บทที่ 20 20
“พิ้งค์เป็นแฟนเป็นคนรักของพี่ยังไงครับ” รดิศตอบเสียงนุ่ม ริมฝีปากหนาจุมพิตเรือนผมเงางาม มือหนาลูบผมของคนในอ้อมกอดอย่างทะนุถนอมมันช่างลื่นมือ มองแบบนี้แล้วลักษณารีย์ตัวเล็กกว่าเขามากกอดทีเหมือนจมเข้าไปในตัวของเขา “หายโกรธพี่นะ พี่ขอโทษ...กว่าจะปีนขึ้นมาได้โดนกิ่งไม้เกี่ยวเล่นซะเลือดซิบเลย” ประโยคหลังบอกอ้อนๆ
“ขอพิ้งค์ดูหน่อยค่ะ” คนฟังตกใจรีบผละตัวออกมาดู แต่ก็มองไม่เห็นจึงเดินไปเปิดไฟที่โต๊ะเครื่องแป้งแทนไฟในห้อง เพราะไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่าเธอยังไม่นอน บางคืนคุณตาของเธอชอบออกมาเดินกลัวว่าท่านจะมาเคาะห้องเข้า
รดิศยิ้มกริ่มเมื่อหญิงสาวเผยความรู้สึกออกมาเหมือนเดิม เขาชอบที่ลักษณารีย์เป็นผู้หญิงที่ดูแลเอาใจใส่เขาแบบนี้ หลายครั้งที่เธอบ่นเสียงหวานๆ กับเรื่องการดื่มของเขา เธอไม่อยากให้ขับรถกลับบ้านดึกๆ ในขณะที่ดื่มมาด้วย
“พี่โรมต้องล้างแผลก่อนนะคะ ถึงจะเป็นไม่มากแต่ยังไงก็ต้องล้าง” มือบางจับแขนแกร่งดูอย่างถี่ถ้วน มันเป็นรอบโดนกิ่งไม้เกี่ยวยาวๆ เหมือนกับรอยโดนแมวข่วน
“ช่างแผลมันเถอะ พิ้งค์...ยกโทษให้พี่แล้วใช่ไหม” ให้ตายเหอะ เขาไม่เคยทำแบบนี้กับผู้หญิงคนไหน ไม่เคยง้อและไม่เคยร้อนใจจนถึงต้องขนาดขับรถมาหาแบบนี้ แม้กระทั่งกับพะแพงก็ตามเขาไม่เคยทำแบบนี้กับใคร “พี่เป็นผู้ชายนิสัยไม่ดีพี่รู้ แต่พิ้งค์อย่าเลิกกับพี่เลยนะครับ พี่อยากอยู่กับพิ้งค์นะ...” นิ้วหนาไล้แก้มใสอย่างหลงใหลเมื่อหญิงสาวเงยหน้ามองเขาด้วยแววตาครุ่นคิด
“ขอเวลาให้พิ้งค์ได้คิดหน่อยได้ไหมคะ” ไอ้เลิกรักน่ะมันไม่ได้ทำกันง่ายๆ หรอก และเธอก็รักรดิศมาก...มากเสียจนคิดไม่ออกว่าหากไม่มีเขาแล้วเธอก็กินไม่ได้นอนไม่หลับ เขาคือผู้ชายคนแรกที่เธอมีความรู้สึกดีๆ ให้แบบนี้
“ก็ได้แต่อย่านานนะ ใจจะขาดอยากได้ยินเสียงอยากเห็นหน้าหวานๆ แบบนี้” นี่ใช่รดิศจริงๆ น่ะเหรอ ทำไมเขาถึงได้ออดอ้อนแบบนี้นะ หรือว่าเขากลัวว่าจะเสียเธอไปจริงๆ
“กลับไปได้แล้วค่ะ” อย่างไรเธอก็ยังอยากให้เวลาตัวเอง อยากให้เขาลองห่างกับเธอดูบ้าง ถึงจะเป็นระยะเวลาสั้นๆ ก็เถอะ “ขับรถกลับบ้านดีๆ นะคะ”
“ใครบอกว่าพี่จะกลับล่ะ” เขาไม่ใช่คนโง่นะ มาถึงห้องนอนของลักษณารีย์แบบนี้แล้วใครจะยอมกลับไปนอนกอดหมอนข้างล่ะ
“พี่โรม หมายความว่ายังไงคะ” ลักษณารีย์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ อย่าบอกนะว่าเขาจะนอนกับเธอในห้องนี้น่ะ “เห็นพิ้งค์เป็นผู้หญิงยังไงคะ” ถามด้วยความตัดพ้อ ที่เขามาที่นี่หวังจะง้อเธอด้วยวิธีตามแบบฉบับของเขาหรือไงกัน
ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูด้านนอกทำเอาเธอสะดุ้งเฮือก ลักษณารีย์มองหน้ารดิศด้วยความกลัวแต่เขาไม่เห็นมีสีหน้าหวาดกลัวสักนิด หนำซ้ำยังยืนยิ้มอยู่นั่นน่ะแหละ !!
“พี่โรมไปแอบในห้องน้ำก่อนค่ะ ไม่รู้ว่าคุณตาหรือเปล่าที่มาเคาะ” รีบลากแขนของชายหนุ่มแต่เขากลับดึงเธอเข้าหาตัว จนเธอเซไปปะทะกับแผงอกของเขาแขนแกร่วโอบรัดเธอเอาไว้แน่น
นี่มันใช่เวลาเล่นหรือเปล่า !
“พี่โรมคะ อย่าทำแบบนี้สิ”
“พิ้งค์ เปิดประตูให้แม่หน่อยลูก หนูคุยกับใครน่ะ” เสียงของมารดานั่นทำให้ลักษณารีย์โล่งอกไปเปราะหนึ่ง อย่างน้อยก็ไม่ใช่วสุคุณตาของเธอ ท่านน่ะจับผิดได้อย่างง่ายๆ เลยนะ
“ฮื่อ พิ้งค์ตัวหอมจังเลยครับ” คนหน้ามึนไม่สนใจสีหน้าคนตัวเล็กที่คล้ายจะร้องไห้สักนิด เขารู้สึกขำมากกว่ากับท่าทีตื่นตระหนกของเธอ ไหนว่าไม่อยากอยู่ในมุมมืดอยากเปิดเผยให้ทุกคนรู้ว่าเป็นคนรักของเขา แต่พอมีคนมาเคาะประตูแบบนี้ถึงได้จะลากให้เขาไปแอบล่ะ “พี่ไม่ได้จะทำอย่างนั้นนะ อย่างที่พิ้งค์คิดน่ะ”
“พี่โรมคะค่อยคุยได้ไหมเรื่องนั้นน่ะ ขอร้องล่ะค่ะเข้าไปแอบในห้องน้ำก่อน” คนบ้าทำไมถึงได้เพิกเฉยแบบนี้นะ นี่ถ้าเขาไม่ยอมปล่อยเธอมารดาต้องสงสัยแน่ๆ ว่าทำไมไม่ยอมไปเปิดประตู ท่านคงได้ยินเสียงที่เธอคุยกับรดิศแน่ๆ
“ปล่อยก็ได้ แต่อนุญาตให้พี่นอนกับพิ้งค์นะ ขอนอนกอดเฉยๆ ไม่ทำอะไรเกินเลยแน่นอน” คนในอ้อมกอดพยักหน้ารัวๆ ตอนนี้เธอต้องไปเปิดประตูก่อน
“ถือว่าตกลงแล้วนะ” ร่างสูงก้มลงจูบปากบางเบาๆ ก่อนจะเดินยิ้มกว้างเข้าห้องน้ำไปโดยที่ไม่ลืมปิดประตู
ร่างบางรีบวิ่งไปเปิดประตูก็เห็นว่ามารดาของเธอยืนอยู่หน้าห้องกำลังทำหน้าครุ่นคิดบางอย่างอยู่ ลักษณารีย์พยายามไม่แสดงอาการแปลกๆ ออกไปเพราะกลัวท่านจะสงสัย ทำไมรดิศต้องหาเรื่องให้เธอทำบาปด้วยล่ะเนี่ย ไม่อยากจะโกหกท่านเลยนะ
“แม่เคาะเรียกตั้งนาน ทำไมน้องพิ้งค์เปิดช้าจังเลยล่ะลูก” กรองแก้วลูบศีรษะลูกสาวด้วยความเอ็นดู “แล้วเมื่อกี้คุยกับใคร แม่ได้ยินเสียงผู้ชาย” ท่านหรี่ตามองเธออย่างสงสัย
“พิ้งค์คุยโทรศัพท์ค่ะคุณแม่ แล้วมือเผลอไปกดเปิดลำโพงเข้า ขอโทษที่มาเปิดช้านะคะเพิ่งคุยจบเมื่อกี้เองค่ะ” ลูกสาวคนสวยรีบกอดคนเป็นแม่อย่างเอาใจ
“ใครเหรอ แฟนน้องพิ้งค์หรือเปล่า หืม?” กรองแก้วถามยิ้มๆ พลางลูบศีรษะของลูกสาวไปด้วย “อย่าลืมพามาแนะนำกับแม่นะ จะได้วางแผนกันก่อนที่จะพาไปหาคุณพ่อกับคุณตาน่ะ”
“คุณแม่ไม่โกรธพิ้งค์เหรอคะ ที่ปิดบังเรื่องนี้” ลักษณารีย์ตอบเลี่ยงๆ ไม่อยากปิดบังแต่ก็ยังไม่บอกตัวตนของผู้ชายคนนั้น
“แม่เข้าใจความรู้สึกของน้องพิ้งค์นะคะ คงกลัวคุณตาจะรู้ เอาเถอะ...ถ้าพร้อมแล้วก็บอกแม่แล้วกัน แม่พร้อมที่จะรับฟังปัญหาของน้องพิ้งค์ทุกเรื่องนะลูก แม่รักหนูค่ะ” กรองแก้วหอมแก้มลูกสาวแล้วส่งยิ้มให้
“อีกไม่นานค่ะคุณแม่ อย่าเพิ่งบอกคุณตากับคุณพ่อนะคะ” ฉีกยิ้มกว้าง ตอนนี้เธอมีมารดาที่คอยอยู่ข้างๆ อย่างน้อยเธอก็ไม่ต้องทนอัดอั้น
“รับรองไม่บอกเด็ดขาด ไปนอนเถอะลูก ฝันดีค่ะลูกสาวของแม่”
“พิ้งค์รักแม่ค่ะ ฝากบอกคุณพ่อด้วยนะคะ” ดูจากเสื้อผ้าแล้วท่านคงเพิ่งกลับมาจากโรงพยาบาลแน่ๆ มารดาของเธอชอบไปเฝ้าคนเป็นพ่อเพราะไม่อยากให้ท่านขับรถกลับบ้านตอนกลางคืนคนเดียว
