บทที่ 21 21

ร่างบางปิดประตูเมื่อมองดูจนร่างของมารดาเดินกลับเข้าห้องไปแล้ว ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เมื่อทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี ทำไมวันนี้เธอเหนื่อยจังเลยนะมีแต่เรื่องถาโถมเข้ามาจนตั้งรับไม่ทัน

“เหนื่อยจัง ง่วงด้วย” เสียงหวานบ่นกับตัวเองเบาๆ ก่อนที่จะล้มตัวลงนอนบนเตียง ดวงตากลมโตค่อยๆ หรี่ลงราวกับอยากเข้าสู่ห้วงนิทราเต็มที่

“จะผิดสัญญาเหมือนกับพี่หรือไงกัน หืม?” เสียงทุ้มข้างๆ หูนั่นทำให้ลักษณารีย์ต้องรีบลืมตาแล้วเด้งตัวขึ้นมาอย่างตกใจ เธอลืมไปได้อย่างไรว่าตอนนี้รดิศอยู่ในห้องของเธอ “นอนกอดกันนะคืนนี้”

อ้อมกอดที่แสนอบอุ่นนั่นทำให้ลักษณารีย์ข่มตาให้หลับไม่ไหว หัวใจก็ยังเต้นเร็วและรัวจนกลัวว่ารดิศจะได้ยิน เหมือนกับว่าความคิดของเธอจะเกิดขึ้นจริงเมื่อรดิศยกยิ้มอย่างพอใจ เขาบังคับให้เธอนอนหันหน้าเข้ามาหาเขาซึ่งเธอไม่สามารถต้านทานผู้ชายคนนี้ได้เลย

“อยากนอนกอดพิ้งค์ทุกๆ คืน จะเป็นไปได้ไหม หืม?” รดิศขยับตัวนิดหน่อยแล้วก้มลงถามคนตัวเล็กที่นอนมองตาแป๋วตรงหน้า ทำไมตอนนี้เขาถึงได้มองว่าลักษณารีย์สวยมากสวยจนเขาต้องกลั้นหายใจนานๆ ข่มความปรารถนาที่พลุ่งพล่านอยู่ในกาย สาบานได้เลยว่าตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยนอนกอดกับผู้หญิงแบบนี้

จะมีก็แต่ทำมากกว่ากอด...

“มันเป็นเรื่องของอนาคตค่ะ พิ้งค์เองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องของเราจะดำเนินไปในทิศทางไหน” เธอตอบตามความจริง แต่นั่นก็ทำให้รดิศหน้าตึงไปเหมือนกัน ชายหนุ่มตำหนิตัวเองในใจว่าทำไมเขาถึงเกิดมีความคิดว่าอยากจะนอนกอดกับลักษณารีย์ไปตลอดนะ

“ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะ” เขาถามพร้อมจ้องตากลมโตคู่งามของหญิงสาว ลักษณารีย์ระบายยิ้มเศร้าๆ ออกมาจนคนมองรู้สึกโหวงๆ ในหัวใจ

“บางทีพี่โรมอาจจะเบื่อพิ้งค์เข้าสักวัน พิ้งค์อาจไม่ใช่ผู้หญิงที่เหมาะสมกับพี่โรม” ความจริงแล้วเธออยากจะบอกกับเขาว่าเพราะหัวใจของเขาบ่งปันไปให้คนอื่นไม่ใช่เธอ

“พี่จะเบื่อพิ้งค์ได้อย่างไรล่ะ น่ารักขนาดนี้” โน้มหน้าเข้าไปใกล้แล้วจุมพิตหน้าผากมนแผ่วเบา ก่อนจะทำใจยอมละออกมาดวงตาคมเข้มเหล่มองกลีบปากบางอย่างแสนเสียดาย หากเขาจูบเธอแล้วล่ะก็ต้องหยุดไม่ได้แน่ๆ เขาไม่อยากร่วมรักกับลักษณารีย์ในบ้านของเธอ เขามีความต้องการมากกว่าหนึ่งรอบยิ่งเธอน่ารักและอ่อนหวานขนาดนี้รอบเดียวยังไงก็เอาไม่อยู่

“พี่โรมรู้ได้ยังไงคะว่านี่คือห้องพิ้งค์” เธอว่าจะถามแต่พอเห็นหน้าเขาคำถามพวกนั้นก็เลือนหายไป

“ถามอาชายของพิ้งค์มา” รดิศตอบยิ้มๆ ใบหน้าของหญิงสาวฉายแววความตกใจจนเขาต้องหัวเราะออกมาเล็กน้อย “คิดไว้อยู่แล้วเชียวว่าพิ้งค์ต้องทำหน้าแบบนี้”

“อาชาย ทำไม...” เธอตกใจจนเรียบเรียงคำพูดไม่ถูก ทำไมชาติชายถึงยอมบอกรดิศง่ายๆ ล่ะ แล้วเขาไปรู้จักกันตั้งแต่ตอนไหน

“อาชายเขาไม่ได้โง่นะพิ้งค์ เขารู้ว่าพิ้งค์มาเจอกับพี่บ่อยๆ” รดิศไล้แก้มใสอย่างหลงใหล “แล้วพี่ก็ขอร้องว่าอย่าบอกคนอื่น เขาคงเข้าใจแหละ”

“แล้วเอารถจอดไว้ตรงไหนคะ พี่โรมต้องรีบกลับนะ” เพราะคุณตาตื่นแต่เช้า ท่านชอบออกกำลังกายเพราะแบบนี้ร่างกายของท่านจึงได้แข็งแรงจนถึงทุกวันนี้ “เกิดคุณตามาเจอเข้าล่ะก็เป็นเรื่องแน่ๆ พี่โรมได้โดนยิงไส้แตกจริงๆ”

“จอดใกล้ๆ ทางออกครับ ไม่ต้องห่วงหรอกอาชายเขาดูให้อยู่” มือหนาเลื่อนลงมาถึงกลีบปากบาง ชายหนุ่มลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เขาอยากจะลิ้มลองความหวานของมันที่สุด

“จะทำอะไรคะ” คนไม่ไว้ใจถามเสียงสั่นๆ พลางเขยิบตัวนี้ รดิศโน้มหน้าเข้ามาใกล้แบบนี้มันอันตรายเกินไป นี่เธอยังไม่หายโกรธเขานะ... “แค่พิ้งค์ยอมให้พี่โรมนอนกอดแบบนี้มันก็ไม่สมควรแล้วนะคะ”

“เป็นคนอนุญาตเองนี่ พี่ขอแล้วไง” คนหน้ามึนพูดพึมพำแถวซอกคอขาว สูดดมความหวานเข้าปอดลึกแล้วก็แทบคลั่ง เขาชอบกลิ่นกายของลักษณารีย์เหลือเกิน

“ฮื่อ เอาหน้าออกไปห่างๆ เลยค่ะ ไม่งั้นพิ้งค์จะลงไปนอนที่พื้นเอง” เธอต้องรีบหยุดตั้งแต่เนิ่นๆ เชื่อว่ารดิศมีความร้ายกาจจนเธอไม่สามารถต้านทานหรือแม้แต่จะปฏิเสธเขาในเวลาแบบนั้นได้แน่ๆ “พี่โรมโมเม พูดในสถานการณ์แบบนั้นพิ้งค์ก็ต้องรับปากสิคะ”

“โอเค ยอมแล้ว...” ชายหนุ่มยกมือสองข้างแล้วยกศีรษะกลับมาหนุนหมอนตัวเองอย่างเสียดาย “ตอนนี้ขอเท่านี้ก็พอ แค่นอนกอดพิ้งค์พี่ก็มีความสุขแล้วล่ะ”

“ถามจริงๆ นะคะ พี่โรมจริงจังกับพิ้งค์หรือเปล่า” เธออยากรู้คำตอบ การเป็นคนรักกันมันไม่ใช่แค่มารับไปทานข้าวไปเที่ยวจูงมือกันเดินเล่น เธอคิกว่าการที่คนสองคนรักกันมันต้องเข้าใจซึ่งกันและกัน และต้องไม่นอกใจกัน !

“ถ้าพี่ไม่คิดจริงจังกับพิ้งค์ พี่จะแคร์จะมาง้อพิ้งค์แบบนี้เหรอครับ พิ้งค์คือคนพิเศษสำหรับพี่นะ” ถามตัวเองว่าเธอยังสามารถเชื่อได้อีกหรือเปล่า ผู้ชายคนนี้รักและจริงจังจริงใจกับเธอมากแค่ไหนกันนะ เท่าที่เธอมีให้เขาหรือเปล่า...

“ถ้าไม่เชื่อ พี่ออกไปเคาะประตูห้องพ่อกับแม่พิ้งค์เลยก็ได้นะ ไม่สิ...เคาะประตูห้องคุณตาของพิ้งค์เลยคงดีกว่า นอนเล่นโรงพยาบาลสักเดือนก็คงจะดี” รดิศทิ้งไพ่ใบสุดท้าย การที่เขามาที่นี่ผลลัพธ์มันต้องเป็นไปอย่างที่ใจหวังอย่างไรก็ตามลักษณารีย์ต้องหายโกรธและยอมยกโทษให้เขา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป