บทที่ 7 7

พอเดินเข้ามาก็พบว่าทั้งบิดาและมารดาของเธอรออยู่ที่ห้องอาหารแล้ว ร่างบางวิ่งเข้าไปกอดท่านทั้งสองก่อนจะหอมแก้มอย่างเช่นทุกวัน เธอชอบกับการที่ได้อ้อนพวกท่านแบบนี้

“น้องพิ้งค์ยังเหมือนเด็กน้อยของแม่เสมอ” กรองแก้วลูบศีรษะบุตรสาวด้วยความรัก ก่อนที่ลักษณารีย์จะนั่งลงข้างๆ คุณตาที่รักของเธอ

“วันนี้คุณพ่อเลิกเร็วเหรอคะ” บิดาของเธอเป็นหมอ ท่านเคยเล่าว่าพบรักของมารดาของเธอตอนที่ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล ช่างเป็นเรื่องราวที่โรแมนติกเหลือเกิน และทุกวันนี้เธอเองก็อดที่จะอิจฉาคนเป็นแม่ไม่ได้เพราะว่าบิดาของเธอทั้งรักและเอาใจใส่ท่านในทุกๆ เรื่อง แม้ว่าจะไม่ค่อยมีเวลามากเหมือนคนอื่นก็ตาม

“จ้ะ พ่อไม่รู้ว่าอาชายเขาติดงานที่ไร่ ไม่อย่างนั้นพ่อคงไปรับเองแล้ว”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณพ่อ ดีเสียอีกพิ้งค์ได้ไปเดินเล่น”

“น้องพิ้งค์คิดเอาไว้หรือยังลูกว่าเรียนจบแล้วจะทำอะไรต่อ จะมาช่วยตาดูแลไร่ไหมหรือว่าหนูอยากจะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ” พ่อเลี้ยงวสุถามขึ้นกลางโต๊ะอาหาร ลักษณารีย์ทำหน้าครุ่นคิดไปนิดหนึ่งความจริงแล้วเรื่องเรียนต่อเธอเองก็แอบคิดไว้อยู่เหมือนกัน แต่ว่าก็ไม่อยากจะจากที่นี่ไปนานๆ เป็นห่วงเพราะว่าท่านก็อายุมากแล้ว ใจจริงเธอคิดว่าท่านคงไม่อยากให้เธอไปเรียนต่อที่ต่างประเทศหรอก แต่ถ้าหากว่ามันเป็นความต้องการของเธอจริงๆ ท่านคงไม่ขัดเพราะไม่ว่าอะไรที่เธออยากได้ ท่านมักจะหามาให้เสมอ

ที่สำคัญ…เธอเองก็ไม่อยากไปไหนจากรดิศ

“พิ้งค์ว่าพิ้งค์มาช่วยคุณตาดูแลไร่ดีกว่าค่ะ ไม่อยากอยู่ไกลๆ จากคุณตาเลย” หญิงสาวออดอ้อนทั้งคำพูดและการกระทำ ตักอาหารใส่จานให้ท่านเอาใจเต็มที่ คนเป็นพ่อเป็นแม่มองแล้วก็ได้แต่ยิ้มออกมา ถ้าเป็นคนในครอบครัวแล้วลักษณารีย์มักจะชอบทำตัวแบบนี้เสมอ แต่ถ้าอยู่ข้างนอกเธอจะเป็นคนเงียบๆ ดูเรียบร้อยไม่มีพิษมีภัยกับใครสักเท่าไหร่ แต่จริงๆ แล้วก็แอบดื้อเงียบเหมือนกัน

“ดีแล้วล่ะลูก อยู่กับตาเถอะตาไม่อยากให้หนูไปอยู่ไกลๆ ตาเหมือนกัน สักสามสิบสี่สิบค่อยมีแฟนนะน้องพิ้งค์” พูดทีเล่นทีจริง เขารู้ว่าลักษณารีย์คงจะมีผู้ชายที่คุยๆ ด้วยเพราะเมื่อวันก่อนมีเพื่อนโทรมาบอกว่าเห็นหลานสาวตัวเองกำลังนั่งทานข้าวกับผู้ชายคนหนึ่ง หลังจากที่ได้ยินก็ลองให้คนไปหาประวัติดูพบว่าค่อนข้างเป็นคนที่ใช้ได้ แต่ยังหรอก…เขายังไม่อยากให้หลานสาวคนเดียวของเขาออกเรือนไปอยู่กับใครหน้าไหนทั้งนั้น

ถ้ามันรอได้…ก็ให้รอไปก่อน

วรเดชกับกรองแก้วได้แต่มองหน้ากันอย่างเหนื่อยใจเมื่อนึกถึงความรักของลูกสาวแสนสวย เพราะเมื่อก่อนกว่าที่เธอกับสามีจะได้ครองรักกันอย่างชื่นมื่น วรเดชก็แทบจะท้อกับความโหดและความหวงของพ่อตา แต่ก็ต้องขอบคุณสำหรับความรักและความอดทนที่วรเดชมีให้แก่เธอ สุดท้ายพ่อเลี้ยงวสุก็ใจอ่อนยอมให้แต่งงานกันแต่มีข้อแม่ว่าวรเดชจะต้องย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านของเธอเอง

ความจริงแล้วเรื่องแบบนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่สำหรับผู้ชาย เพราะส่วนมากควรเป็นฝ่ายหญิงมากกว่าที่จะต้องย้ายเข้าไปอยู่บ้านของอีกฝ่าย หรือไม่ก็ย้ายออกไปอยู่ด้วยกันสร้างครอบครัวใหม่ไปเลย

“ผมว่าเป็นความคิดที่ดีนะ เพราะผมก็ยังไม่อยากให้น้องพิ้งค์มีแฟนเร็วๆ นี้เหมือนกัน” วรเดชกระซิบบอกภรรยารักเสียงเบาๆ แต่ในใจกำลังยิ้มกริ่ม

“คุณก็…แก้วสงสารลูกค่ะ” ดูจากสายตาแล้วก็พอจะรู้ ตอนนี้ลูกสาวของเธอมีความรักแต่ลักษณารีย์ไม่เคยมาปรึกษาเลยสักครั้ง ก็ได้แต่อดใจรอว่าสักวันหนึ่งลูกสาวสุดที่รักของเธอจะกล้ามาเล่าเรื่องราวความรักที่อยู่ในใจให้คนเป็นแม่อย่างเธอฟังบ้าง

หลังจากทานข้าวเสร็จเธอก็ขอตัวกับทุกคนขึ้นมาบนห้องโดยอ้างว่ามีงานต้องทำส่งอาจารย์ แต่ความจริงแล้วเธอกำลังกังวลเกี่ยวกับคำพูดของพ่อเลี้ยงวสุมากกว่า ท่านบอกให้เธอมีแฟนตอนสามสิบหรือสี่สิบนั่นแปลว่าตอนนี้ท่านยังไม่อยากให้เธอยุ่งกับความรัก ยิ่งถ้ารู้ว่าคนที่เธอกำลังคบด้วยคือรดิศแล้วละก็…จะเป็นยังไงกันนะ

รดิศค่อนข้างมีชื่อเรื่องผู้หญิง เธอรู้ว่าเขาเปลี่ยนผู้หญิงบ่อยยิ่งกว่าอะไรเพราะสาวๆ ในมหาวิทยาลัยก็เคยพูดถึงเขาบ่อยๆ เธอแอบไปได้ยินมาเสมอก็ได้แต่เก็บความเจ็บปวดอยู่ในใจตลอดมา คิดในแง่ดีว่าเขาก็เป็นผู้ชายคนหนึ่งคงอยากจะปลดปล่อยความต้องการทางด้านร่างกาย

ซึ่งข้อนี้เธอให้เขาไม่ได้…เพราะมันยังไม่ถึงเวลา เธอยังเป็นนักศึกษาอยู่ถึงแม้ว่าเขาจะเรียนจบไปแล้วก็เถอะ

“พี่โรม” เสียงหวานเอื้อนเอ่ยออกมาอย่างดีใจที่เปิดโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วมีข้อความแจ้งเตือนเข้ามาถึงสองข้อความ แต่แล้วใบหน้างามก็ต้องสลดลงเมื่อสองข้อความที่ว่านั้นไม่ใช่ของรดิศ มันเป็นของคีรติและระริน

‘คืนนี้นอนหลับฝันดีนะครับ’ ลักษณารีย์ถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วงเมื่อได้อ่านข้อความที่คีรติส่งมา เธอรู้สึกผิดยิ่งกว่าอะไรที่ทำให้ผู้ชายคนหนึ่งต้องเจ็บปวดแบบนี้ ไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยบอกว่าเธอรู้สึกอย่างไรกับเขาแต่คีรติตอบกลับมาเพียงสั้นๆ ว่า

ไม่เป็นไร…

เธอรักเขานะแต่รักในแบบฉบับพี่ชาย เธอซาบซึ้งทุกครั้งที่เวลาเธอมีปัญหาทีไร ชายหนุ่มมักจะปรากฏตัวเสมอ บางทีเธอก็คิดไปเองว่าเหมือนเขาจะรู้ล่วงหน้าว่าเธอจะมีปัญหา

‘ฝันดีเช่นกันค่ะพี่คราม’ เธอพิมพ์ข้อความและกดส่งไปแล้ว พร้อมด้วยสติกเกอร์น่ารักๆ บอกว่าฝันดี

บทก่อนหน้า
บทถัดไป