บทที่ 2 ความสำคัญ
ปัจจุบัน
“นี่เหรอที่เคยบอกว่าจะไม่ให้ใครสำคัญมากกว่ามีน แล้วที่เป็นอยู่ตอนนี้คืออะไร” ฉันบ่นออกมากับตัวเองด้วยความไม่พอใจหลังจากนั่งรอพี่เจ้าคุณมาเกือบสองชั่วโมงแล้วแต่เขาก็ยังไม่มา
แต่จะอะไรอีกล่ะ ก็วันนี้เขาบอกว่าจะกลับมากินข้าวเย็นกับฉันที่ห้องไง แต่แล้วไม่รู้กลับมายังไงฉันถึงต้องได้นั่งรอพี่เจ้าคุณมาชั่วโมงกว่า ๆ แต่เขายังมาไม่ถึงห้องสักที
แกร๊ก! แล้วในที่สุดเสียงประตูก็ถูกเปิดออก ทำให้ฉันรีบหันไปมองด้วยความสนใจและไม่พอใจไปในตัวพร้อมกัน
คอยดูนะฉันจะงอนให้เข็ดเลย!
แต่แล้วความคิดที่จะงอนของฉันก็เปลี่ยนไปเป็นเพียงความโกรธมากกว่าเดิมในทันที เมื่อฉันได้เห็นว่าคนที่ให้ฉันนั่งรอมานานหลายชั่วโมง นอกจากจะไม่ได้มาสายอย่างเดียวแล้ว เขากลับไม่ได้เดินเข้ามาคนเดียวอย่างที่ฉันคิดไว้ แต่ข้างกายของเขากลับมาพร้อมกับยัยณิชา คนที่ได้ชื่อว่าแฟนของพี่เจ้าคุณอย่างไม่คิดจะบอกกัน
นั่นหมายความว่าเหตุผลการสายของเขาในครั้งนี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงข้าง ๆ เขา...อีกแล้ว
“พี่ขอโทษนะมีนที่มาช้า พอดีพึ่งเสร็จธุระน่ะ” พี่เจ้าคุณที่เดินเข้ามาถึงในห้องปุ๊บ ก็รีบบอกฉันออกมาปั๊บเหมือนกับรู้สึกผิด
แต่คิดว่าฉันจะไม่รู้เหรอว่าธุระของเขาคืออะไร และมันใช่สิ่งที่เขาจะเอามาอ้างได้อย่างนั้นเหรอ
“พี่ต้องขอโทษน้องมีนด้วยนะ เพราะพี่เลยทำให้คุณต้องสาย” แล้วยัยณิชาก็พูดขึ้นอีกคนอย่างรู้สึกผิด
แต่เห็นไหมล่ะฉันว่าเคยผิดที่ไหน คนอย่างพี่เจ้าคุณไม่เคยผิดสัญญาหรือให้ฉันรอนานขนาดนี้หรอก ถ้าไม่ใช่เพราะว่าใครคนอื่น
“.....” ฉันยืนมองทั้งสองคนด้วยใบหน้านิ่งเรียบแต่สายตามันซ่อนความเกรี้ยวกราดไม่ค่อยได้ เลยบ่งบอกตามตรงว่าฉันโกรธและไม่พอใจโดยไม่ได้พูดอะไรออกไป
“พี่ขอโทษนะคะ ยกโทษให้พี่นะคนสวยของพี่” แล้วพี่เจ้าคุณก็เดินเข้ามาใกล้ฉันก่อนจะพูดออกมาอย่างอ้อน ๆ เอาใจเหมือนที่ชอบทำประจำ และมักจะได้ผลเสมอ
แต่นี่มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาผิดสัญญาและปล่อยให้ฉันรอนาน ๆ แบบนี้เพราะผู้หญิงที่ยืนข้างหลังเขา มันมากเกินไปจนบางเรื่องก็ใช้ไม่ได้ผลตลอดเหมือนกัน
“.....” ฉันเลือกจะปรับสีหน้าตัวเองให้นิ่งเฉยจนมั่นใจว่าไม่แสดงแม้แต่ความโกรธออกมาด้วยซ้ำ ก่อนจะตัดสินใจหมุนตัวเดินเข้าห้องนอนของตัวเองไปเงียบ ๆ โดยไม่พูดอะไร
ซึ่งถ้ารู้จักฉันดีวิธีนี้มันผิดวิสัยของฉันมาก เพราะปกติฉันค่อนข้างจะงี่เง่าเอาแต่ใจ ไม่พอใจก็จะพูดออกมาไม่เคยเงียบแล้วนิ่งแบบนี้ สีหน้าจะปิดไม่อยู่อย่างไม่คิดเกรงใจหรือสนใจใคร แต่ครั้งนี้ฉันโกรธเขามากจริง ๆ มันเป็นความรู้สึกแย่มากกว่าก็ว่าได้
แต่ฉันอุตส่าห์กลับมาทำกับข้าวรอโดยเลือกจะไม่ไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ แต่สุดท้ายพอทำกับข้าวเสร็จฉันก็ต้องนั่งรอเขาอีกตั้งเกือบสองชั่วโมง แล้วก็ต้องมาฟังเหตุผลที่มันฟังไม่ขึ้นของเขา ฉันยอมรับเลยว่ามันแย่มากสำหรับฉัน
คุยกันมาตั้งนานยังไม่รู้จักกันเลยสินะ มีน มีนานุช ตอนนี้อายุ 19 ปี นิสัยร่าเริง สดใส(กับคนสนิท) แต่เอาแต่ใจมาก ชอบประชด ชอบเอาชนะเป็นที่สุด ไม่ยอมอะไรง่าย ๆ ภายนอกเหมือนจะใสซื่อ(เฉพาะกับเจ้าคุณ) แต่จริง ๆ ทั้งดื้อและร้ายที่สุด
ส่วนเรื่องครอบครัว พ่อแม่จริง ๆ ของฉันท่านเสียไปนานแล้ว เท่าที่คุณแม่เอื้อกานต์(แม่เจ้าคุณ)เล่าให้ฟัง คือตอนนั้นคุณลุงปิติมีปัญหาเรื่องการเซ็นสัญญาเพราะลูกค้าคนนี้เรื่องมาก และลูกค้าคนนี้ก็คือญาติของแม่ฉัน ลุงปิติเลยขอให้แม่ฉันไปด้วย พ่อก็เลยไปเป็นเพื่อนด้วยอีกคน แต่แล้วทั้งสามคนประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิต
ซึ่งตอนนั้นฉันพึ่งอายุได้แค่สองขวบกว่า ๆ ที่ยังไม่รู้ประสีประสาอะไรเท่าไหร่ แต่โชคดีที่คุณแม่เอื้อกานต์ดูฉันให้เพื่อไม่ให้มีปัญหาตอนไปคุยธุรกิจ เลยทำให้ฉันรอดมาได้ ตั้งแต่นั้นคุณแม่กานต์ก็รับฉันเป็นลูกของท่าน ท่านเลี้ยงดูฉันเหมือนลูกของท่านแท้ ๆ ไม่ต่างจากพี่เจ้าคุณเลย และทั้งคุณแม่เอื้อกานต์กับพี่เจ้าคุณก็เอาใจใส่ฉันมากมาตลอด โอ๋ฉันทุกอย่าง ประคบประหงมอย่างดี
ที่ผ่านมาแม่เอื้อกานต์ก็มักจะโทษว่าเป็นความผิดของตัวเองและลุงปิติ ที่พาพ่อแม่ฉันออกไปด้วยจนเกิดเรื่องนี้ แต่พอฉันโตพอรู้เรื่องและเข้าใจทุกอย่าง ฉันก็บอกท่านว่ามันเป็นเพียงอุบัติเหตุไม่มีใครอยากให้เกิด และฉันก็ไม่เคยคิดโทษหรือโยนความผิดให้ท่านหรือลุงปิติเลย
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นอย่างที่ฉันพอจะเดาได้ถึงสเต็ปนี้ แน่นอนว่าต้องเป็นฝีมือของพี่เจ้าคุณคนเดียว เพราะเวลาฉันโกรธเขา ก็มักจะขังตัวเองไว้ในห้อง แล้วพี่เจ้าคุณก็มักจะมาง้อและปรับความเข้าใจกับฉัน
แล้วถ้าถามถึงความสัมพันธ์ของฉันกับพี่เจ้าคุณ ก็บอกได้ว่าเราสองคนรักกันยิ่งกว่าพี่น้องหลาย ๆ คนเสียอีก เราโตและตัวติดกันมาตลอดยกเว้นเวลาที่เราต้องทำหน้าที่ของตัวเอง ฉันรักและหวงพี่เจ้าคุณมาก ไม่อยากให้เขายุ่งหรือใกล้ชิดกับผู้หญิงที่ไหน ซึ่งที่ผ่านมาฉันก็คอยกีดกันผู้หญิงทุกคนออกจากเขาตลอด
แต่พอเขาขึ้นมหาวิทยาลัยมันก็ทำให้ฉันและเขาไม่ได้เรียนที่เดียวกัน ฉันเลยไม่มีโอกาสอยู่ข้าง ๆ เขา จนผ่านไปแค่เทอมเดียว พี่เจ้าคุณก็พาผู้หญิงมาแนะนำที่บ้านให้รู้จักในฐานะแฟน นั่นก็คือยัยณิชาที่พวกเขาคบกันมาจนถึงตอนนี้
ฉันจำได้ว่าตอนนั้นฉันโกรธพี่เจ้าคุณมาก เพราะกลัวว่าเขาจะไม่เหมือนเดิม แต่เขาก็รับปากและสัญญากับฉันไว้แล้วว่าเขาจะเหมือนเดิม และไม่ให้ใครมาสำคัญไปกว่าฉันจนฉันยอมคืนดีกับเขามาจนถึงตอนนี้ แต่มันกลับไม่เป็นอย่างที่เขาพูดไว้ เพราะช่วงหลัง ๆ มานี้เขามักจะบอกว่ากิจกรรมเยอะจนไม่มีเวลากลับบ้านเหมือนเมื่อก่อน ฉันก็พยายามทำตัวเองให้เข้าใจเพราะเขาเป็นรุ่นพี่ก็ต้องดูแลน้อง ๆ ในคณะตัวเอง
แต่มันไม่ใช่แค่นั้น เพราะตอนนี้ที่ฉันขึ้นปีหนึ่งแล้ว เราเรียนที่เดียวกัน เราได้มาอยู่คอนโดเดียวกัน แต่มันเหมือนกับว่าเราอยู่กันคนล่ะที่ เหมือนกับว่าเราอยู่ไกลกันมาก เพราะพี่เจ้าคุณทั้งผิดนัด ทั้งผิดสัญญา และไม่ตรงต่อเวลากับฉันบ่อยมาก บางวันก็บอกว่าติดงานที่คณะไม่ได้กลับห้อง แต่ฉันคิดว่าคงไม่ใช่ และฉันคิดว่าเขาคงจะไปนอนห้องแฟนของเขา
