บทที่ 3 ไม่ยอมเปิด

เจ้าคุณ

“น้องไม่เปิดเหรอคุณ” เสียงของณิชาถามผมออกมาอย่างไม่สบายใจไม่ต่างกันหลังจากผมเคาะประตูห้องของมีนสักพักแล้วแต่ก็ยังคงเงียบไม่มีการเคลื่อนไหว

“อืม คงงอนหนักที่ให้รอนาน” ผมตอบกลับณิชาออกไปอย่างที่คิดและพอจะรู้

เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมผิดนัดและปล่อยให้มีนรอนานสองนานแบบนี้ และครั้งนี้คงจะงอนหนักมากจริง  ๆ  เพราะตั้งแต่ผมเข้าห้องมา นอกจากเธอมองผมนิ่ง  ๆ  เธอก็ไม่พูดอะไรสักคำ ซึ่งมันผิดวิสัยของมีนมาก  ๆ  ที่ปกติต้องวีน โวยวายและงอแงใส่ผมอย่างเอาแต่ใจ มันเลยทำให้ผมร้อนใจกว่าปกติมากเหมือนกัน

“ทำยังไงดีล่ะ หรือจะไขเข้าไปคุยกับน้องไหม” ณิชาเสนอทางเลือกออกมาอย่างที่ปกติผมก็ทำประจำ ซึ่งครั้งนี้ผมก็อยากทำแบบนั้น เพียงแต่...

“มีนให้คนมาใส่กลอนในห้องตั้งแต่เมื่อก็ไหร่ไม่รู้อ่ะ ถึงไขได้แต่ก็เปิดไม่ได้” ผมตอบกลับณิชาออกไปตามความจริง  ๆ ถึงเรื่องหนักใจอีกอย่างที่ยังไม่ได้แก้ไข

เพราะตั้งแต่เด็กเวลามีนโกรธผมเธอมักจะเลือกหนีหน้าไม่เจอผมเข้าห้องนอนไปขังตัวเองอยู่ในนั้นหลังจากโวยวายเสร็จ ทำให้ผมต้องมีกุญแจสำรองห้องของเธอติดตัวไว้ตลอดเวลาเหมือนเป็นอวัยวะที่สามสิบสาม

แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เพราะอยู่  ๆ ครั้งก่อนที่ผมผิดนัดว่าจะไปรับเธอแต่ไม่ได้ไป เธอก็โกรธผมแล้วไม่ออกมาเจอหน้าผม ผมก็เลยตั้งใจจะไขกุญแจเข้าไปหาเธอเพื่อขอโทษและพูดคุยกันเหมือนทุกครั้ง แต่กลับเปิดไม่ได้อย่างที่คิด และพอมีโอกาสตอนที่เธอหายโกรธ ผมได้เข้าไปดูห้องของเธอก็ได้เห็นว่าเธอมีกลอนล๊อกห้องอีกชั้นหนึ่งแล้ว ซึ่งปกติไม่มี

“แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะ ครั้งนี้เหมือนน้องจะโกรธมาก  ๆ  เลยด้วย” ณิชาเองก็ร้อนใจไม่ต่างจากผมแล้วพยายามหาทางออกกับเรื่องนี้ เพราะเธอก็ไม่ได้ชอบให้ผมกับมีนมีปัญหากันเพราะเธอ แม้มันไม่ใช่ความผิดของเธอเลยด้วยซ้ำก็ตาม

“ตอนนี้คงทำอะไรไม่ได้ นอกจากรอ” ผมบอกออกไปอย่างที่ทำได้ในตอนนี้ เพราะถึงอยากจะเข้าไปคุยปรับความเข้าใจกันยังไงก็เถอะ แต่มันเข้าไปไม่ได้ไง ถึงจะเรียกคนข้างในยังไงถ้าอารมณ์ยังไม่ดีเธอไม่มีทางเปิดให้แน่นอน

“ให้ชากลับก่อนไหม ยังไงต้นเหตุก็มาจากชา ถ้าชากลับก่อนน้องอาจจะยอมออกมาก็ได้” ณิชาเสนอทางออกออกมาอีกครั้งอย่างเป็นฝ่ายยอมบ่อย ๆ เหมือนที่ผ่านมาเสมอ

แต่ผมก็ไม่เห็นด้วยหรอก ต่อให้ณิชากลับไปตอนนี้ยังไงมีนก็ไม่เปิดมาเจอผมอยู่ดี และมันก็ไม่ได้เป็นความผิดของเธอด้วยเหมือนกัน

“ไม่เป็นไรหรอก เราไปกินข้าวกันเถอะ” ผมบอกเธอให้หายกังวลก่อนจะเดินนำณิชาไปที่โต๊ะอาหาร ถึงแม้จะห่วงความรู้สึกคนข้างใน แต่มันก็ทำอะไรไม่ได้จริง  ๆ  นอกจากรอไปก่อน

เจ้าคุณ ตอนนี้อยู่ปี 4 นิสัยภายนอกดูค่อนข้างอบอุ่น พูดเพราะและแคร์คนที่รักมาก แต่ก็มีด้านมืดที่น่ากลัวกว่าที่คิด เพียงแต่เขาไม่ใช้มันพร่ำเพรื่อ เพราะเขาเองก็ไม่ชอบด้านนี้ของตัวเองเหมือนกัน

เป็นลูกชายคนเดียวของบ้าน แต่มีน้องสาวสุดที่รักหนึ่งคนก็คือมีน หรือมีนานุช ที่เป็นลูกของเพื่อนพ่อแม่ผม ตอนนี้ก็อยู่ด้วยกันสามคนกับน้องสาวและแม่ ส่วนพ่อก็เสียไปแล้วพร้อมกับพ่อแม่ของมีน จากเรื่องอดีตที่รับรู้จากปากของแม่ก็ทำให้ผมรักและอยากดูแลมีนให้ดีที่สุด ถึงแม้จะไม่ใช่ความผิดของใคร และไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ ว่าถ้าวันนั้นพ่อแม่มีนไม่ออกไปกับพ่อผม ท่านก็คงได้อยู่กับลูกสาวของท่าน แต่ไม่เป็นไร ในเมื่อเรื่องเป็นแบบนี้แล้ว ผมก็ดีใจที่ได้น้องสาวที่น่ารักของผมมาเป็นสมาชิกอีกคนของบ้านเรา และผมก็จะรักและดูแลมีนให้ดีที่สุดแทนพ่อกับแม่ของเธอ

สถานะของผมตอนนี้ มีแฟนแล้วครับ นั่นก็คือณิชา ณิชาเป็นคนดี อ่อนหวาน และเธอค่อนข้างบอบบาง ผมกับเธอคบกันตั้งแต่เข้าปีหนึ่งจนถึงทุกวันนี้อยู่ปีสี่แล้ว แน่นอนว่าผมจริงจังและหวังแต่งกับเธอ ถึงแม้ว่าน้องสาวที่รักของผมจะแสดงออกว่าไม่ชอบณิชา แต่จะให้ผมทำยังไงได้ ในเมื่อผมเองก็รักณิชา

“ถ้าวันนี้ชาไม่สาย คุณก็คงกลับมาทันนัดกับน้องมีน” ณิชาพูดขึ้นด้วยความรู้สึกผิดอีกครั้งราวกับเป็นต้นเหตุ

ณิชารู้เรื่องของผมกับมีนดีและเธอเองก็รักและเอ็นดูมีนเหมือนน้องสาวของเธอด้วยเช่นกัน เธอติดจะเกรงใจมีนด้วยซ้ำเวลามาที่ห้องผม แต่จะให้ทำยังไง คนหนึ่งก็น้อง อีกคนก็แฟน

“ไม่ต้องโทษตัวเองหรอก มันไม่ใช่ความผิดของชาสักหน่อย” ผมปลอบเธอขึ้นอย่างไม่ให้คิดมากเพราะมันไม่ใช่เรื่องที่เธอควบคุมได้

เพราะวันนี้ผมบอกว่าจะกลับมากินข้าวก่อนหกโมงแน่นอน แต่สุดท้ายก็ไม่ใช่ ผมไปรอรับณิชาแต่ว่าอาจารย์ดันปล่อยเลทไปกว่าครึ่งชั่วโมง บวกกับเวลาเดินทางช่วงเย็นที่รถค่อนข้างติดอีก ทำให้กว่าจะถึงห้องก็ปาไปทุ่มกว่า  ๆ  แล้ว ไม่แปลกใช่ไหมที่น้องสาวของผมจะโกรธมากขนาดนี้

“แล้วคุณจะเอายังไงต่อ ปกติไม่เคยปล่อยไว้ข้ามคืนแบบนี้นี่หน่า” เธอถามในสิ่งที่รู้ดีอีกอย่างออกมา

และใช่ครับ ปกติเวลาผมกับมีนผิดใจกัน ผมไม่เคยปล่อยไว้ข้ามคืนข้ามวันแบบนี้ เราจะต้องเคลียร์กันให้เข้าใจกันตอนนั้นเลย แล้วถึงแม้ว่ามีนจะดื้อและเอาแต่ใจตัวเองมากแค่ไหน แต่เธอก็มีเหตุผลอยู่พอสมควร เวลาผมอธิบายอะไรเธอฟังเธอก็รับฟังและยอมทำความเข้าใจกับมัน ทำให้ที่ผ่านมาผมไม่เคยหงุดหงิดเวลาน้องโกรธ

“ไว้กินข้าวเสร็จ เดี๋ยวคุณจะลองไปเรียกน้องอีกทีแล้วกัน” ผมตอบไปอย่างที่คิด

พอณิชาได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เราสองคนเลยลงมือกินข้าวกันต่อโดยไม่ได้พูดอะไร เพราะบรรยากาศตอนนี้มันค่อนข้างตึงเครียด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป