บทที่ 22 22
“อย่าผลีผลามทำแบบนั้นนะคะ คุณตาเล่นงานพี่โรมตายแน่” ไอ้เรื่องคบกันนี่ไม่เท่าไหร่หรอก แต่เรื่องที่รดิศบุกเข้าห้องนอนของเธอกลางค่ำกลางคืนนี่สิจะโดนหนัก “ไม่ห่วงตัวเองก็ห่วงพิ้งค์บ้างสิคะ” จับมือหนามากุมเอาไว้เธอไม่รู้หรอกว่ารดิศจะจริงใจอย่างที่ปากพูดออกมามากแค่ไหน แต่เธอโกหกหัวใจตัวเองไม่ได้จริงๆ ว่าเธอรักเขา
“พิ้งค์...” รดิศครางเสียงแผ่ว คำพูดของเธอเมื่อครู่ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นหัวใจชอบกล ทั้งน้ำเสียงและสีหน้าของหญิงสาวมันบ่งบอกว่าเธอไม่ได้โกหก “อย่าทำตัวน่ารักให้มากนักนะ อยู่บนเตียงแบบนี้มันอันตราย” รดิศพลิกตัวนอนหงายแล้วเอาแขนก่ายหน้าผาก แอร์ก็เย็นฉ่ำขนาดนี้ทำไมเขาถึงได้รู้สึกร้อนไปทั้งกายแบบนี้นะ
“พี่โรมล้างแผลหรือยังคะ” คนหน้าร้อนเห่อพยายามหาเรื่องอื่นพูด ความหมายในคำๆ นั้นของรดิศทำเอาเธอไปไม่เป็น “เดี๋ยวพิ้งค์ไปเอายามาใส่ให้พี่โรมดีกว่า” เสียงหวานพูดรัวก่อนที่จะรีบลุกขึ้นจากเตียง
รดิศทำให้เธอไม่กล้าข่มตาหลับขึ้นมาเสียอย่างนั้น ก้มมองชุดตัวเองก็พบว่ามันบางจนกลัวว่าจะเป็นภัยแก่ตัวเองเพราะโดยปกติเธอชอบสวมชุดนอนสายเดี่ยวประโปรงผ้าลื่นๆ แบบนี้ ใส่แล้วมันทำให้เธอนอนหลับสบาย แต่ใครจะไปคาดคิดกันล่ะว่าคืนหนึ่งจะมีผู้ชายหน้ามึนบุกมาหาที่ห้องแบบนี้
เธอควรเปลี่ยนชุดนอนไม่ก็หาเสื้อคลุม รดิศน่ะอันตรายมากแค่ไหนเธอรู้ดี แม้ว่าที่ผ่านมาหนึ่งปีเขาจะไม่เคยล่วงเกินเธอมากกว่าการจูบก็เถอะ แต่หนึ่งปีที่ผ่านมาเขาก็ไม่เคยบุกเข้าห้องเธอแบบนี้นะ
“พะ...พี่โรม ทำอะไรคะ” ลักษณารีย์สะดุ้งเฮือกเมื่อแขนแกร่งเกี่ยวเอวของเธอเข้าหาตัวเขา ดีนะที่เธอไม่ตกใจจนเผลอร้องเสียงดังไม่อย่างนั้นบ้านแตกแน่ๆ “ปล่อยพิ้งค์ก่อนค่ะ อย่ามือซนแบบนี้สิ”
“ไหนว่าจะเอายามาใส่ให้พี่ล่ะ แล้วมาเปิดตู้เสื้อผ้าทำไมกัน เก็บกล่องยาไว้ในนี้เหรอ หืม ?” รดิศบอกเสียงแหบพร่าแล้วจูบเข้าที่ต้นคอขาวๆ ของหญิงสาวหลังจากที่จัดการรวบผมยาวๆ ของเธอไปไว้อีกข้าง
ช่วงที่ลักษณารีย์ลุกขึ้นลงจากเตียงไป ภาพนั้นมันทำให้เขาใจเต้นแรงจนฉุดไม่อยู่ แสงสว่างก้มีไม่มากแต่ก็พอมองเห็นเรือนร่างของหญิงสาวในชุดนอนที่บางเบาแบบนี้ได้อย่างชัดเจน รดิศต้องลอบกลืนน้ำลายลงคอหลายต่อหลายครั้งเมื่อเห็นว่า ‘ผู้หญิงของเขา’ ซ่อนรูปมากแค่ไหน อกอวบอิ่มที่ถูกผ้าบางๆ นั่นกั้นไว้ ยังโชคดีที่เธอใส่บราเซียร์นอนด้วยไม่อย่างนั้นเขาคงตบะแตกตั้งแต่รอบแรกแน่ๆ ไหนจะสะโพกกลมกลึงนั่นตอนที่ก้าวขาเดินมันเป็นท่าทางที่แสนเย้ายวน และเขาเชื่อว่าลักษณารีย์ไม่ได้ตั้งใจ ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่รีบลุกไปเปิดประตูตู้เสื้อผ้าแบบนี้หรอก คงจะรู้ตัวว่าตอนนี้อยู่ในชุดที่ไม่เหมาะสม
“พิ้งค์จะเปลี่ยนชุดค่ะ มันเอ่อ...” คนตัวเล็กพูดตะกุกตะกักครั้นจะบอกว่ากลัวเขาจะทำอะไรเธอก็ไม่กล้า “พี่โรมไปนั่งรอก่อนนะคะเดี๋ยวพิ้งค์จะเอายาไปใส่ให้...นะคะ ตอนนี้ปล่อยพิ้งค์ก่อนนะ” ไม่ใช่ว่าไม่เคยใกล้ชิดกับรดิศแต่ว่าตอนนี้มันแนบชิดกันเกินไปจนเธอกลัวใจของเขาขึ้นมา
รดิศชอบหยุดตัวเองไม่ได้ ขนาดจูบเธอยังต้องเป็นฝ่ายเตือนสติตัวเองตลอดเวลา
“หอม...พิ้งค์ตัวหอมจัง พี่ชอบ” ยิ่งพูดแต่ทำไมดูเหมือนว่ารดิศจะไม่ฟังสักนิด เขารั้งตัวเธอไปกอดแน่นกว่าเดิมเสียอีก “ไม่ต้องเปลี่ยนหรอก ชุดนี้พี่ชอบ ใส่ให้ดูบ่อยๆ นะ แต่ต้องใส่ให้พี่ดูคนเดียวเท่านั้น”
“บ้า ใครจะไปใส่ให้พี่โรมดูคะ ปล่อยพิ้งค์เดี๋ยวนี้เลยไม่อย่างนั้นไม่หายโกรธจริงๆ ด้วย” ร่างบางเกิดอาการงอแงขึ้นมาจนชายหนุ่มต้องยอมละตัวออกมาอย่างเสียดาย ลักษณารีย์เม้มปากเข้าหากันแน่นเมื่อรดิศยืนเอามือลูบหน้าอยู่อย่างนั้น
เขาควรมีสติ...แค่ปืนเข้ามาห้องนอนของเธอก็ถือว่าผิดอย่างร้ายแรงแล้ว
“พี่ว่าบางทีพี่เองก็คง...อดทนรอให้พิ้งค์เรียนจบก่อนไม่ไหวแล้วล่ะคนดี” รดิศลองพูดออกไปเผื่อบางทีสาวเจ้าจะใจอ่อน และเขาเองก็ค่อนข้างมั่นใจสูงเพราะไม่เคยมีใครปฏิเสธคนอย่างรดิศ
“ไม่ค่ะ หยุดเลยนะพี่โรม หยุดอยู่ตรงนั้นเลย” มือเรียวชี้สั่งชายหนุ่มที่เหมือนตอนนี้จะไม่มีสติอยู่กับตัว ดูสิยังไม่ทันไรเลยรดิศก็เริ่มออกลายอีกแล้ว “ไม่อย่างนั้นพิ้งค์จะให้พี่โรมกลับบ้านไป แล้วไม่ต้องมาเจอกันอีก” เธอบอกเสียงแข็งๆ
“โอเค...พี่ขอโทษ เหอะ...อยากจะบ้าตาย” รดิศเดินกลับไปที่เตียงแล้วนอนฟุบหน้าลงกับฟูกขาว กัดฟันแน่นเพราะข่มความต้องการที่พุ่งขึ้นมา หากจะขอลักษณารีย์กลับตอนนี้แล้วไปหาผู้หญิงคนอื่นมาช่วยปลดปล่อยจะได้หรือเปล่านะ
ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อได้กลิ่นหอมๆ ของลักษณารีย์ที่ติดหมอนทำให้เขาทิ้งความคิดเมื่อครู่ไปเสีย ตอนนี้คนที่เขาต้องการก็คือเธอ คนอื่นๆ ก็คงแทนไม่ได้หรอก สรุปแล้วก็ต้องรอต่อไปสินะ...อีกไม่นานหรอกเขาสัญญากับตัวเองว่าถ้าถึงวันนั้นจะฟัดให้หนำใจไปเลย
‘อยู่ไหนครับ ทำไมไม่รับโทรศัพท์พี่เลย ไปหาที่บ้านอาชายของพิ้งค์ก็บอกว่าไปต่างจังหวัด คิดถึงพิ้งค์จัง’
เจ้าของโทรศํพท์ถึงกับต้องยกมือแนบแก้มตัวเอง เมื่อได้รับข้อความหวานๆ จากผู้ชายคนที่เธอไม่เคยคิดว่าเขาจะมีมุมน่ารักขนาดนี้ ลักษณารีย์อยากจะพิมพ์ข้อความตอบกลับไปทันทีเพราะกลัวรดิศจะงอแงบุกไปหาที่บ้านอีก กลัวคนที่ไร่จะเห็น
