บทที่ 1 บทนำ
บ้านหลังนี้เหรอ? ... ที่เธอจะต้องอยู่อาศัยนับจากนี้ไป
จะรอดไหม? สร้อยสนคิดในใจ ระหว่างที่เดินตามร่างบอบบางของคนเป็นแม่เข้าไปในบ้านที่หลังใหญ่โตราวกับคฤหาสน์ หวั่นใจตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่มต้นใช้ชีวิตอยู่ในนี้เลยด้วยซ้ำ จะรอดไหมคือคำถาม ... ที่หมายความว่าเธอกับแม่จะมีโอกาสได้อยู่ในนี้อีกนานหรือเปล่า เพราะดูเหมือนว่าเจ้าของบ้านหลังใหญ่ มีอำนาจในการเลือกสรรคนที่จะมาอยู่เคียงข้างกาย เขาสามารถเลือกใครก็ได้ แล้วทำไมต้องเป็นหม้ายผัวตายอย่างแม่เธอกัน?
“นี่ไง ห้องของสร้อย สวยถูกใจไหม?”
อรุณพูดออกมาอย่างตื่นเต้น ยามที่เปิดประตูห้องนอนห้องใหญ่ที่เตรียมไว้ให้กับลูกสาวคนเดียวของนาง มือเรียวของหญิงสาววัยห้าสิบเอื้อมไปจับข้อมือของผู้เป็นลูก ก่อนจะชักจูงให้สร้อยสนเดินเข้าไป ด้วยความภาคภูมิใจที่อีกคนไม่ค่อยอินไปกับมันสักเท่าไหร่
สร้อยสนไม่ได้ยิ้มออกมา แม้ภาพข้างหน้าจะเป็นเตียงกว้างที่ปูด้วยผ้าสีขาวสะอาดสะอ้าน ใหญ่โตราวกับเตียงของเจ้าหญิงในพระราชวัง รอบ ๆ ข้างเป็นโต๊ะเครื่องแป้งที่มีเครื่องประทินโฉมวางเรียงราย มีโทรทัศน์จอยักษ์เครื่องใหญ่ มีเครื่องปรับอากาศ มีโคมไฟระย้า มีทุกอย่างที่สวยงามและมองแวบเดียวก็รู้ว่าราคาแพงเหลือเกิน
“ไม่ชอบเหรอ” คนเป็นแม่เอ่ยถาม ซึ่งสร้อยสนไม่ได้ตอบ
แต่เธอก็ไม่อยากปฏิเสธความหวังดีของท่านด้วยอาการเฉยเมยขนาดนั้น หญิงสาวจึงเดินไปยังโต๊ะทำงาน ที่มีคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะจอใหญ่ เป็นยี่ห้อผลไม้ชื่อดังที่เธอไม่คิดฝันว่าจะซื้อมาใช้
เธอเดินเข้าไปจับต้องมัน ก่อนจะเปิดขึ้นมาให้คนมองชื่นใจ “ชอบค่ะ สร้อยกำลังเก็บเงินซื้อรุ่นนี้อยู่พอดี”
“จริงเหรอ” นางอรุณยิ้มร่า ขณะที่โผเข้าไปหาลูกสาวคนเดียว “เครื่องนี้คุณลุงเป็นคนหามาให้ด้วยตัวเองเลยนะ ไม่ได้มีแค่นี้ แต่ยังมีนี่ด้วย”
พูดจบนางก็เปิดลิ้นชักเพื่อโชว์ของอีกอย่าง ที่พอเปิดออกมาสร้อยสนก็ต้องร้อง หึ ขึ้นมาในใจ เมื่อในนั้นเป็นแมคบุ๊คเครื่องใหญ่ ยี่ห้อเดียวกันกับเครื่องที่ตั้งวางอยู่บนโต๊ะ
“อันนี้เผื่อสร้อยจะออกไปเขียนงานข้างนอกไง แม่แค่บอกไปว่าสร้อยเป็นนักเขียน ที่เหลือคุณลุงก็จัดการให้ทุกอย่าง”
“ขอบคุณค่ะแม่” สร้อยสนยกมือไหว้ ไม่ปฏิเสธของที่เธอได้รับ แม้จะรู้สึกว่ามันเกินงาม รับรู้ว่ามันไม่จำเป็นขนาดนั้น นักเขียนอย่างเธอแค่มีแล็บท็อปเล็ก ๆ ที่ประสิทธิภาพไม่ต้องสูงเว่อร์วัง เท่านี้ก็ทำงานได้ ไม่จำเป็นต้องใช้ของแพงขนาดนี้
เธอคิดอย่างนั้น แต่ก็ไม่อยากบอกให้คนเป็นแม่เสียใจ เธอรู้ว่าของเหล่านี้เป็นของที่คนเป็นแม่อยากมอบให้ เพราะที่ผ่านมา ตอนที่ท่านยังไม่แต่งงานใหม่ เราสองคนแม่ลูกก็อยู่ตามอัตภาพ สร้อยสนไม่เคยเรียกร้องอะไร ไม่เคยอยากได้ในสิ่งที่ท่านไม่มีปัญญา อย่างคอมพิวเตอร์หรืออะไรก็ตามที่เธอต้องใช้ เธอก็ทำงานเก็บเงินและหาซื้อมันมาด้วยตัวเอง
นางอรุณเองก็ยิ้มออกมา สบายใจเมื่อลูกสาวไม่ปฏิเสธสิ่งของพวกนี้ แม้จะผิดหวังต่อท่าทีของสร้อยสนอยู่บ้าง แต่นางก็ไม่เคยคาดหวังให้ลูกต้องเนื้อเต้นเป็นปลากระดี่ได้น้ำ เข้าใจดีด้วยว่าลูกสาวคนนี้เป็นคนเก็บงำสีหน้า ถึงแม้ว่าจะตื่นเต้นดีใจ แต่ก็ไม่แสดงออกมา ดังนั้นแค่ลูกยอมรับมันไป ไม่บอกปัดเหมือนทุกครั้ง แค่นี้เธอก็ดีใจแล้ว
“กระเป๋าเสื้อผ้าของสร้อย แม่ให้คนมาจัดการหมดแล้วนะ”
สร้อยสนชะงัก คราวนี้คิ้วสวยกับชนกันด้วยความไม่พอใจ “ความจริงไม่ต้องลำบากคนอื่นก็ได้นี่คะ”
ต่อให้ของที่เธอมีจะไม่ได้เยอะมาก แต่หญิงสาวก็ไม่ชอบใจ เพราะเสื้อผ้าของเธอมันเป็นของส่วนตัว ที่ไม่ควรเป็นหน้าที่รับผิดชอบของใคร เข้าใจว่าตอนนี้แม่มีคนรับใช้ มีคนให้รองมือรองเท้ามากมาย แต่เธออยากบอกไปนัก ว่าอย่าลืมตัว และก็อย่าลืมที่จะนึกถึงวันที่ผ่านมา หรือแม้แต่วันข้างหน้าก็อย่าลืมคิดเผื่อถึงมันเด็ดขาด
ในเมื่อตอนนี้ ไม่มีอะไรที่มาการันตีได้เลยว่า สิ่งที่ท่านได้รับจากผู้เป็นสามี มันจะจีรังยั่งยืนไปถึงเมื่อไหร่ หากวันใดที่ท่านหมดความหมาย ความชื่นชอบที่มีแต่แรกหมดไป วันนั้นอาจยากเกินกว่าที่จะทำใจเลยก็ได้
“ไม่ลำบากหรอก มันเป็นหน้าที่ของเขาด้วยซ้ำ” นางรู้ว่าลูกไม่พอใจ แต่ก็ไม่อยากยอมรับ เมื่อได้มาอยู่ตรงนี้แล้ว สร้อยสนเองก็ต้องเปลี่ยนพฤติกรรม “สร้อย ... ตอนนี้สถานะของเราสองคนเปลี่ยนไปแล้วนะ ต่อจากนี้ไปสร้อยอยากทำอะไรสร้อยทำไปเลยนะลูก ไม่ต้องกลัวแล้วว่าเราจะลำบากเหมือนแต่ก่อน”
ไม่สิ ... แม่ต้องรู้ว่าเธอไม่ได้กังวลในส่วนนั้น ที่ผ่านมาเธอไม่ได้อยู่อย่างสบาย ต้องทำงานหาเงินระหว่างที่ฝึกเป็นนักเขียนก็จริง แต่เธอไม่ได้กลัวว่าจะต้องกลับไปลำบาก ที่เธอเป็นห่วงตอนนี้ คือการที่แม่จะหลงลืมตัวต่างหาก แม่ลืมไปแล้วหรือเปล่าว่าตัวเองไม่ได้สาวเหมือนแต่ก่อน อาจจะสวยก็จริง แต่มันก็ไม่จีรังขนาดที่ว่าจะคงอยู่ตลอดไปได้ แล้วถ้าหากวันใดก็ตามที่เจ้าของบ้านเขาเบื่อหน่าย วันไหนที่เขาไม่ต้องการให้แม่เคียงข้าง
วันนั้น หากต้องกลับไปใช้ชีวิตอยู่เหมือนเดิม แม่จะทำยังไง
“ค่ะแม่” แต่พูดไปก็เปลืองแรงเปล่า มาถึงขนาดนี้แล้วท่านเองก็คงไม่ยอมทำความเข้าใจ สร้อยสนจึงตอบรับไป ยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นแต่โดยดี
ไม่เป็นไรหรอก หากท่านมีความสุขกับภาพมายาจอมปลอมนี้ เธอก็จะไม่ว่าแต่เธอคงไม่มัวเมาไปกับมันด้วย ถือว่านี่เป็นโอกาสได้เริ่มต้นใหม่ทำในสิ่งที่ตัวเองรักก็แล้วกัน ที่ผ่านมา ที่เธอไม่ได้ทุ่มเทให้มัน วันนี้ก็ขอตั้งใจ ขอทำตามความฝัน สร้อยสนจะพยายามสร้างทุกอย่าง ทำมันให้ดีที่สุด โดยไม่ต้องคิดถึงปากท้องเหมือนที่ผ่านมา
ต้องรีบสร้างตัว ระหว่างนี้เธอต้องเข้าสู่หมดที่จริงจัง เธอจะตั้งใจทำงาน จากนั้นก็เตรียมการให้ตัวเอง เผื่อวันไหนที่สิ่งที่คาดคิดมันเกิดขึ้นจริง เธออาจเป็นที่พึ่งเดียวที่ท่านเหลืออยู่ก็ได้
