บทที่ 10 เดี้ยง (1)

ดังนั้นการที่พี่เลี้ยงของชายหนุ่มเอื้อเอ็นดูเธอขนาดนี้ หลายคนก็เริ่มแปรพักตร์ บวกกับการที่หญิงสาวทำตัวไม่เหินห่าง ไม่ได้เป็นคางคกขึ้นวออย่างที่ใครกล่าวหา… จริงอยู่ที่เธอเข้ามาในฐานะของลูกสาว แต่ไม่ได้มีสักครั้งที่ทำตัวเหนือชั้น หลายครั้งสร้อยสนก็ลงมากินข้าวพร้อมกับคนงานในบ้านด้วยซ้ำ จึงเปิดทางให้นุ่มเอ็นดูเธอเป็นอย่างมาก แม้เธอไม่ได้ขอแต่นางก็ยังคงแบ่งกับข้าวไว้ ไม่ปล่อยให้เธอต้องกินไข่เจียว หรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเหมือนช่วงแรก

“กินเยอะๆ เลยนะ ป้าเข้าใจว่าหนูต้องทำงาน... คราวหลังไม่ต้องเจียวไข่หรือต้มบะหมี่อีก ถ้าหิวก็บอกป้าหรือไม่ก็นางพวกนี้ก็ได้” มือเหี่ยวย่นผายไปทางนางสนมนางใน เป็นการบอกใบ้ว่าเธอสามารถใช้งานคนพวกนี้ได้ตามสบาย

“ไม่ต้องเก็บให้สร้อยก็ได้ค่ะ เกรงใจ”

“เกรงใจอะไร ของกินบ้านนี้เยอะแยะ” นางนุ่มเดินเข้ามา จากนั้นก็ลากให้สร้อยสนไปนั่ง ก่อนจะจัดการตักข้าวตักน้ำมาให้เรียบร้อย “บ้านนี้ไม่เหมือนบ้านอื่นหรอกนะหนูสร้อย คนใช้ทุกคนไม่เคยกินของเหลือ คุณท่านมักบอกเสมอว่าของกินภายในบ้าน เจ้านายทานอะไร ลูกน้องก็ต้องได้กินแบบนั้น... ทำอะไรก็แบ่งไว้กินกัน ไม่ต้องมารอเจ้านายกินเหลือก่อนถึงจะได้กินของดีอย่างเขา”

“อย่างนั้นเหรอคะ” สร้อยสนเอ่ยออกมาด้วยความแปลกใจ แต่พอได้ยินอย่างนั้น เธอก็มีรอยยิ้ม ที่ตามมาคือความสบายใจ ถ้าคุณลุงปฏิบัติต่อคนรอบข้างด้วยน้ำใจแบบนี้ ดังนั้นแม่เธอก็คงรักคนไม่ผิดแล้ว

“หนูเองก็เถอะ อยากกินอะไรก็บอก ป้าทำให้ได้ทั้งนั้น”

“สร้อยไม่ใช่คนกินยากหรอกค่ะ” ไม่อยากจะพูดว่าเมื่อก่อนเธอกับแม่ก็อยู่กันอย่างยากลำบาก บะหมี่กับไข่คือของที่ต้องกินเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ก็ไม่อยากพูดเรื่องตัวเองขึ้นมาให้น่าสงสาร เพราะยิ่งพูดมันก็ยิ่งดูเหมือนว่าแม่เธอตกลงปลงใจกับเจ้าของบ้าน เพราะเงินทั้งนั้น

สร้อยสนยิ้มออกมา หลังจากนั้นก็ตักข้าวกินอย่างเต็มปากเต็มคำ นึกขำตัวเองอยู่เหมือนกัน เพราะในขณะที่ชีวิตอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกแบบนี้ แต่เธอก็ยังอยู่ดีกินดี อะไรที่เข้าปากเป็นอันต้องเอร็ดอร่อยไปทุกคำ ยิ่งเป็นฝีมือของนุ่ม ทุกสิ่งอย่างจึงเลิศล้ำ แม่บ้านวัยกลางคนทำอาหารได้อร่อยมาก อร่อยจนเธอเสียดายหากว่าต้องย้ายออกไปจากที่นี่

เธออยากให้โลกนี้ไม่มีพรนับพัน หรืออยากให้เขาหายไปนานๆ เลยยิ่งดี เธอจะได้ไม่กระอักกระอ่วนใจที่ต้องชีวิตอยู่บ้านเขา ในตอนที่เพิ่งคิดได้ว่าโชคดีเหมือนกันที่แม่ได้มาอยู่ที่นี่ ถึงตอนแรกจะตั้งแง่ มีทัศนคติที่ไม่ดี แต่ก็ไม่มีใครอยากปฏิเสธชีวิตที่สุขสบายหรอกจริงไหม?

สร้อยสนคิดอยู่คนเดียวในใจ แต่มันคงเป็นไปไม่ได้ ไม่ว่าอย่างไรเธอต่างหากที่ต้องย้ายออก ไม่ใช่ลูกชายเขา

“ป้านุ่ม คุณท่านพาคุณวิชกลับมาแล้วป้า” จู่ๆ ผู้ช่วยของนุ่มนามว่าจอยก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา พร้อมกับแจ้งข่าวที่ทำให้หญิงสาวที่เพิ่งออกจากรังมาอย่างสร้อยสนมองตามตาปริบๆ

“เป็นยังไงบ้างนังจอย” พี่เลี้ยงผู้ควบตำแหน่งหัวหน้าแม่บ้านทำหน้าตาตาตื่น ดูเป็นกังวลซะจนน่าแปลกใจ

“เละเลยป้า”

“อะไรนะ!?” ตายแล้วพ่อคุณของป้า... หญิงวัยกลางคนยกมือขึ้นมาทาบอก

“เกิดอะไรขึ้นคะป้า” ด้วยท่าทีตื่นตระหนกของคนรอบข้าง สร้อยสนเองก็พลอยตื่นตูมไปด้วย กังวลว่าความปรารถนาของเธอจะเป็นผล ถ้านายนั่นหายตัวไปเพราะถูกเธอแช่งแล้วกลับมาด้วยอาการบาดเจ็บ เธออาจจะรู้สึกผิดได้ ที่มีเล็กน้อยคือความห่วงใย นอกเหนือไปจากนั้นคืออยากรู้อยากเห็นล้วนๆ

“ก็เมื่อคืนน่ะสิ คุณวิชขับรถไปประสบอุบัติเหตุแถวชานเมือง คุณท่านกับคุณแม่ของหนูออกไปโรงพยาบาลตั้งแต่เช้าแล้ว ไม่รู้ว่าป่านนี้คุณหนูของป้าเป็นไงบ้าง”

นุ่มถอนหายใจ เป็นห่วงก็เป็นห่วง แต่ก็ไม่อยากรีบออกไปเสนอหน้า เพราะตอนนี้ด้านนอกคงวุ่นวายกับความเจ็บป่วยของลูกชายเจ้าของบ้าน นางเองถึงแม้จะเป็นพี่เลี้ยง แต่ก็ไม่กล้าวางตนเป็นตัวสำคัญของบ้านนัก พอคุณหนูเริ่มโต เขาก็ตีตัวออกหาก มีโลกส่วนตัวมีมุมที่ไม่อยากให้คนอื่นเข้าไป ไม่มีแล้วล่ะที่จะเรียกหานุ่ม เมื่อยามเจ็บป่วยเหมือนแต่ก่อน

“แล้วมัน... เอ่อ เขาเป็นอะไรมากหรือเปล่าคะ” สร้อยสนเอ่ยถาม แววตาของเธอเต็มไปด้วยความอยากรู้ แหมะ แต่ก็แฝงด้วยความเห็นใจนิดๆ อยู่หรอกนะ คนเจ็บตัวมา... ถึงไม่ชอบน้ำหน้า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะนิสัยแย่ขนาดนที่แช่งชักหักกระดูก

“เป็นไงบ้างนางจอยเจ็บมากไหม แล้วแกรู้หรือเปล่าว่าเกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไง” นุ่มรีบเอ่ยถาม

“ทำไมป้าไม่ไปดูเอง นั่นคุณหนูของป้านะ”

นุ่มได้แต่กลุ้มใจ อยากไปใจจะขาด แต่ติดที่อะไรบางอย่างที่ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นความรู้สึกได้ นางจึงเงียบลง ทำหน้าหงอยเหงาซะจนจอยไม่อยากเซ้าซี้เอาความมากมาย จึงได้แต่ถอนหายใจ ก่อนจะบอกกล่าวอาการของเจ้านายหนุ่ม ตามที่เธอเห็นมาให้นุ่ม สร้อยสน และคนรับใช้คนอื่นๆ ได้ฟัง

“คุณวิชคงเมาอีกตามเคยแหละป้า เลยขับรถไปอัดกับเสาไฟฟ้าเข้า ซึ่งโชคดีในความโชคร้ายนะว่ารถที่ขับไปไม่ใช่รถคันที่ใช้เป็นประจำ ความเร็วเลยไม่มาก พอชนปุ๊บ ก็จอดปั๊บอยู่ตรงนั้น... ที่เจ็บหนักๆ ก็มีแค่แขนขวาหัก ขาซ้ายหัก ที่เหลือเป็นพวกแผลถลอก ฟกช้ำมั้ง ฉันเห็นมีผ้าปิดแผลเต็มตัวเลยป้า”

“โธ่ คุณวิชของป้า” นุ่มยกมือทาบอก ใจไม่ดีจนต้องลดตัวนั่งลงเก้าอี้ “ทำไมถึงได้โชคร้ายขนาดนั้น”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป