บทที่ 8 8

ส่วนข้อความของระรินก็มีแค่บอกว่าพรุ่งนี้เจอกันเท่านั้นเอง เธอรักระรินนะเพราะหญิงสาวเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเธอ ระรินมักจะคอยปกป้องเธอเสมอแต่เธอนี่สิที่เป็นฝ่ายหักหลังเพื่อน แอบคบกันพี่ชายของระรินมาเกือบปีโดยที่ไม่ระแคะระคายสักนิด

นี่รดิศคงไม่คิดจะตอบกลับมาหาเธอจริงๆ สินะ เธอควรจะชินได้แล้ว แต่ทำไมถึงได้รู้สึกน้อยใจแบบนี้ล่ะ

“รักที่จริงใจ หายโกรธเพราะเจ้าดอกไม้พวกนี้หรอกนะ” จมูกโด่งรั้นสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกกุหลาบที่ยังอยู่ในช่อเหมือนเดิม เธอไม่จับใส่แจกันหรอกนานๆ ทีรดิศจะลงทุนง้อแบบนี้

เธอจะเก็บมันเอาไว้ให้ดีที่สุด ยามใดที่รู้สึกไม่ดีเธอจะมองมัน...ดอกไม้สิบเก้าดอกที่แสดงออกถึงรักที่จริงใจ

รดิศยกแขนเรียวเล็กของหญิงสาวที่นอนสลบสไลข้างๆ ออกจากตัว หลังจากที่เพิ่งผ่านบทรักอันเร่าร้อนมาเมื่อไม่นานนี้ เขาไม่เคยนอนค้างคืนกับผู้หญิงพวกนี้มันนอนไม่หลับ ที่เดียวที่ทำให้เขานอนหลับได้ก็คือห้องนอนของตัวเอง

“จะไปไหนคะ ไม่อยู่กับแจงต่อเหรอพี่โรม นี่มันเพิ่งจะหนึ่งทุ่มเอง” คนบนเตียงที่รดิศคิดว่านอนหลับรีบลุกขึ้นมากอดชายหนุ่มเอาไว้หวังสานต่อ

“ไม่ล่ะ พี่ลืมว่าคืนนี้พี่ต้องไปทานข้าวกับที่บ้าน” รดิศบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แม้จะนึกรำคาญแขนเรียวที่กำลังโอบกอดเขาโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตก็ตาม ค่อยๆ ปลดมือบางออกจากตัวของเขาอย่างไม่สบอารมณ์

“แล้วเราจะได้เจอกันอีกไหมคะ”

“ดูก่อนแล้วกัน” รดิศทิ้งท้ายสั้นๆ ก่อนจะจัดการสวมใส่เสื้อผ้าตัวเองแล้วเดินออกจากห้องของฝ่ายหญิงไปในที่สุด หลงเหลือไว้แต่กลิ่นกายของเขาที่ทำให้หญิงสาวมองตามอย่างไม่ละสายตา

ร่างสูงเดินผิวปากอย่างอารมณ์ดีเมื่อได้ปลดปล่อยความต้องการไปแล้ว มุมปากยกยิ้มเมื่อนึกถึงความหวานหอมจากจูบขั้นเบสิกของลักษณารีย์ เธอหวานล้ำไม่เหมือนกับผู้หญิงคนอื่นจริงๆ และเธอก็คงไม่รู้ว่าเขาไม่อยากหยุดอยู่แค่จูบเขาต้องการมากกว่านั้น

โทรศัพท์ดังขึ้นเมื่อมีสายเรียกเข้า รายชื่อคนที่โทรเข้ามาทำให้รดิศยิ้มออกแล้วรีบกดรับทันที

‘เห็นนะว่าเดินออกมาจากคอนโด...น่ะ’ ปลายสายทำเสียงเขียวใส่ จนรดิศถึงกับลอบหัวเราะออกมา

“หึงใช่ไหมล่ะ” กรอกเสียงยียวนลงไปตามสาย ใจหวังถึงคำตอบของหญิงสาวอยากให้เธอตอบกลับมาว่า ‘หึง’

‘ฝันไปเถอะ’ รดิศพ่นลามหายใจออกมาอย่างเซ็งๆ เมื่อคำตอบไม่ได้ตามความต้องการ ‘ไปกินข้าวกันไหมโรม ยังไม่ได้กินอะไรเลย’

“ขอโทษนะแพง วันนี้ไม่ได้จริงๆ ต้องรีบกลับไปบ้าน”

‘งั้นต้องมีมื้อไถ่โทษนะ ไม่งั้นไม่ยอมจริงๆ ด้วย’ รดิศยิ้มกว้าง สำหรับพะแพงทำไมเขาจะให้ไม่ได้ล่ะ

“ได้สิ ถ้าเป็นเธอน่ะ…พะแพง” รดิศหยอดใส่เล็กน้อย พะแพงรู้ว่าเขาคิดเกินเลยกับเธอมากกว่าคำว่าเพื่อนสนิท แต่เธอก็ยังไม่พูดหรือทำตัวเปลี่ยนไปเขาก็เลยไม่กล้ารุกมาก

กลัว…กลัวว่าจะเสียเพื่อนสนิทอย่างเธอไป

‘โธ่…โรม’ แต่ใครจะรู้เล่าว่าคนปลายสายกำลังยิ้มกว้างกับคำพูดของเพื่อนหนุ่ม พะแพงบิดตัวม้วนด้วยความเขินอายแต่ก็ไม่อยากแสดงออกไปให้รดิศรับรู้ เพราะตอนนี้เธอเองก็ยังไม่มั่นใจว่าที่จริงแล้วเธอต้องการใครกันแน่ระหว่างพี่กับน้อง  

“เอาเถอะ แค่นี้ก่อนนะต้องรีบขับรถกลับบ้าน เดี๋ยวโดนหนูรินบ่นเอา” เพราะนี่ก็เลยเวลามาแล้ว พะแพงตอบกลับมาราวกับไม่ค่อยพอใจนักเมื่อเขาพูดถึงแม่น้องสาวจอมแสบของตัวเอง แน่ล่ะสองคนนี้ไม่คอยถูกกันสักเท่าไหร่ระรินมักจะพูดเสียดสีใส่พะแพงเสมอ จนเขาต้องคอยกันออกจากกันและเพื่อไม่ให้เกิดเรื่องจนปวดหัวเขามักจะเลี่ยงไม่ให้พะแพงมาหาที่บ้าน

ถ้าไม่อยากให้ระเบิดลงกลางบ้านน่ะนะ ไม่ว่าผู้หญิงคนไหนก็ห้ามพามา มันคือคำประกาศิตของน้องสาวที่ตัวแสบที่ดุยิ่งกว่าคนเป็นแม่เสียอีก !

รดิศเลี้ยวรถเข้ามาจอดที่เรือนหลังเล็กของตัวเอง จะว่าไปมันก็ไม่เล็กเท่าไหร่นะเพียงแต่เป็นบ้านสองชั้นที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่มีพื้นที่เยอะพอสมควร ที่สำคัญเรือนนี้มารดาเคยเล่าให้ฟังว่าเมื่อก่อนมันเป็นเพียงแค่กระท่อมเล็กๆ ที่ท่านเคยอาศัยอยู่ ท่านเล่าแค่ว่ามันคือความทรงจำความรักและระหว่างท่านกับคนเป็นพ่อของเขา แต่ที่ต้องรื้อสร้างเป็นบ้านหลังนี้ก็เพราะคำสั่งของคนเป็นพ่อ

เขากำลังคิดว่าแม้มันจะเป็นความทรงจำอย่างที่มารดาบอกแต่คงเป็นความทรงจำที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่สำหรับคนเป็นพ่อ ไม่อย่างนั้นท่านคงไม่สั่งให้สร้างขึ้นมาใหม่หรอก โดยส่วนตัวเขานับถือความรักที่ท่านทั้งคู่มีให้แก่กันบิดาของเขาค่อนข้างเป็นคนเฉียบขาดเป็นที่เคารพและเกรงกลัวของลูกน้อง แต่ในบทบาทสามีและพ่อ…ท่านอ่อนโยนและน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน

แต่สำหรับคำว่าเกรงขามมันใช้ไม่ได้ผลกับลูกสาวคนเล็กอย่างระรินนะ ขานั้นเป็นดังแก้วตาดวงใจไม่ว่าต้องการอะไรคนเป็นพ่อไม่เคยขัดสักครั้ง ส่วนมากระรินจะกลัวคนเป็นแม่เสียมากกว่า

“คงจะมัวแต่ไปส่งสาวๆ อยู่ล่ะสิ อนาคตข้างหน้าหนูรินว่าโรมจะต้องโดนผู้หญิงเอาคืนแน่ๆ ชอบหักอกคนอื่นดีนัก” รดิศหัวเราะออกมาเล็กน้อย แค่ก้าวขาเข้ามาในบ้านใหญ่ก็ได้ยินเสียงเล็กๆ ของยายน้องสาวตัวแสบที่กำลังพูดถึงเขาทันที

ดูเหมือนจะไม่ใช่คำอวยพรนะ น่าจะเป็นคำสาปแช่งมากกว่า ระรินไม่ชอบใจที่เขาเปลี่ยนคู่ควงบ่อยๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป