บทที่ 8 เธอนั่นแหละที่สมยอม (1)
โกรธ สร้อยสนโกรธมาก เรียกได้ว่าโกรธจนหน้าสั่น แต่พอเธอทำหน้าอย่างนั้น พรนับพันกลับหัวเราะออกมา ขำกลิ้งลิงกับหมา เอิ๊กอ๊ากๆ เสียงดังตัวงอ จนคนที่กำลังจะโดนข่มขืนอยู่เมื่อครู่ งงจนทำหน้าไม่ถูก
“เธอนี่ตลกเนอะ” เขาไม่เคยเห็นใครโกรธได้ปัญญาอ่อนเท่านี้เลย ให้ตายเถอะ ไม่รู้ด้วยว่าที่รู้สึกกับเธอขนาดนี้เป็นเพราะว่าเมาหรือว่าเห็นความน่ารักของยัยนี่กันแน่ “ด่าเป็นป้าแก่ๆ ไปได้”
แล้วดูทำหน้าเข้า ทำหน้าโหดยังไง ให้เหมือนเด็กโดนห้ามไม่ให้กินขนมแบบนี้ก็ไม่ทราบ
“จะยังไงก็แล้วแต่” สร้อยสนเชิดหน้า ปลายคางแทบจะชี้ขึ้นฟ้า “อย่ามาทำรุ่มร่ามกับฉัน”
“พูดเว่อร์ไปแล้วแม่คุณ รุ่มร่ามบ้าบออะไร” สมกับเป็นนักเขียนจริงๆ ชายหนุ่มแทบจะยกนิ้วให้เมื่อได้ฟังคำศัพท์ที่หญิงสาวใช้ “ตอนฉันเข้าหา เธอไม่เห็นจะปฏิเสธเลย ตอบรับด้วยซ้ำ”
เขายังจำได้ถึงรสจูบอันหอมหวาน เสียงเล็กที่ครางต่ำ สัมผัสแต่ละสัมผัสที่เขามอบให้ เธอก็ตอบสนองด้วยการโอนอ่อนผ่อนตามได้เป็นอย่างดี ให้ตายสิ แค่คิดถึงตรงนี้ร่างกายที่เย็นลงก็ร้อนระอุขึ้นมาเป็นเท่าตัว
ภาพที่เธอนอนในชุดนอนที่ถึงแม้จะไม่ได้วาบหวิว แต่ด้วยสัดส่วนของคนที่เป็นสาวเต็มตัว บวกกับผิวเนื้อที่ขาวผ่อง ยิ่งได้สัมผัสยิ่งรู้ว่ามันเรียบเนียนละเอียดลออ แค่คิดถึงเท่านั้นร่างกายของเขาก็ประท้วงขึ้นมาอีกจนได้ นึกถึงตอนที่ได้เข้าใกล้ ยามที่ปากเขาได้จูบ จมูกได้ชอนไช กลิ่นหอมของน้ำยาสระผมที่เธอใช้ ผสมผสานกับกลิ่นเนื้อสาว มันยิ่งปลุกร่างกายของเขาให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง
“คิดบ้าอะไรของนาย นี่! ฉันเป็นพี่นายนะ” สร้อยสนร้องโวยวายออกมา เมื่อแววตาของคนตรงหน้าเปลี่ยนไป จริงอยู่ที่เธอไม่เคยชาย แต่ก็ไม่ได้โง่จนไม่รู้เลยว่าความรู้สึกกับสายตาที่เขาใช่มองเธอตอนนี้ มันหมายความว่าแบบไหน
“พี่เหรอ? เหอะ ออกมาจากรูเดียวกันก็ไม่ใช่”
“นายวิช ปากนะปาก ทำไมถึงหยาบคายขนาดนี้” สร้อยสนหน้ามุ่ย แปลกใจอยู่เหมือนกันว่าแทนที่จะกลัวเธอกลับทำเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา พูดคุยกับเขาได้ปกติ ราวกับลืมไปว่าคนตรงหน้าเข้าหาเธอด้วยเหตุผลอันใด “ปากหมาแบบนี้ อีกไม่นานก็คงตาย”
ถ้าถามว่ารังเกียจสัมผัสของเขาไหม? ... ก็คงไม่ ไม่ใช่ว่าเธอแรด ร่าน หรือมองคนที่ภายนอก แต่เธอก็เป็นปุถุชน ยังไงแล้วหากเขาไม่ใช่ลูกติดผัวใหม่แม่ หากไม่เจอกิริยาแย่ๆ จากเขาก่อนหน้านี้ ถ้าพบเจอกันตามท้องถนนเธอก็คงชอบ หน้าแบบนี้ หุ่นแบบนี้ ต้องยอมรับแบบไม่โกหกตัวเองนะ ว่าเขาเป็นผู้ชายที่ดูดีมาก
เผลอๆ อาจจะดูดีกว่ากียงโอบป้า เพราะขนาดว่าตอนนี้เจ้าตัวใส่เพียงกางเกงในตัวเดียว นั่งตาปรืออยู่ตรงหน้า ใบหน้าคมยังสะท้อนแสงและเงาเป็นภาพศิลปะที่สวยงามในความคิดเธอได้
เธอไม่ได้รังเกียจเขา แต่กลัวหรือเปล่าก็ยังไม่แน่ใจ หรืออาจจะไม่ นอกจากไม่แล้วยังอยากลองเรื่องอย่างว่ากับเขาด้วยซ้ำ
ทุกวันนี้เวลาเขียนฉากร่วมรัก เธอก็ได้แต่เก็บเกี่ยวประสบการณ์เอาจากการอ่านเรื่องเสียวในอินเทอร์เน็ต ซึ่งเอาเข้าจริงก็ไม่เข้าใจความรู้สึกที่แท้จริงของเรื่องอย่างว่า เพราะไม่เคยมีแฟน เลยไม่มีประสบการณ์ ซึ่งจะให้ไปเที่ยวหาจากผู้ชายทั่วไปก็คงยาก ในเมื่อเธอเองก็กระจอกถึงขั้นที่ไม่กล้าเปิดหนังเอวีดู
ตายๆ เธอคิดอะไรอยู่เนี่ย สร้อยสนยกมือขึ้นมาทาบอก จากนั้นก็สะบัดหัวแรงๆ เพื่อเรียกสติให้ตัวเอง
“ทำมาเป็นสะบัดสะบิ้ง ลองเหอะแล้วจะติดใจ”
“ติดใจอะไร สิ่งที่นายทำมันเข้าข่ายข่มขืนเลยนะ!”
“ข่มขืนอะไร สิ่งที่เธอทำมันเรียกว่าสมยอมต่างหาก”
ฮ๊าววว ... พูดไปแล้วก็ง่วง ชายหนุ่มหาวออกมาพร้อมกับเพ่งมองไปที่ปากอวบอิ่มของคนตรงหน้า กำลังชั่งใจว่าตอนนี้ความง่วงกับความเงี่ยนอะไรมันจะกล้าแกร่งกว่ากัน
สายตาหยาดเยิ้มเริ่มมองไปรอบๆ ข้าง ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อพบว่านาฬิกาบนข้างฝามันบอกว่าตอนนี้ได้ล่วงเลยเข้าวันใหม่มาเกือบห้าชั่วโมงแล้ว เออ สมควรง่วงแหละ เขาดื่มหนักตั้งแต่สี่ทุ่ม กว่าจะกลับถึงบ้านก็ตีสี่ละ
“รีบๆ เอาได้มะ? ง่วงว่ะ แต่ก็เงี่ยนด้วย”
“จะบ้าหรือไง” หญิงสาวโวยวาย ระหว่างนั้นก็เอาหมอนทุ่มไปยังใบหน้าหล่อเหลานั้น “ออกไปเลยนะ”
ไล่อีกละ... พรนับพันเริ่มรำคาญ ง่วงก็ง่วง เมาก็เมา แล้วต้องมาคุยเรื่องบ้าบออะไรกันอยู่เนี่ย เหนื่อยเปล่า เสียแรง เอาเข้าจริงสิ่งที่ทำตอนนี้มันแทบจะไม่จำเป็นเลยนะ ปกติหากอยากได้ใครสักคนเขาไม่ต้องมาดีลให้เสียเวลา แน่นอนอยู่แล้วว่าอย่างเขาใครๆ ก็อยากเข้าหา ไอ้คำว่าแค่กระดิกนิ้วสาวๆ ก็กรูกันเข้ามา มันคือเรื่องจริงนะ ไม่ใช่ว่าพูดกันเล่นๆ แล้วนี่อะไร ทำไมต้องมาเสียอารมณ์กับยัยนี่จัง
“เออ ไม่เอาก็ไม่เอา น่ารำคาญจริง”
ชายหนุ่มพูดออกมาอย่างหงุดหงิดใจ แต่แทนที่จะออกไปอย่างที่เธอออกปากไล่ แต่มันกลับไม่เป็นอย่างนั้น เพราะทันทีที่พูดจบ ร่างสูงก็นอนลง หัวถึงหมอนปุ๊บก็หลับตา จากนั้นมือใหญ่ก็คว้าผ้าห่มที่เธอใช้ปิดบังกายไว้ ไปห่มนอนอย่างสบายอารมณ์
“นี่! กลับไปนอนห้องนายซี่” สร้อยสนโวยวาย มือเล็กทุบไปที่หลังกว้างของคนที่นอนหันหลัง เมื่อยังไม่มีท่าทีว่าจะขยับ เธอก็ถีบเข้าให้อีกหนึ่งที “วิช นายวิช!”
ตะโกนก็แล้ว ตะคอกก็แล้ว เอื้อมมือไปบิดหูก็แล้วไอ้คนบ้านั่นก็ไม่มีท่าทีว่าจะตื่น แถมยังกรนน้อยๆ เป็นการตอบรับเสียงกรีดร้องที่ไม่พอใจของเธอ บ้าจริง... นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรกัน เหตุใดเขาต้องมาวุ่นวาย ทั้งที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่ชอบขี้หน้าตั้งแต่แรกเห็นด้วยซ้ำ
