้ว่ารดิศ ‘รู้สึก’ อย่างไรบ้าง เวลาที่เธออยู่กับคนอื่นเหมือนกับที่เขาทำ...เพียงแต่เธอเลือกที่จะบอกแต่เขาปิดบังเธอ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป