บทนำ
บท 1
ความขัดแย้งเรื่องอำนาจและการล่าอาณาเขตทำให้สองแคว้นต้องห้ำหั่นกัน ด้วยเหตุที่จักรพรรดิแคว้นจ้าวต้องการขยายอำนาจทางทหาร พระองค์จึงต้องบุกเข้าตีแคว้นใกล้เคียงอย่างแคว้นฉีเพื่อที่ตนจะได้เรืองอำนาจ ‘หานเฟิง’ ซึ่งเป็นแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นฉีจึงทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาบ้านเมืองจากคนโฉดชั่วอย่างฮ่องเต้วิปลาสจากแคว้นจ้าว
เดือนซานเยวฺ่[1]กองทัพเรือแคว้นฉีถูกถล่มราบที่เมืองฉือกวน กองทัพแคว้นจ้าวรุกคืบอย่างไร้ความปรานีจนสามารถบุกยึดจุดยุทธศาสตร์ได้สองแห่ง
ในเดือนซื่อเยว่[2]หานเฟิงรวบรวมผู้คนเพื่อต่อต้านกองทัพแคว้นจ้าวที่เมืองหนานฉู่ หลังจากการสู้รบแม่ทัพหนุ่มรวบรวมกำลังพลที่รอดชีวิตได้จำนวนหนึ่ง กองทัพของเขาห่างจากเมืองต้าเหลียงที่กองทัพแคว้นจ้าวตั้งฐานทัพอยู่ ขณะนั้นเองกองทัพแคว้นจ้าวกำลังวางแผนโจมตีกองทัพแคว้นฉี พวกเขามีกำลังทหารถึงสองแสนนาย ต่างจากกองทัพแคว้นฉีที่มีกำลังทหารเพียงสี่หมื่นนายเท่านั้น
สองกองทัพประจันหน้า ณ สนามรบ ที่รุกโชนด้วยแสงเพลิง กองทัพแคว้นจ้าวนับแสนนำโดย ‘พระเจ้าอี้จง’ หรืออีกชื่อหนึ่งคือ
‘จ้าวอี้เทียน’ เข้าตีทัพหน้าแคว้นฉีซึ่งนำทัพโดยหานเฟิงแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นฉี สองแคว้นห้ำหั่นกันอย่างไม่ลดละ เหล่าทหารล้มตายเป็นจำนวนมากจนไม่รู้ว่าผู้ใดเป็นผู้ใด
“พวกเราจะทำเช่นไรดีขอรับท่านแม่ทัพ!” เสียงตะโกนของ ‘หลิงจิ้ง’ รองแม่ทัพที่กำลังต่อสู้กับข้าศึกดังอยู่ไม่ไกลนัก หานเฟิงที่นั่งอยู่บนหลังอาชาสีดำสนิทก็เคลื่อนกำลังพลรุดหน้าเข้าโจมตีกองทัพแคว้นจ้าว แม่ทัพหนุ่มใช้ทวนของตนแทงทหารของศัตรูอย่างไร้ความปรานีแต่
ดูเหมือนว่าศึกคราวนี้กองทัพแคว้นจ้าวจะได้เปรียบกองทัพแคว้นฉีอยู่มากนัก
“ยอมแพ้เสียเถอะหานเฟิง แล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้า” เสียงอัน
ทรงอำนาจดังขึ้นจากหลังม่านหมอกก่อนที่จะปรากฏร่างอันน่าเกรงขาม แม่ทัพหนุ่มหันไปตามเสียงนั้นก็พบกับฮ่องเต้จ้าวอี้เทียนที่นั่งอยู่บนหลังอาชาเช่นเดียวกับตน
หานเฟิงไม่รอช้ารีบควบม้าเข้าโจมตีอีกฝ่ายในทันที แม่ทัพหนุ่มใช้ทวนของตนแทงเข้าไปในอากาศหวังให้โดนตัวจักรพรรดิแคว้นจ้าวแต่อีกฝ่ายก็ใช้อาวุธของตนรับการโจมตีจากหานเฟิงไว้ได้ทันท่วงที ทั้งสองต่อสู้กันอย่างไม่ลดละ ด้านกำลังทหารก็ดูเหมือนว่ากองทัพแคว้นฉีจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบเนื่องด้วยกำลังทหารที่น้อยกว่าอยู่ถึงหนึ่งแสนหกหมื่นนายจึงยากที่จะเอาชนะศัตรูที่แข็งแกร่งได้
“อวดดีเสียจริงหานเฟิง” ฮ่องเต้หนุ่มกล่าวออกมาอย่างเยาะเย้ย ทำให้หานเฟิงยิ่งทวีความโกรธแค้นมากขึ้น
แม่ทัพใหญ่แคว้นฉีจับอาวุธของตนอย่างมาดมั่นมุ่งตรงเข้าหาฮ่องเต้แคว้นศัตรูในทันที แต่ด้วยความโชคดีของอีกฝ่ายจึงสามารถรับการโจมตีของหานเฟิงได้อย่างทันท่วงทีและเพียงชั่วอึดใจฮ่องเต้หนุ่มก็ใช้ง้าวของตนฟันเข้าที่ไหล่ของแม่ทัพหนุ่มทำให้ชุดเกราะของเขาขาดออกจากกัน จากนั้นจึงใช้วิชาตัวเบากระโดดลงจากหลังม้าควงง้าวไปรอบตัวพุ่งเข้าหาแม่ทัพใหญ่แคว้นฉี ทันใดนั้นแม่ทัพหนุ่มจึงใช้ทวนของตนดันเอาไว้และผลักอีกฝ่ายให้พ้นตัว ทำให้ร่างสูงของพระเจ้าอี้จงกระเด็นออกไป
หานเฟิงไม่รอช้ามุ่งแทงเข้าไปที่อีกฝ่าย แต่ด้วยความมีไหวพริบทำให้ฮ่องเต้หนุ่มหลบได้ทันแต่ก็โดนทวนของหานเฟิงเฉียดเข้าที่หน้าท้อง
ไม่ทันที่พระเจ้าอี้จงจะเสียเปรียบไปมากกว่านี้ พระองค์ทรงใช้วรยุทธ์ที่
ร่ำเรียนมาควงง้าวไปรอบตัวอีกครั้ง ทำให้หานเฟิงที่ไม่ทันตั้งตัวพลาดท่าลงไปกองกับพื้นและยังไม่ทันที่จะฉุดตัวขึ้น ง้าวของจักรพรรดิจ้าวก็มาอยู่ที่หน้าของตนเสียแล้ว
“เจ้าแพ้แล้ว”
ไม่นานก็มีเสียงโห่ร้องแห่งชัยชนะดังไปทั่วบริเวณ ทหารแคว้นฉีถูกต้อนไปเป็นเชลยรวมถึงหานเฟิงแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้น เขาถูกคุมขังไว้ที่คุกในฐานทัพของแคว้นจ้าวโดยมีหลิงจิ้งถูกคุมขังไว้ด้วยเช่นกัน
“ท่านแม่ทัพขอรับ พวกเราจะออกไปจากที่นี่ได้เช่นไรขอรับ ข้ามิเห็นทาง กองทัพของเราคงแตกพ่ายแล้วจริง ๆ เห็นทีคงต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่เสียแล้ว” รองแม่ทัพหนุ่มเริ่มตัดพ้อออกมา
เมื่อหานเฟิงหันไปดูสภาพของสหายข้างกายที่เนื้อตัวเปื้อนไปด้วยโลหิตจากการศึกก็อนาถใจยิ่งนัก หากองค์จักรพรรดิของพวกเขาไม่หลงใหลในกามราคะจนไม่ใส่ใจในการปกครองบ้านเมือง พวกเขาก็คงไม่มีสภาพเช่นนี้ จะโทษกองทัพแคว้นจ้าวที่มารุกรานอย่างเดียวก็ไม่ได้เพราะหากแคว้นไหนที่กษัตริย์อ่อนแอนั้นมีหรือที่อีกแคว้นจะไม่โจมตี แต่เอาเถิดเขาเป็นเพียงแม่ทัพจะริอาจไปกล่าวร้ายองค์จักรพรรดิได้เช่นไร มีแต่เพียงหน้าที่ที่ต้องรักษาบ้านเมืองเอาไว้เท่านั้น แต่บัดนี้เขาไม่สามารถรักษามันได้อีกต่อไปแล้ว
“เจ้าอย่าพึ่งกังวลไปหลิงจิ้ง ข้าจะพาเจ้าไปจากที่นี่ให้ได้”
“ด้วยวิธีใดเล่าขอรับ”
“ข้าก็ไม่รู้ แต่ข้าคาดว่าเวลานี้ฮ่องเต้แคว้นจ้าวคงจะตัดหัวฮ่องเต้ของเราไปแล้ว”
ด้านแคว้นจ้าวเมื่อมีชัยเหนือแคว้นฉีจึงฉลองชัยชนะ เหล่าทหารรินสุราอย่างสำราญพร้อมทั้งร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนานหลังจากที่ทำศึกมานาน คราวนี้พวกเขาจะได้กลับบ้านเมืองไปหาลูกเมียเสียที
“ฝ่าบาทนี่คือหัวของจักรพรรดิแคว้นฉีพ่ะย่ะค่ะ” ทหารนายหนึ่งกล่าวในมือก็ถือกล่องไม้เอาไว้ ฮ่องเต้หนุ่มไม่รอช้ารีบสั่งทหารให้เปิดกล่องไม้ทันทีพร้อมหยิบหัวจักรพรรดิแคว้นฉีขึ้นมาแล้วชูขึ้นเพื่อประกาศชัยชนะของตน
เมื่อเหล่าทหารได้เห็นเช่นนั้นต่างโห่ร้องดีใจดังกึกก้อง เพราะการยึดแคว้นฉีได้ในครั้งนี้ถือเป็นการประกาศว่ากองทัพแคว้นจ้าวนั้นยิ่งใหญ่หาผู้ใดต่อกรได้อีกต่อไป
การฉลองชัยชนะในครั้งนี้นั้นจัดอยู่สามวันสามคืน ทหารแคว้นจ้าวต่างเมามายด้วยฤทธิ์สุราซ้ำร้ายพวกเขายังจับทหารแคว้นฉีมาทรมานกันอย่างสนุก พระเจ้าอี้จงมองการกระทำของทหารของตนอย่างไม่ทุกข์ร้อน พลางนึกถึงใบหน้าอันเย่อหยิ่งของแม่ทัพหนุ่มผู้เป็นเชลย หากตนได้อีกฝ่ายมาครอบครองเขาจะยังเย่อหยิ่งอยู่อีกหรือไม่
สองวันหลังจากกองทัพแคว้นจ้าวยกทัพกลับเมืองหลวง ข่าวการกลับมาของกองทัพแพร่ไปอย่างรวดเร็ว ชาวเมืองต่างพากันมาชม
ขบวนเสด็จและเชลยกันอย่างคึกคัก แต่เมื่อมาถึงขบวนเสด็จพวกเขา
ต่างพากันก้มหน้าติดพื้นไม่กล้าที่จะมองพระพักตร์เจ้าเหนือหัว
ครั้นขบวนเสด็จเคลื่อนผ่านไปพวกเขาต่างจับกลุ่มพูดคุยถึงความเหี้ยมโหดขององค์จักรพรรดิ บ้างว่าองค์จักรพรรดิไร้หัวใจฆ่าคนเป็นผักปลา สมัยเป็นองค์ชายก็เข่นฆ่าพี่น้องเพื่อแย่งชิงบัลลังก์มังกร ปราบปรามขุนนางกังฉิน และมากไปกว่านั้นพระองค์ทรงสั่งประหาร
พระชายาของตนขณะขึ้นครองราชย์ได้เพียงวันเดียวเท่านั้น
แต่ก็นับเป็นโชคดีของชาวเมืองแคว้นจ้าวเพราะถึงพระเจ้าอี้จงจะเหี้ยมโหดสักเพียงใดพระองค์ก็ปกครองบ้านเมืองจนมีความเจริญรุ่งเรือง ด้านการค้าก็มีกำไรเป็นกอบเป็นกำ ทำให้ชาวเมืองรักและเคารพพระองค์เป็นอย่างมาก
ขบวนเสด็จเดินทางมาถึงวังหลวง จ้าวอี้เทียนสั่งให้ทหารกลับไปพักผ่อนด้วยเห็นว่าพวกเขาเหนื่อยล้าจากการสู้รบและการเดินทางอยู่
ไม่น้อย พระองค์เองก็เหนื่อยล้าเต็มทีจึงต้องการจะพักผ่อน
ฮ่องเต้หนุ่มจึงนั่งแช่ตัวอยู่ในอ่างน้ำใบใหญ่โดยมีเหล่านางกำนัลคอยปรนนิบัติ ไอน้ำร้อนเกาะอยู่เต็มใบหน้าของผู้เป็นใหญ่แห่งแคว้น ฮ่องเต้หนุ่มมีใบหน้าที่งดงาม ร่างกายกำยำ อีกทั้งยังสูงโปร่ง ดวงตากลมเรียว จมูกโด่งเป็นสัน เส้นผมดำสนิทขับกับคิ้วเรียวงาม ผิวแม้ต้องแสงแดดก็ไม่ทำให้พระองค์หม่นหมอง ซ้ำยังทำให้น่าหลงใหลเสียกว่าเก่า
“ฝ่าบาทจะทรงให้ยกเครื่องเสวยมาเลยหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
‘รุ่ยอัน’ เอ่ยถามในขณะจัดฉลองพระองค์ให้เข้าที่
“อืม...ก็ดีเหมือนกัน เราก็ชักจะหิวแล้ว”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“จริงสิ เจ้าว่าเราควรมีสนมดีหรือไม่” คำถามของฮ่องเต้ทำเอากงกงน้อยชะงักงันในทันที พลันคิดไปถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นถึงแม้เขาจะมีอายุเพียงสิบสามหนาว (สิบสามปี) ก็พอได้ยินมาบ้างว่าองค์จักรพรรดิสั่งประหารพระชายาขณะขึ้นครองราชย์ได้เพียงวันเดียวเท่านั้น
“ทำไมหรือว่าเจ้าคิดว่ามันไม่ดี”
“หามิได้ฝ่าบาท หากแต่กระหม่อม...เอ่อ...”
“แต่อะไร”
“เปล่า เปล่าพ่ะย่ะค่ะ”
“อย่างนั้นก็ดี บอกทหารให้นำตัวแม่ทัพแคว้นฉีมาพบเราที่ตำหนักในคืนนี้”
“แม่ทัพแคว้นฉีหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“ทำไม เจ้ามีอะไรสงสัย”
“หามิได้พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะรีบไปเดี๋ยวนี้”
ด้านหานเฟิงที่ถูกคุมขังก็ไม่นิ่งนอนใจ แม่ทัพหนุ่มพยายามคิดหาแผนการหลบหนีตลอดเวลา แต่ดูเหมือนฮ่องเต้วิปลาสผู้นั้นจะสั่งทหารคุ้มกันที่นี่อย่างหนาแน่นจนมิอาจเห็นหนทางที่จะออกไปได้เลย หานเฟิงคิดว่าคนอย่างจ้าวอี้เทียนอีกไม่นานก็คงจะสั่งประหารชีวิตตนเป็นแน่ หากเขาไม่หลบหนีคงจะตายอยู่ที่แคว้นจ้าวแห่งนี้
“มีรับสั่งจากฝ่าบาทให้นำตัวเชลยไป” ทหารนายหนึ่งที่ดูคล้าย
ผู้คุมกล่าวกับทหารเฝ้าประตูก่อนที่ประตูคุกจะถูกเปิดออก แม่ทัพหนุ่มมาที่นี่ได้ไม่ถึงวันจะถูกประหารเสียแล้วหรือนี่
“พวกเจ้าจะพาท่านแม่ทัพของข้าไปไหนพวกทหารชั่ว!” หลิงจิ้งโวยวาย ทหารนายหนึ่งจึงใช้ด้ามดาบฟาดเข้าไปที่หน้ารองแม่ทัพแคว้นเชลยอย่างเต็มแรงจนทำให้โลหิตสีแดงชาดไหลออกมา
“หลิงจิ้ง!” หานเฟิงเมื่อเห็นภาพนั้นก็สะบัดทหารจนหลุดพ้นพลันรีบเข้าไปช่วยรองแม่ทัพของตนในทันที แต่ด้วยเหตุที่ถูกจับใส่ขื่อไว้
แม่ทัพหนุ่มจึงไม่สามารถช่วยรองแม่ทัพของตนที่ถูกทหารซ้อมอยู่ได้
“พวกทหารชั่ว! ข้าจะฆ่าเจ้า!”
“หุบปาก! เจ้าเป็นแค่เชลยจะมาทำอะไรพวกข้าได้” นายทหารนายหนึ่งพูดก่อนจะลากตัวหานเฟิงไป
[1] เดือนซานเยวฺ่ (เดือนมีนาคม)
[2] เดือนซื่อเยว่ (เดือนเมษายน)
บทล่าสุด
#128 บทที่ 128 เคียงคู่ 62/4 (บทส่งท้าย)
อัปเดตล่าสุด: 7/23/2026#127 บทที่ 127 เคียงคู่ 62/3 (บทส่งท้าย)
อัปเดตล่าสุด: 7/23/2026#126 บทที่ 126 เคียงคู่ 62/2 (บทส่งท้าย)
อัปเดตล่าสุด: 7/23/2026#125 บทที่ 125 เคียงคู่ 62/1 (บทส่งท้าย)
อัปเดตล่าสุด: 7/23/2026#124 บทที่ 124 กำเนิดโอรสสวรรค์ 61/3
อัปเดตล่าสุด: 7/23/2026#123 บทที่ 123 กำเนิดโอรสสวรรค์ 61/2
อัปเดตล่าสุด: 7/23/2026#122 บทที่ 122 กำเนิดโอรสสวรรค์ 61/1
อัปเดตล่าสุด: 7/23/2026#121 บทที่ 121 คำตอบ 60/2
อัปเดตล่าสุด: 7/23/2026#120 บทที่ 120 คำตอบ 60/1
อัปเดตล่าสุด: 7/23/2026#119 บทที่ 119 ดูแลสามีชั่ว 59/2
อัปเดตล่าสุด: 7/23/2026
คุณอาจชอบ 😍
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!
..................................................................
พระเอก: ราฟาเอล มิลเลอร์
มาเฟียหน้าหล่อ แต่นิสัยโหด ไม่เคยได้รับบาดแผลใจอะไรในวัยเด็ก แต่กลับมีนิสัยบิดเบี้ยวอันน่ากลัว เพราะความทะนงตัวทำให้อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ใครกล้าขัดใจมีอันต้องอันตรธานหายไปจากสายตา สุขุม ซ่อนความใจร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง แค่เพียงปรายตามองก็ทำเอาคนหายใจแทบไม่ออก
นางเอก: เกรซ โคปา (สีน้ำ)
บอดี้การ์ดสาวสวยฝีมือดี ถูกลักพาตัวมาฝึกเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ถูกสอนให้ใช้อาวุธ เรียนศิลปะป้องกันตัว เรียนรู้การอารักขา และลอบฆ่า
นิสัย (เดิม) เงียบขรึม จริงจัง ทะเยอทะยาน
..................................................................
เรื่องย่อ
สีน้ำทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่อ่านอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากสอบเข้ามหาลัยเสร็จหมาด ๆ นิยายเรื่องที่เธออ่านก็คือ 'กรงขังของนายมาเฟีย' นิยายอีโรติกสิบแปดบวกที่พระเอกเป็นมาเฟียจอมยึดติด ราฟาเอล มิลเลอร์ มาเฟียจอมโหดเขาหลงรักนางเอกที่เป็นคนธรรมดา เขาถูกใจในหน้าตาสะสวยของนางเอกของเรื่องอย่าง นาตาลี ตั้งแต่แรกเห็น เขาตกหลุมรักนางเอกในเรื่องอย่างนาตาลีแบบหัวปักหัวปำ แต่เลือกที่จะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยวิธีผิด ๆ ซึ่งตัวละครที่สีน้ำทะลุเข้ามาสวมร่างไม่ใช่นางเอก แต่ทว่ากลับเป็นนางร้าย!
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
รักระรินใจ
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี













