บทที่ 2 ปฐมบท 1/2
ตำหนักหยงโชว่
“ปล่อยข้า! ข้าบอกให้ปล่อยข้า!” แม่ทัพหนุ่มโวยวายและพยายามหนีจากการจับกุมของเหล่าทหาร หานเฟิงถูกนำตัวมาที่ตำหนักหยงโชว่ก่อนที่จะถูกถอดขื่อที่จับกุมเขาเอาไว้ออก
“ปล่อยข้า! พวกเจ้าพาข้ามาที่นี่ทำไม”
เมื่อประตูเปิดออกพวกทหารก็ผลักหานเฟิงเข้าไปทันที เมื่อ
แม่ทัพหนุ่มเข้ามาภายในห้องก็พบกับเหล่านางกำนัลที่ยืนเรียงรายกันอยู่ พวกนางมองหานเฟิงครู่หนึ่งก่อนที่จะเดินมุ่งตรงมาหาเขา หานเฟิงตกใจนิด ๆ แต่ก็เบี่ยงตัวหลบพวกนางกำนัลได้ทัน
“พวกเจ้าจะทำอะไรข้า”
“ฝ่าบาทสั่งให้พวกเราปรนนิบัติท่านเจ้าค่ะ” หนึ่งในนางกำนัลพูดขึ้นก่อนจะพยายามถอดเสื้อผ้าเขาออก
“ไม่! อย่ามายุ่งกับข้า” หานเฟิงตวาดเสียงดังทำให้พวกนางกำนัลตกใจจนถอยห่างออกจากตัวเขาในทันที แม่ทัพหนุ่มมองพวกนางด้วยความไม่พอใจ เหตุใดฮ่องเต้โฉดผู้นั้นถึงสั่งให้พวกนางปรนนิบัติเขาเช่นนี้ หรือว่านี่จะเป็นแผนที่จะทำให้เขาตายใจแล้วสั่งประหารในภายหลัง
...เจ้านั่นมันช่างชั่วช้าสิ้นดี!
“ฝ่าบาทเสด็จ!!” สิ้นเสียงประกาศก็ปรากฏร่างของชายหนุ่ม
แต่งกายด้วยอาภรณ์สีแดงสดลวดลายมังกรทยานฟ้าบ่งบอกสถานะของตนย่างกรายเข้ามาภายในตำหนัก หานเฟิงรู้ได้ทันทีว่าคนผู้นี้เป็นใคร
เจ้าคนโฉดจ้าวอี้เทียน! อีกฝ่ายเดินมาหาเขาอย่างไม่รีรอก่อนที่จะกระซิบบางอย่างกับเขา
“ไม่ยักรู้ว่าพยัคฆ์อย่างเจ้าจะกลัวน้ำนะหานเฟิง”
แม่ทัพหนุ่มโกรธจนหน้าดำหน้าแดงอีกครั้ง อยากจะตะบันหน้าเจ้าคนวิปลาสนี้ให้รู้แล้วรู้รอด มีสิทธิ์อะไรมาว่าเขาเป็นเสือกลัวน้ำกัน มันชักจะหยามเกียรติเขามากเกินไปเสียแล้ว
“ข้าไม่ได้กลัวน้ำ เจ้าจับข้ามาที่นี่ทำไม ทำไมไม่ฆ่าข้าเสียตั้งแต่ตอนนั้น”
“ฆ่าเจ้ามันก็ไม่สนุกน่ะสิ”
“นี่เจ้า!” หานเฟิงเตรียมจะสบถอีกฝ่ายแต่แม่ทัพหนุ่มก็ต้องตกใจอีกครั้งเมื่อคนตรงหน้าช้อนตัวเขาขึ้นอย่างไม่ให้เขาได้ตั้งตัว
ทั้งหานเฟิงและจ้าวอี้เทียนตัวพอ ๆ กัน เหตุใดจ้าวอี้เทียนถึงอุ้มเขาขึ้นได้ง่ายดายเพียงนี้ แต่เมื่อตั้งสติได้แม่ทัพหนุ่มก็พยายามดิ้นหนีในทันที
“ปล่อยข้าลงเดี๋ยวนี้นะเจ้าคนชั่ว ข้าบอกให้ปล่อยข้า!”
ตูมม!! เสียงน้ำกระจายไปทั่วบริเวณเหตุเพราะฮ่องเต้จ้าวอี้เทียนโยนแม่ทัพอย่างหานเฟิงลงในอ่างน้ำใบใหญ่อย่างตั้งใจ
“โทษที เห็นเจ้าบอกให้เราปล่อย” จ้าวอี้เทียนกล่าวออกมายิ้ม ๆ ทำให้หานเฟิงมองเขาตาขวางในทันที ยามนี้ร่างกายของเขาเปียกชุ่มไปด้วยน้ำภายอ่างใหญ่
“เจ้า!”
“อาบน้ำเสียเราเหม็นกลิ่นตัวเจ้ายิ่งนัก”
“เจ้าต้องการอะไร” หานเฟิงถามออกไปพลางจ้องมองใบหน้าของอีกคนไม่วางตา แต่คำถามของเขากลับได้รับความเงียบมาเพียงเท่านั้น
เจ้าฮ่องเต้บ้านั่นเดินออกไปแล้ว เหลือเพียงเขาที่อยู่ที่นี่เพียงผู้เดียว แม่ทัพหนุ่มจึงจำยอมอาบน้ำแต่โดยดีเพราะเขาก็เหม็นกลิ่นตัวเองแล้วเหมือนกัน ระหว่างทำความสะอาดร่างกายเขาพลางคิดถึง
หลิงจิ้งไปด้วยไม่รู้ว่าจะเป็นเช่นไรบ้าง
เมื่อชำระล้างร่างกายจนพอใจหานเฟิงก็เหลือบไปเห็นอาภรณ์ที่วางหลังม่านกั้น แม่ทัพหนุ่มยิ้มออกมานิด ๆ ในเมื่อจะตายแล้วก็ขอใส่อาภรณ์ดี ๆ นี่ก็แล้วกัน แม่ทัพหนุ่มคิดพลางหยิบมันขึ้นมาสวมแล้วเดินออกไปด้านนอกก็พบกับฮ่องเต้แคว้นจ้าวที่นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร
หานเฟิงหยุดนิ่งมองอาหารบนโต๊ะพลางกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืด ๆ เขาหิวจะแย่เนื่องจากหลายวันมานี้ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องแม้แต่นิดเดียว
“จะมองอีกนานหรือไม่” หานเฟิงไม่ได้เอ่ยตอบสิ่งใด เขากลับยืนอยู่ที่เดิมนิ่ง ๆ เท่านั้น
“เรารู้ว่าเจ้าหิว มาทานสิ”
“เจ้าคงไม่วางยาในอาหาร” หานเฟิงถามออกไปทำให้จ้าวอี้เทียนหันมามองเขาแล้วหัวเราะออกมาน้อย ๆ
“ถ้าจะฆ่าเจ้าเราทำไปนานแล้ว” คำพูดของจ้าวอี้เทียนเมื่อตรองดูแล้วก็เป็นจริงดั่งเขาว่า เพราะอีกฝ่ายมีโอกาสจะฆ่าเขาตั้งแต่ที่เขาพ่ายแพ้แต่จ้าวอี้เทียนก็ไม่ทำ พินิจดูแล้วต้องมีแผนการอะไรอีกแน่
หานเฟิงนั่งกินอาหารไปเงียบ ๆ โดยไม่เอ่ยสิ่งใด เขาไม่อยากถามให้มากความอีก ทางด้านจ้าวอี้เทียนก็ไม่ได้พูดอะไรเช่นกัน ทั้งสองนั่งทานอาหารด้วยกันจนอิ่มหนำแต่ดูเหมือนว่าคนที่ทานเยอะที่สุดจะเป็นหานเฟิงเสียมากกว่าเพราะเขาทานอาหารเกือบจะทั้งหมด
“ไหนบอกว่ากลัวเราวางยาเจ้าอย่างไรเล่า” จ้าวอี้เทียนกล่าวออกมาไม่จริงจังนักก่อนจะยกน้ำชาขึ้นดื่ม หานเฟิงไม่ได้สนใจฮ่องเต้หนุ่มแม้แต่น้อย เขาเอาแต่ทานอาหารที่เหลืออยู่จนหมดทำให้จ้าวอี้เทียนยิ้มกับท่าทางของคนตรงหน้า
“ข้ารู้ว่าเจ้าจะขุนให้ข้าอ้วนแล้วฆ่าข้าในภายหลัง ดังนั้นข้าจึงกินให้อิ่มก่อนที่จะตาย จะได้ไม่เป็นผีหิวโซ”
“หึ ๆ ๆ!”
“หัวเราะอะไร”
“เราก็หัวเราะเจ้าน่ะสิใครบอกว่าเราจะฆ่าเจ้ากัน ตรงกันข้ามเราจะให้เจ้าเป็นสนมของเราต่างหากเล่าหานเฟิง”
“…!”
สนมอย่างนั้นหรือนี่มันจะหยามเกียรติข้ามากเกินไปแล้วนะ
จ้าวอี้เทียน!
“อยากเป็นสนมของเรามากอย่างนั้นเชียว”
“ไม่! ข้าไม่ยอม! อย่างไรข้าก็ไม่มีวันเป็นสนมของเจ้า!”
“เจ้าคงลืมสถานะตัวเองไปแล้ว อย่าลืมสิว่าเจ้าเป็นเพียงเชลยของเราเท่านั้น”
“เจ้ามันวิปลาสจ้าวอี้เทียน!”
