บทที่ 6 ทางเลือก
เจ้าคุณ
ผมได้แต่เดินไปเดินมาอยู่ในห้องด้วยความร้อนรนและกังวลไม่น้อย แต่จะอะไรล่ะ ถ้าไม่ใช่น้องสาวตัวแสบของผมที่ตอนนี้ไม่รู้หายไปไหนยังไม่กลับห้อง ติดต่อก็ไม่ได้ทั้งวัน วันนี้ทั้งวันผมไม่เจอเธอเลยสักครั้ง หรือถ้าพูดให้ถูกก็ตั้งแต่เมื่อคืนหลังจากเธอหนีเข้าห้องนั่นแหละ
“ทำไมดื้อแบบนี้นะมีน!” ผมบ่นออกมาอย่างคาดโทษ ที่ผ่านมาเธอไม่เคยโกรธจนหนีหน้าผมแบบนี้สักครั้ง แต่นี่นอกจากจะไม่ยอมคุยไม่ยอมฟังอะไรผมแล้ว เธอยังหนีผมไม่กลับห้องอีก มันยิ่งทำให้ผมร้อนใจและเป็นห่วงเธอมาก ถึงจะพอคิดได้ว่าเธออาจจะไปอยู่กับเพื่อนก็เถอะ แต่เพื่อนเธอคนไหนก็ไม่รู้ ถ้าเกิดเธอไปอยู่กับไอ้ไวน์อะไรนั่นจะให้ผมทำยังไง
ที่ผ่านมาผมมั่นใจมากว่าไอ้ไวน์มันคิดกับมีนมากกว่าเพื่อน แต่เวลาอยู่กับกลุ่มเพื่อนผมไม่รู้ว่ามันวางตัวยังไง แล้วใครในกลุ่มรู้บ้าง แต่ที่แน่ ๆ คือมีนไม่รู้ แต่ผมในฐานะที่เป็นผู้ชายด้วยกัน ได้เห็นสายตามันที่มองมีนแค่ไม่กี่ครั้ง ผมก็รู้ได้เลยว่ามันคิดกับมีนเกินเพื่อน
ผมได้แต่กันมันเท่าที่มีโอกาสและบอกมีนเสมอว่าให้รักษาระยะห่างกับมัน แต่มีนก็ดื้อและบอกว่าแค่เพื่อนกันเท่นั้น แล้วก็ไม่ทำตามที่ผมบอกเลยสักครั้ง ผมก็ดุเธอไปหลายครั้งแล้วเหมือนกันแต่เธอก็ยังเถียงและสนิทสนมกับมันเหมือนเดิม ไม่เคยระวังตัวและรักษาระยะห่างให้ดีพอ
มีน
ตอนนี้ฉันอยู่คอนโดของซาน ฉันไม่อยากกลับห้องตัวเองเลยสักนิด ฉันไม่อยากเจอกับพี่เจ้าคุณตอนนี้อย่างไม่เคยเป้น ฉันกลัวว่าจะอดไม่ไหวแล้วไปพูดกับพี่เจ้าคุณก่อน ฉันเลยต้องตัดใจมานอนกับซานแทนแบบนี้นี่แหละ
“มึงคิดว่าจะหนีปัญหาไปอีกกี่วัน” ซานถามออกมาหลังจากนั่งดูทีวีด้วยกันเหมือนอยากรู้ความคิดของฉัน
“กูไม่ได้หนี แต่กูยังไม่พร้อม” ฉันตอบกลับตามตรงเพราะรู้ว่ามันหนีไม่ได้เลยไม่ได้คิดหนี แต่ก็แค่ยังไม่พร้อมจะคุย และยังไม่พร้อมจะเจอหน้าตอนนี้ ฉันอยากทบทวนตัวเองให้ชัดเจนก่อนกับสิ่งที่ซานและครีมบอก
“ปกติมึงไม่เคยหนีแบบนี้” ซานพูดขึ้นอีกครั้งกับสิ่งที่ฉันก็ไม่เคยทำจริง ๆ นั่นแหละ นี่นับเป็นครั้งแรกเลยที่ฉันไม่กลับห้องแบบนั้ ไม่ว่าจะโกรธกันแค่ไหนเรื่องอะไรกี่ครั้งก็ตาม
“กูแค่กำลังสับสน” ฉันบอกซานออกไปตามตรงกับความคิดและความรู้สึกของตัวเอง และแน่นอนว่าถ้าพวกมันไม่พูดฉันก็อาจจะไม่เป็นแบบนี้
“มึงอยากให้พี่คุณมีแฟนไหม” ซานถามออกมาอีกครั้ง แต่ทำไมมันต้องถามด้วยวะ ในเมื่อที่ผ่านมาฉันก็บ่นให้พวกมันฟังตลอดว่าไม่
“มึงก็รู้ดี กูไม่อยากให้พี่คุณมีใครหรือคบกับใคร” ฉันตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย เพราะแม้แต่เพื่อนผู้หญิงก็ไม่อยากให้อยู่ใกล้ แต่พี่คุณเองเขาก็เป็นแบบนี้ไม่ต่างกัน
“แล้วตอนนี้มึงรู้สึกยังไงกับยัยณิชา” ซานถามต่อไม่หยุด
“อยากทำให้เลิกกันสิ แต่แม่ง...” ทำยังไงก็ไม่เลิกกันสักที ขนาดงอนพี่เจ้าคุณ ขนาดแกล้งยัยนั่นสารพัด แต่ก็ไม่เลิกกันสักที
“ไม่มีน้องที่ไหนอยากให้พี่ตัวเองเลิกกับแฟนหรอกนะเว้ย! ถ้ามองอีกมุมนะ ถ้าเกิดยัยณิชาเป็นคนดีจริง ๆ รักเอ็นดูมึงอย่างที่นางแสดงออกมาให้เห็นแบบนี้จริง ๆ ถ้าในฐานะน้องสาว ยังไงก็ต้องยินดีกับพี่ ยังไงมึงก็ต้องอยากได้พี่สะใภ้แบบนี้” ซานอธิบายออกมาให้ฉันฟังยาวเหยียด
แต่ฉันก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี มันอาจจะเป็นอย่างอื่นก็ได้
“แต่มึงก็รู้ว่ากูกับพี่คุณโตมาด้วยกันและรักกันมาก มันอาจจะทำให้เหตุผลนี้กูแค่กลัวว่าพี่คุณจะไม่รักหรือไม่ให้ความสำคัญกับกูเหมือนเมื่อก่อนก็ได้”
ฉันอธิบายในสิ่งที่อาจจะเป็นไปได้ให้มันฟัง เพราะคนที่เคยได้รับความสำคัญ ยังไงมันก็ไม่มีทางยินดีที่จะเปลี่ยนไป
ไม่ว่าจะเป็นฐานะอะไรก็ตามไม่ใช่เหรอ
“มึงอย่าลืมว่ากูก็มีพี่ชายและพี่สาว ไม่ว่ากูจะเกลียดผู้หญิงของพี่กูแค่ไหน แต่กูก็ไม่เคยสนใจหรือคิดจะทำให้พวกเขาเลิกกัน ถึงผู้หญิงพวกนั้นพี่กูจะแค่เล่น ๆ แล้วคนล่าสุดที่ถ้าเทียบสิ่งที่เห็นคือนิสัยดีไม่เท่ายัยณิชาด้วยซ้ำ แต่กูก็ไม่ได้เกลียดและไม่ได้อยากให้เลิกกับพี่กู แถมนางกับกูยังเข้ากันได้ดีอีกต่างหาก”
ซานพูดถึงตัวเองให้ฉันฟังเป็นการเปรียบเทียบ แต่ฉันก็ไม่เห็นด้วยกับมันทั้งหมด ไม่ว่าพี่มันจะเล่นหรือจริงจังกับใคร มันก็มาเล่าให้พวกฉันฟังบ่อย ๆ แต่ก็แค่เล่าแล้วปล่อยผ่าน ไม่ได้คิดจะทำอะไรนอกเหนือจากที่บอกว่า หมั่นไส้
“แต่เพราะมึงอาจจะเป็นผู้ชายก็ได้ไง” เลยไม่รู้สึกหวงพี่ชายมาก ไม่ได้รู้สึกหยุมหยิมเท่ากับผู้หญิงอย่างฉัน
“เดี๋ยวกูตบ! ใครสอนให้บอกว่ากูเป็นผู้ชาย” ซานพูดพร้อมกับง้างมือขึ้นขู่ ทำให้ฉันยู่หน้าใส่มันทันที
“ชิส์ ขอโทษก็ได้” แล้วจะให้ฉันบอกว่ามันเป็นผู้หญิงหรือไง ไอ้นั่นก็ยังอยู่
“ก็ได้ งั้นกับพี่สาวกูไง กูก็หวงพี่สาวกูจากพวกผู้ชายเหมือนกัน แต่กูไม่เคยกีดกันหรือคอยแทรกแซงพี่กูกับผู้ชายที่พี่กูคุย ไม่ว่าจะแค่คุย ๆ หรือพี่กูบอกว่าคบ กูก็หวงพี่สาวกู หรืออย่างพี่ชายกูก็ได้ เฮียไม่เคยยุ่งกับพี่สาวกูหรือผู้ชายพวกนั้น แค่เวลาคบใครก็เตือนมันว่าให้ดูดี ๆ แค่นั้น ไม่เคยหวงจนอยากให้เลิก ไม่เคยห้ามไม่ให้ยุ่งกับผู้ชาย”
“.....”
“รวมถึงพี่สาวกูก็ไม่เคยทำแบบนี้กับพี่ชายกู ถึงมันจะหวงแต่มันใช้ความหวงในการช่วยดู ๆ ให้ว่าใครดีน่าคบหรือไม่น่าคบ ไม่มีใครมีอาการอย่างที่มึงกำลังเป็นพี่เจ้าคุณเลย”
ซานพูดออกมายาว และฉันก็ได้คิดตามที่มันพูด ซึ่งมันก็ถูกของมัน พวกฉันเคยไปเล่นบ้านมันบ่อย ๆ และก็ไม่เคยเห็นพี่ ๆ มันมีอาการหวงพี่หวงน้องมากเหมือนที่ฉันเป็นกับพี่เจ้าคุณเลย หนำซ้ำยังช่วยกันดูผู้หญิงและผู้ชายที่คบด้วย ว่าเป็นยังไง
แต่กับฉันไม่ใช่ แค่ฉันรู้ว่ามีผู้หญิงเข้าใกล้พี่เจ้าคุณ ฉันก็พร้อมจะไปไล่และทำทุกอย่างให้พวกนั้นออกไปไกล ๆ หรือว่าจริง ๆ แล้วฉัน จะเป็นเหมือนที่ซานพูด
“มึง แล้วถ้าเกิดกูรักพี่เจ้าคุณมากกว่าพี่จริง ๆ กูจะทำยังไงวะ” ฉันถามซานออกไปอย่างร้อนใจและสับสนทันที
ถ้าเกิดความรู้สึกฉันเป็นแบบนั้นจริง ๆ ถ้าเกิดพี่เจ้าคุณรู้ เขาจะรู้สึกยังไง เขาจะรังเกียจฉันไหม เขาจะยังอยากเข้าใกล้ฉันหรือเปล่า แล้วเขาจะตีตัวออกห่างฉันไหม ฉันกลัวไม่มีเขาอยู่ข้าง ๆ เหมือนเมื่อก่อน รวมถึงคุณแม่อีก
“ไม่เห็นยาก มันก็มีสองทางเลือกแค่นั้น ที่มึงจะเลือก” ซานตอบกลับอย่างกับไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไน
“ทางเลือกอะไร?” ฉันถามออกไปอย่างไม่รู้อะไรสักอย่าง แล้วทำไมมันมีให้เลือกน้อยจัง ฉันจะเลือกถูกไหม
“ทางเลือกแรก ถ้ามึงอยากได้พี่เจ้าคุณ มึงก็ต้องแย่งมา และทำให้พี่เจ้าคุณรักมึงอย่างที่มึงรักเขา” ซานพูดขึ้นด้วยท่าทางนิ่งเรียบ
แต่แย่งเหรอ มันไม่ง่ายเลยนะ เพราะพี่เจ้าคุณดูรักยัยณิชามาก ๆ ไม่อย่างงั้นพวกเขาไม่คบกันมานานตั้งสามปีแบบนี้หรอก
“แล้วถ้าพี่เจ้าคุณไม่ได้คิดเหมือนกู” ฉันถามถึงความเป็นไปได้อีกอย่าง เพราะถ้าเขาคิดเหมือนฉันเขาคงไม่มีคนอื่น และมันก็คงทำให้เขาเกลียดฉันไปเลยแน่ ๆ
“อันนั้นมันก็หน้าที่ของมึงไง ที่จะทำให้เขารักมึงให้ได้ได้ยังไง” มันย้อนกลับมาด้วยงานยาก
เขารักฉันอยู่แล้ว แต่รักในฐานะน้องสาวไง
“แล้วทางเลือกที่สองล่ะ” ฉันถามต่อด้วยความอยากรู้ ต้องดูอันนี้ก่อน เผื่อว่ามันจะดีกว่า
“ทางเลือกที่สองก็คือ ถ้ามึงไม่ทำตามทางเลือกที่หนึ่ง ก็ต้องเลือกทางเลือกนี้ คือปล่อยให้พี่เจ้าคุณคบกับยัยณิชาหรือผู้หญิงคนอื่นต่อ แล้วมึงก็อยู่ในฐานะน้องสาวแค่นั้น แต่...”
“แต่อะไร” ฉันถามกลับไปอย่างร้อนรน ทำไมต้องหยุดให้ลุ้นด้วย
“แต่ถ้าเกิดมึงเลือกทางเลือกที่สอง มึงก็จะไม่ได้อยู่กับพี่เจ้าคุณตลอดไป เพราะอนาคตพี่เจ้าคุณก็ต้องแต่งงาน มีลูก มีครอบครัวของเขา ฉะนั้น เขาก็ไม่ได้มาอยู่กับมึงตลอดเวลา ไม่ได้แคร์มึงที่สุดเหมือนเดิม เพราะเขาต้องรักและแคร์ลูกเมียเขาแทน”
ซานพูดออกมาอย่างเห็นภาพชัดเจน ทางเลือกแรกที่ว่าน่ากลัวแล้วแต่ทางเลือกนี้กลับดูน่ากลัวกว่า
ไม่ได้อยู่กับฉันตลอดไปงั้นเหรอ จะต้องมีเมียมีลูก แล้วไม่แคร์ฉันเหมือนเดิม ไม่มีเวลาให้ฉันเหมือนเดิมงั้นเหรอ
“ไม่! ถ้าเป็นแบบนี้กูยอมไม่ได้ ชีวิตกูต้องมีพี่เจ้าคุณอยู่ด้วยตลอดไปจนแก่เลย!” ฉันพูดสิ่งที่คิดและรู้สึกออกมาอย่างไม่ยอมรับและยอมไม่ได้
ฉันอยู่ไม่ได้แน่ถ้าไม่มีพี่เจ้าคุณ ฉันชินกับการมีเขาในชีวิต ไม่ว่าจะช่วงเวลาไหนของชีวิต ขอแค่มีพี่เจ้าคุณ ฉันก็พร้อมจะเดินต่อไปอย่างมีความสุข
“ถ้าเป็นแบบนั้นมึงก็ต้องเลือกทางเลือกแรก นั่นก็คือ แย่งพี่เจ้าคุณมา และทำให้เขารักมึง” ซานพูดขึ้นกับความรู้สึกที่มันคงเป็นอะไรไม่ได้แล้วนอกจากทางแรก
“แต่ถ้าเขาไม่รักกู เขาจะไม่เกลียดกูเหรอ” ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังกังวลกับเรื่องนี้ นี่คือสิ่งที่ฉันกลัวที่สุดในชีวิต กลัวว่าพี่เจ้าคุณจะเกลียดฉัน
“อะไรมันก็ไม่แน่นอนหรอก ขนาดมึงยังไม่รู้ตัว บางทีพี่เจ้าคุณอาจจะไม่รู้เหมือนกัน” ซานไม่ตอบสิ่งที่ฉันถาม แต่กลับพูดบางอย่างออกมาแทนเหมือนกับอะไรก็เป็นไปได้หมด
“มึงจะบอกว่าพี่เจ้าคุณก็อาจจะคิดกับกูมากกว่าน้องเหรอ” ฉันถามสิ่งที่มันพูดออกมาอย่างไม่อยากเชื่อ
เป็นไปไม่ได้หรอก ในเมื่อเขารักยัยป้านั่นจะตาย เขาเลือกยัยนั่นอย่างเห็นได้ชัด ถ้าเขารู้สึกเหมือนฉันเขาต้องหวั่นไหวกับความรู้สึกของฉันจนคบใครได้ไม่นานสิ
“กูก็ไม่รู้ แต่ตั้งแต่เด็ก เวลาผู้ชายเข้าใกล้มึง พี่เจ้าคุณก็ไม่ต่างจากมึงเลย เขาทั้งกีดกัน ทั้งไล่ผู้ชายพวกนั้นออก รวมถึงไอ้ไวน์ที่พี่คุณยังไม่ชอบให้มึงอยู่ใกล้มันเลย ทั้งที่ก็เป็นเพื่อนกัน”
ใช่ ก็อย่างที่ฉันบอกไปไงว่าสิ่งที่ฉันเป็นก็ไม่ต่างจากสิ่งที่พี่เจ้าคุณเป็น เรื่องนี้เป็นจริงหมด ที่ฉันไม่เคยได้มีแฟนกับเขาก็เพราะพี่เจ้าคุณนั่นแหละ ที่ชอบไปไล่ไปขู่พวกผู้ชายที่เขามาจีบฉัน ลบเบอร์ บล็อกไลน์ที่ฉันแลกกับผู้ชายคนอื่น จนไม่มีใครกล้ามายุ่งกับฉันอีก
อีกอย่างพวกเราก็เป็นแบบนี้กันมาตลอด มันเลยเป็นสิ่งที่ทำให้สับสนและจะบอกว่าไม่มีอะไรมากกว่าความรักและห่วงใยแบบพี่น้องเลยก็ไม่ผิดไม่แปลกด้วยซ้ำ แต่ถึงอย่างนั้น...
“แต่ถ้ามันไม่ใช่แบบที่มึงสงสัย มันอาจทำให้ความสัมพันธ์ของกูกับพี่คุณเปลี่ยนไปเลยก็ได้นะ” ฉันพูดออกมาอย่างที่รู้ดี เพราะแม้แต่ตอนนี้ที่พวกมันทำให้ฉันไขว้เขว มันก็ทำให้ความรู้สึกของฉันไม่เหมือนเดิมแล้ว
ซึ่งถ้าจะต้องเป็นแบบนั้นฉันก็ยอมให้เป็นแบบนั้นไม่ได้ด้วยเหมือนกัน ยอมให้พี่เจ้าคุณไม่เหมือนเดิมกับฉันไม่ได้ ยังไงเขาก็ต้องอยู่กับฉัน รักฉันแบบนี้ตลอดไป
“โอ้ย! สาวน้อย นี่ใครคะ ซานนะคะ” แล้วซานก็พูดออกมาอย่างมั่นอกมั่นใจว่าจะหาทางช่วยอะไรฉันได้ แต่ฉันก็ไม่เข้าใจกับมัน
“อะไรของมึง กูก็รู้ว่านี่ไอ้ซาน ไม่เห็นต้องแนะนำตัวเองเลย” ฉันแกล้งแหย่มันออกไปอย่างอดไม่ได้ คนกำลังเครียด ๆ อยู่พูดอะไรก็ไม่รู้
“อีห่า! เดี๋ยวก็ไม่สอนเลย” แล้วซานก็ด่าออกมาอีกครั้งอย่างง่ายดายพร้อมกับขู่ฉันทันที
“โอ๋ ๆ ซานคนสวย แนะนำเพื่อนหน่อยนะคะ” ฉันรีบเข้าไปประจบประแจงมันทันทีอย่างหาที่พึ่ง เพราะมันคือผู้เชี่ยวชาญที่สุดในกลุ่มแล้ว
“ก็ได้ เห็นแก่ความไร้เดียงสาของมึงหรอกนะ” แล้วมันก็ตอบกลับมาอย่างใจกว้าง แต่ยังจะมีเหน็บแนมให้ฉันอีก
“จ้า~ เพื่อนไม่มีเคยมีความรักแบบนี้ แนะนำหน่อยนะ” แต่ฉันก็ยกยอมันออกไปหน่อย เดี๋ยวนางองค์ลงจะไม่ได้อะไรกลับสักอย่าง
“การจะอ่อยคนที่เราไม่รู้ว่าเขาคิดยังไงกับเรา มันต้องมีชั้นเชิงและเทคนิคพิเศษ ยิ่งคน ๆ นั้นเป็นคนที่เราเข้าใจว่าเป็นพี่น้องมาตลอด มันค่อนข้างเซนซีทีฟกว่าสถานการณ์ทั่วไป”
แล้วมันก็เกริ่นออกมาอย่างจริงจัง หลักการมาเต็มมาก แต่ช่วยรีบ ๆ พูดมาให้เพื่อนเข้าใจเร็ว ๆ หน่อยเถอะ
