บทที่ 4 หน้ากากที่ชื่อ 'คามิ'

หลังจากเปิดประตูห้องเช่าที่ลึกเข้ามาในซอยเปลี่ยว ใบชาก็วางกระเป๋าผ้าลงบนโต๊ะญี่ปุ่นตัวเก่า ก่อนจะจูงมือของเทมส์ตรงไปที่ซิงค์ล้างจานริมระเบียงทันที

“ล้างมือก่อนนะครับคนเก่ง ถูสบู่ให้สะอาดด้วยนะ เดี๋ยวเรามาหม่ำ ๆ กันครับ”

“กั๊บ! เทมส์จาล้างฉะอาดๆ เยย ถู ๆ ๆ เชื้อโยกจาด้ายตายโหม้ดดด” เด็กน้อยถูมือป้อม ๆ เข้าด้วยกันอย่างแข็งขัน ฟองสบู่เลอะเทอะไปถึงข้อมือ แต่ใบชาก็ไม่ได้ดุ เธอเพียงแค่ยิ้มบาง ๆ แล้วช่วยล้างฟองออกให้อย่างเบามือ

หลังจากเช็ดมือจนแห้ง ใบชาก็จัดการอุ่นไข่ตุ๋นและข้าวสวยที่ทำเตรียมไว้ตั้งแต่เช้า มาตักป้อนให้ลูกชายที่นั่งรอตาแป๋วอยู่บนเบาะรองนั่ง

“กินช้า ๆ นะครับ เดี๋ยวติดคอ” เธอพูดพลางตักไข่ตุ๋นใส่ช้อนให้ เลื่อนไปจ่อที่ริมฝีปากมองหน้าลูกชายด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น

“อ้ามมม อาหย่อยกั๊บหม่ามี้ หม่ามี้ทำข้าวอาหย่อยที่ฉุดในโยกเยย” เทมส์เคี้ยวข้าวตุ้ย ๆ แก้มพองจนเหมือนหนูแฮมสเตอร์ พยักหน้าหงึกหงักตั้งใจกินอย่างเรียบร้อย ไม่ให้หกเลอะเทอะ เพราะแอบรู้ดีว่า ถ้าทำหก หม่ามี้จะต้องเหนื่อยเช็ดพื้นอีก

ภาพตรงหน้าดูเป็นเพียงชีวิตประจำวันแสนธรรมดา แต่สำหรับใบชา มันคือช่วงเวลาที่มีค่าที่สุดในแต่ละวัน

เทมส์คือโลกทั้งใบของเธอ ไม่ว่าข้างนอกจะต้องเจอเรื่องเฮงซวย โดนคนดูถูก หรือเรียนหนักจนสายตัวแทบขาด แต่พอได้กลับมากอดลูก ได้เห็นลูกกินอิ่มนอนหลับ เธอก็มีแรงฮึดสู้ต่อแล้ว

เพราะมีแค่ลูกเท่านั้นในตอนนี้ ที่เป็นเหมือนทุกอย่างในชีวิตเธอ เป็นทั้งกำลังใจในการเรียน การดิ้นรนทำงานหาเงิน หรือแม้แต่เป็นเหตุผลเดียว ที่ทำให้เธอยังอยากหายใจและก้าวผ่านความเจ็บปวดในแต่ละวันไปได้

หลังมื้ออาหารเย็นแสนเรียบง่าย ใบชาก็พาลูกไปอาบน้ำ เสียงน้ำกระเซ็นผสมกับเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากของเด็กน้อย ดังลอดออกมาจากห้องน้ำ ก่อนจะจบลงด้วยการที่เธออุ้มร่างกลมป้อมที่มีกลิ่นหอมของแป้งเด็กขึ้นมาเช็ดตัว แล้วจับแต่งตัวด้วยชุดนอนลายการ์ตูนตัวโปรดจนเรียบร้อย

“หม่ามี้กั๊บ”

“ว่าไงครับคนเก่ง”

“หม่ามี้เหนื่อยไหมกั๊บ?”

ใบชาชะงักมือเล็กน้อย เธอสบตากลมโตที่ไร้เดียงสาคู่นั้น ก่อนจะถามลูกกลับด้วยความแปลกใจ

“ทำไมถามแบบนั้นล่ะครับคนเก่ง หืม?”

“ก็ตาหม่ามี้ปรือ ๆ ฉีแดง ๆ แย้วก็ดูย้า ๆ เหมือนตอนที่เทมส์ง่วงนอนเยยกั๊บ” 

เด็กน้อยตอบเสียงใส เอื้อมมือเล็ก ๆ มาแตะที่หางตาของแม่

“เทมส์ไม่อยากให้หม่ามี้เหนื่อย หม่ามี้พักผ่องเยอะ ๆ น้ากั๊บ เดี๋ยวเทมส์นวด ๆ ให้”

คำพูดซื่อ ๆ ไร้เดียงสานั้น ทำเอาหัวใจคนเป็นแม่กระตุก ใบชายิ้มออกมากว้างกว่าเดิม เธอลูบกลุ่มผมนุ่มนิ่มของลูกเบา ๆ

“วันนี้หม่ามี้เรียนเยอะไปหน่อยครับ เลยเหนื่อยนิดนึง”

เธอแกล้งทำหน้ามุ่ย ยิ้มเจ้าเล่ห์เล็ก ๆ ยื่นแก้มเข้าไปหาลูก 

“แต่ถ้าได้เทมส์หอมแก้มสักฟอดสองฟอด หม่ามี้คงหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง มีพลังวิเศษขึ้นมาแน่ ๆ เลยล่ะ”

เทมส์ตาโตเป็นประกายวิบวับขึ้นทันที “จิงหยอกั๊บ! งั้นเทมส์จาหอมเยอะ ๆ เยย”

เด็กน้อยรีบยืดตัวขึ้น โน้มตัวเข้ามาหาแม่ แล้วจัดการระดมหอมแก้มนุ่ม ๆ ของแม่อย่างตั้งใจ ซ้ายที ขวาที ขยับไปหอมที่หน้าผาก ปลายคาง จมูกรั้น เบ้าตาทั้งสองข้าง และไม่ลืมที่จะจุ๊บลงบนริมฝีปากของผู้เป็นแม่ ตามสเต็ปเป๊ะ ๆ ที่เขาเคยทำออดอ้อนอยู่เสมอ

“ม๊วฟ ฟอดดด หม่ามี้มีพะลังวิเสดแย้ววว”

ใบชาหัวเราะเสียงใสอย่างมีความสุขที่สุด ก่อนจะรีบกอดรัดฟัดเหวี่ยง หอมแก้มลูกกลับทันทีอย่างหมั่นเขี้ยว

“ฟอดดด ชื่นใจหม่ามี้ที่สุดเลยครับ”

ใบชาทำทุกอย่างเหมือนที่ลูกทำเมื่อครู่ไม่มีผิดเพี้ยน ก่อนที่เสียงหัวเราะประสานกันของสองแม่ลูก จะดังก้องไปทั่วห้องเช่าแห่งนี้

มันช่างอบอุ่นและเรียบง่าย เหมือนโลกใบนี้มีแค่พวกเขาสองคน โดยไม่ต้องพึ่งพาเศษเสี้ยวความรักจากใครหน้าไหนอีก

หลังจากนั้นไม่นาน ใบชาก็พาเทมส์เข้านอน เธอจัดแจงห่มผ้าให้เรียบร้อย ลูบหัวลูกเบา ๆ ร้องเพลงกล่อมเด็กที่แม่ของเธอเคยร้องให้ฟัง จนกระทั่งลมหายใจของเด็กน้อยเข้าออกสม่ำเสมอ เป็นสัญญาณว่าอีกฝ่ายหลับลึกไปแล้ว

ใบชานั่งคุกเข่าอยู่ข้างฟูกนอน มองใบหน้าตอนหลับของลูกอยู่นานหลายนาที สายตาที่เคยอ่อนโยน ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความเจ็บปวด

ไม่มีส่วนไหนเลยที่ไม่เหมือนเขา ไอ้คนใจร้ายคนนั้น ยิ่งโตลูกก็ยิ่งหน้าเหมือนเขา เหมือนมาก ๆ เหมือนชนิดที่ว่าเอาเบ้าหน้าของไทม์มาย่อส่วนชัด ๆ

ทำไมสายเลือดของคนเลว ๆ ถึงได้เข้มข้นขนาดนี้ เธอเกลียดเขา เกลียดจนไม่อยากจะมองหน้าลูกแล้วเห็นเงาของเขาซ้อนทับ 

แต่เธอทำไม่ได้ เธอรักลูก และเธอจะไม่มีวันยอมให้โรคไขกระดูกฝ่อบ้า ๆ นี่ พรากเทมส์ไปจากเธอเด็ดขาด ต่อให้เธอจะต้องตกนรก เธอก็จะหาเงินมารักษาลูกให้หายให้ได้

“ฝันดีนะครับคนเก่งของหม่ามี้”

ใบชาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ กลั้นน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมา ก่อนจะลุกขึ้นปิดไฟในโซนที่นอน แล้วเดิมออกมาจากห้องนอน

แกร๊ก

บรรยากาศเปลี่ยนไปทันที  จากความอบอุ่นละมุนละไมเมื่อครู่ กลายเป็นความเงียบ เย็นเยียบ และอ้างว้าง

ใบชาเดินไปทิ้งตัวนั่งลงหน้ามุมหนึ่งของห้องนั่งเล่น ที่มีเพียงโต๊ะญี่ปุ่นเก่า ๆ กับอุปกรณ์ริงไลต์ราคาถูกไม่กี่อย่าง เธอเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์อีกเครื่องขึ้นมา

มันไม่ใช่โนเกียรุ่นปาหัวหมาแตกเครื่องเดิมที่เธอพกไปมหาลัย แต่มันคือสมาร์ทโฟนที่ถูกเปิดเบอร์ใหม่ และใช้เฉพาะงานนี้เท่านั้น ไม่มีใครรู้เบอร์ ไม่มีใครรู้พิกัด

ใบชานิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือไปปลดกระดุมเสื้อยืดที่ใส่อยู่ออก เผยให้เห็นเสื้อสายเดี่ยวลูกไม้รัดรูปสีดำตัวจิ๋วที่ซ่อนอยู่ด้านใน มันดันเนินอกขาวเนียนให้ดูอวบอิ่มเกินจริง และกางเกงขาสั้นกุดที่โชว์เรียวขาขาวจัด

ทนเอาหน่อยใบชา เพื่อค่ายาของเทมส์ เพื่อค่าใช้จ่ายเดือนนี้ เธอต้องทำ ทิ้งศักดิ์ศรีบ้าบอนั่นไปซะ ศักดิ์ศรีมันกินไม่ได้ มันรักษาลูกเธอไม่ได้

จากนั้นเธอก็กดปลดล็อกหน้าจอ ปลายนิ้วเรียวกดเข้าแอพพลิเคชันไลฟ์สตรีมมิ่ง แพลตฟอร์มใต้ดินแบบ 18+ ที่ให้ผู้ชมสามารถโดเนทเงินให้สตรีมเมอร์ได้โดยตรง

มันคือการก้าวเข้าสู่โลกอีกใบหนึ่งที่เธอสร้างขึ้นมา โลกของการทำงานแลกเงินก้อนโต สำหรับอนาคตและการรักษาลูกชายที่เธอรักสุดหัวใจ

ทันทีที่ใบชาเปิดเครื่อง หน้าจอสว่างวาบขึ้น พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากผู้ติดตามนับแสนคนที่เด้งรัว ๆ

คืนนี้ถึงเวลาที่คามิต้องออกไปหาเงินแล้วสินะ

ใบชาเปิดโคมไฟริงไลต์ แสงไฟสลัวถูกปรับให้ดูนุ่มนวลและชวนฝัน เธอปรับมุมกล้องสมาร์ทโฟนเล็กน้อยให้เห็นเพียงแค่ริมฝีปากอวบอิ่ม ลำคอ เนินอกล้นทะลัก และต้นขาขาว โดยจงใจไม่ให้เห็นใบหน้าเต็ม ๆ ของตัวเอง

เธอกดปุ่ม Go Live

ใบชาขยับตัวช้า ๆ จงใจให้เซ็กซี่ ดึงสายเดี่ยวให้ร่นลงมานิดหน่อย พอให้คนดูที่หื่นกระหายรู้สึกอยากมากขึ้น

แต่เธอไม่เคยก้าวข้ามเส้นตายที่เธอตั้งไว้ แค่ให้เห็นเนินอก และต้นขาแค่นั้น ไม่มีการถอดโชว์ ไม่มีการแก้ผ้า พร้อมกับท่าทางและน้ำเสียงหวาน ๆ ที่ปลุกใจคนดูให้อยากเปย์ของขวัญให้เธอ

เหตุผลที่เธอต้องมาทำงานนี้ ไม่ใช่เพราะรักสบายหรืออยากทำ แต่เพราะเธอจำเป็นต้องทำ

และสิ่งที่สำคัญที่สุด กฎเหล็กของงานนี้คือ เธอจะไม่ยุ่ง ไม่นัดเจอ ไม่สนิท และไม่มีความรู้สึกกับลูกค้าคนไหนทั้งนั้น

แม้ว่าที่ผ่านมา จะมีเสี่ยกระเป๋าหนัก หรือนักธุรกิจหลาย ๆ คน แชทมาเสนอยอดเงินจำนวนหลักแสนหลักล้านเพื่อขอเลี้ยงดู หรือขอนัดหลับนอนด้วย แต่เธอไม่อาจจะรับข้อเสนอพวกนั้นได้

เพราะรู้ดีว่าผู้ชายพวกนั้นส่วนใหญ่มีลูกมีเมียแล้ว เธอเองก็มีลูก เธอเข้าใจหัวอกคนเป็นแม่ และเธอไม่อยากเป็นเมียน้อยทำลายครอบครัวใคร

เธอรู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดของการถูกหักหลัง ไม่อยากให้เด็กคนอื่นต้องมีสถานะเหมือนกับลูกของเธอ นั่นก็คือการเห็นพ่อแม่แยกทางกัน เพราะความมักง่ายของผู้ชาย

อีกอย่าง ค่ารักษา ค่าเปลี่ยนถ่ายไขกระดูกของเทมส์ มันสูงถึงหลักล้าน สูงเกินกว่าที่นักศึกษาแพทย์ปีสามที่ตัวคนเดียวอย่างเธอจะรับไหว

หนี้สินจากการกู้ยืมมารักษาลูกค่อย ๆ สะสม จนแทบมองไม่เห็นทางออก งานพาร์ทไทม์ร้านกาแฟ ร้านสะดวกซื้อ ก็ให้เงินช้าและได้แค่วันละสามร้อย กว่าจะได้เงินก็ต้องรอสิ้นเดือน มันไม่สามารถทำให้เธอประทังชีวิตและซื้อยาราคาแพง ๆ ให้ลูกได้ทันเวลา

เพราะคนที่มีลูกป่วย ค่าใช้จ่ายแฝงมันงอกเงยมาเรื่อย ๆ

แต่งานสตรีมเมอร์ 18+ นี้ มันได้เงินไว ยิ่งคนเปย์ของขวัญมาก เธอก็สามารถถอนเงินสดออกมาใช้ได้ทันที และมันมากพอที่จะยื้อชีวิตลูกของเธอไว้ได้ในแต่ละสัปดาห์ รวมถึงทำให้เธอยังมีเวลาอยู่ดูแลลูกที่ห้องได้ โดยไม่ต้องทิ้งลูกไปทำงานกลางคืนข้างนอก

ทันทีที่เธอเข้ามาไลฟ์ ยอดผู้ชมก็พุ่งทะยานขึ้นหลักหมื่นอย่างรวดเร็ว เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา คอมเมนต์เด้งรัว ๆ จนอ่านแทบไม่ทัน

“สวัสดีค่ะทุกคน คามิมาแล้วน้า ขอบคุณที่เข้ามาดูกันนะคะ คิดถึงคามิกันไหมเอ่ย”

[ป๋าอ้วนสายเปย์: คนสวยมาแล้ววว รอนานมากเลย คิดถึงใจจะขาดแล้วครับน้องคามินมโตของป๋า]

[แว้นบอยร้อยเมีย: คามิครับ วันนี้เซ็กซี่จังเลยนะ ใส่ชุดสีดำตัดกับผิวขาว ๆ อูยยย ใจสั่นเลยครับ]

[เสี่ยตงสายเบิร์น: โอ้โห วันนี้ชุดนอนสีดำเหรอ ขอเสี่ยเห็นร่องอกชัด ๆ กว่านี้หน่อยสิครับคนสวย เดี๋ยวเสี่ยเปย์ปราสาทให้ 10 หลังเลย]

เสี่ยตง ส่งของขวัญ ปราสาทดิสนีย์ x10

ใบชามองหน้าจออย่างตั้งใจ เพราะเธอความจำดี เลยจำชื่อยูสเซอร์เนมของลูกค้าวีไอพีกระเป๋าหนัก ที่เข้ามาโดเนทและพูดคุยกับเธอบ่อย ๆ ได้เสมอ

“อุ๊ย... ขอบคุณสำหรับปราสาทดิสนีย์จากเสี่ยตงด้วยนะคะ จุ๊บ ๆ น่ารักที่สุดเลย ใจคามิละลายหมดแล้วเนี่ย”

[VVIP_รักเมียแต่เสียดายน้อง: น้องคามิครับ เดี๋ยวพี่โอนโดเนทให้ 50,000 จุก ๆ แลกกับไปกินข้าวต่อบนเตียงกับพี่คืนนี้ไหมจ๊ะ เดี๋ยวพี่ขับรถไปรับถึงหน้าคอนโดเลยจ้ะคนสวย]

ข้อความโดเนทพร้อมยอดเงินก้อนโตเด้งขึ้นมากลางจอ ใบชาปรายตามองยอดเงินนั้น แววตาสั่นไหวเล็กน้อยด้วยความเสียดาย ห้าหมื่น… ซื้อนมและจ่ายค่าห้องพิเศษให้เทมส์ได้ตั้งหลายคืนเลยนะ

“พี่ VVIP รักเมีย ใจดีจังเลยค่ะ~ แต่คามิต้องขอโทษด้วยน้าาา คามิรับแค่พูดคุยผ่านหน้าจอนี้เท่านั้นค่ะ ไม่รับนัดเจอข้างนอก ไม่รับกินข้าว ทุกกรณีนะคะ กฎก็ต้องเป็นกฎเนอะ พี่ ๆ เข้าใจคามินะคะ รักน้า~”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป