บทที่ 8 คุณลุงแปลกหน้าที่ถูกชะตา

ณ แผนกกุมารเวชกรรม

กลิ่นยาฆ่าเชื้อและแอลกอฮอล์ลอยคละคลุ้งจาง ๆ บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความวุ่นวายของผู้คน เสียงพยาบาลประกาศเรียกคิว เสียงเด็กร้องไห้งอแง และเสียงพูดคุยปะปนกันไปหมด

ใบชาพาเทมส์มาตรวจเลือดและรับยาตามนัด เธอจูงมือของลูกชายนั่งลงบนเก้าอี้

มือเล็ก ๆ ที่เย็นเฉียบของเทมส์ยังคงกำนิ้วชี้ของเธอเอาไว้ เหมือนทุกครั้งที่ก้าวเท้าเข้ามาในสถานที่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นยาและเข็มฉีดยาแห่งนี้ เขาไม่ชอบกลิ่นโรงพยาบาล ไม่ชอบเข็มฉีดยา แต่ก็พยายามเข้มแข็งเพื่อไม่ให้หม่ามี้ต้องเหนื่อย

“หม่ามี้กั๊บ”

“ว่าไงครับคนเก่งของหม่ามี้ หิวเหรอลูก หรือว่าหนาวครับ หืม?”

เทมส์ส่ายหน้าดุ๊กดิ๊ก ดวงตาใสซื่อบริสุทธิ์สบตากับผู้เป็นแม่นิ่ง

“หม่ามี้กั๊บ มาหาคุมหมอคราวนี้ เทมส์จาหายป่วยเยยไหมกั๊บ? เทมส์ม่ายอยากโดนจิ้ม ๆ แย้วกั๊บ เทมส์เจ็บ”

“…”

“เทมส์ม่ายต้องกินยาขม ๆ เยอะ ๆ แย้วช่ายไหมกั๊บ? เทมส์อยากแขงแลงเหมือนเพื่อน ๆ อยากไปวิ่งเย่นที่สะหนามเด็กเย่นกั๊บหม่ามี้”

ดวงตาใสซื่อที่เปี่ยมไปด้วยความหวังจ้องมองหน้าผู้เป็นแม่ ทำเอาใบชาหัวใจกระตุก เธอนิ่งไปทันที คำตอบน่ะเหรอ เธอรู้ดีอยู่แก่ใจ

โรคไขกระดูกฝ่อชนิดรุนแรง มันไม่ใช่โรคไข้หวัดที่จะกินยาแล้วหายขาดได้ในวันสองวัน มันต้องเจาะเลือด ต้องให้เลือด ต้องรอปาฏิหาริย์ในการเปลี่ยนถ่ายไขกระดูกที่เข้ากันได้ และต้องใช้เงินมหาศาล

“คือว่านะคนเก่ง ถ้าเทมส์เป็นเด็กดี ยอมให้คุณหมอตรวจ...” 

“เด็กชายธีรภัทร วงศ์วิวัฒน์ เชิญเข้าห้องตรวจหมายเลขสามค่ะ!”

เสียงพยาบาลสาวหน้าเคาน์เตอร์ประกาศเรียกชื่อคิวขึ้นมาพอดิบพอดี มันเหมือนเสียงระฆังช่วยชีวิต ที่ดึงใบชาออกจากการตอบคำถามอันแสนโหดร้ายนั้น

เธอหันไปมองตามเสียง ก่อนจะรีบลุกขึ้นยืน แล้วช้อนตัวอุ้มร่างเล็ก ๆ ของเทมส์ขึ้นมาแนบอกทันที

“ป่ะ ไปครับเทมส์ เดี๋ยวเราไปหาคุณหมอกันก่อนนะลูก วันนี้เทมส์ต้องเก่งเหมือนซูเปอร์ฮีโร่เลยนะครับ”

เธอรีบพูดรัวเร็วเพื่อหลบเลี่ยงคำถามนั้น ทั้งที่รู้เต็มอกว่าคำถามของลูกมันยังค้างคาอยู่ในใจของเขา

เทมส์มองหน้าผู้เป็นแม่อย่างเข้าใจ ก่อนจะพยักหน้าดุ๊กดิ๊ก ซบหน้าลงกับไหล่บางของแม่ โดยไม่งอแงเซ้าซี้อะไรต่อเลยสักคำ

“กั๊บ เทมส์จาเปงซูเปอร์ฮีโร่ เทมส์จาม่ายร้องไห้กั๊บ”

อีกฝั่งหนึ่งของโรงพยาบาล

ร่างสูงในชุดนักศึกษาหลุดลุ่ย สวมเสื้อช็อปวิศวะทับด้านนอก เพิ่งก้าวเท้าเข้ามาในโถงทางเดินของโรงพยาบาล ไทม์กำลังยกโทรศัพท์แนบหู สีหน้าของเขาดูหงุดหงิดและรำคาญใจสุด ๆ

“อยู่ไหนของมึงวะไอ้คิน เออ! กูกำลังเดินเอาไอแพดกับเอกสารเวรมาให้มึงเนี่ย แม่งเอ๊ย! เห็นกูว่างมากหรือไงฮะ ถึงได้หลอกใช้ให้กูเป็นไลน์แมนส่งของเนี่ยไอ้หมอเถื่อน ให้ไวเลยกูรีบ!”

ไทม์สบถด่าเพื่อนรักปลายสายอย่างหัวเสีย ขณะที่สายตาคมกริบก็มองกวาดหาป้ายบอกทางแผนกไปเรื่อย ๆ

ปึก!!

“โอ๊ะ!”

อยู่ ๆ ก็มีแรงชนเข้าที่หน้าแข้งของเขาอย่างจัง ไทม์ชะงักฝีเท้า แต่พอเขาก้มลงมองก็พบกับเด็กผู้ชายตัวเล็กจิ๋ว ผิวขาวซีดคนหนึ่งล้มก้นจ้ำเบ้าอยู่บนพื้น ทำหุ่นยนต์ของเล่นหล่นกระจายเกลื่อนอยู่แทบเท้าของเขา

“เฮ้ย...” ไทม์ร้องอุทาน กำลังจะอ้าปากสบถด่าตามสัญชาตญาณคนหงุดหงิด ลูกใครวะ ปล่อยมาวิ่งเพ่นพ่านเนี่ย

“ขอโท้ดกั๊บ! ขอโท้ดกั๊บ!” 

มือป้อม ๆ เล็ก ๆ พยายามตะครุบกอบโกยเก็บชิ้นส่วนของเล่นบนพื้นอย่างลนลาน 

“เทมส์ม่ายด้ายตั้งจายกั๊บ เทมส์วิ่งม่ายดูทางเอง ขอโท้ดกั๊บคุมยุง”

เด็กน้อยยังคงพูดเจื้อยแจ้วทั้งที่ก้มหน้าก้มตาเก็บของ ก่อนจะค่อย ๆ เงยหน้ากลมยุ้ยขึ้นมามองคนที่ตัวเองเพิ่งชน ด้วยสีหน้าที่ดูรู้สึกผิดสุด ๆ และหวาดกลัวว่าผู้ใหญ่ตัวโตตรงหน้าจะดุเอา

ไทม์ที่เตรียมจะอ้าปากด่าชะงักไปในวินาทีนั้น ปกติแล้วเขาไม่ใช่ผู้ชายประเภทที่รักเด็ก ออกจะรำคาญเด็กงี่เง่าร้องไห้กวนประสาทด้วยซ้ำ

แต่ไม่รู้ทำไม วินาทีที่เขาก้มลงสบตากับดวงตากลมโตสุกใสของเด็กผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาคนนี้ หัวใจของมันกลับกระตุกแปลก ๆ มันเหมือนเขารู้สึกถูกชะตา

และภาพเด็กน้อยหน้าตาจิ้มลิ้ม เบ้าหน้าฟ้าประทานที่กำลังทำหน้ารู้สึกผิดตรงหน้า มันก็ทำให้จิตใจที่หยาบกระด้างของเขา รู้สึกอ่อนยวบอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

เชี่ย... ทำไมเด็กนี่หน้าตามันหล่อจังวะ โตขึ้นสาวตรึมแน่มึงเอ๊ย แววตามันดื้อรั้นเอาเรื่องเหมือนใครบางคนที่กูรู้จักเลยว่ะ

“เฮ้... ใจเย็น ๆ ไอ้หนู ไม่ต้องรีบ”

เขาลดโทรศัพท์ลง ย่อตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งกับพื้นอย่างไม่ถือตัว เอื้อมไปช่วยหยิบชิ้นส่วนหุ่นยนต์ขึ้นมาประกอบส่งคืนให้เด็กน้อย

“ลุงไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย ชนแค่นี้เอง สบายมาก” 

น้ำเสียงทุ้มต่ำของไทม์นุ่มนวลลงกว่าปกติหลายเท่าตัว จนปลายสายอย่างคินต้องขมวดคิ้วงง

“ว่าแต่เราเถอะ ล้มก้นกระแทกพื้นแบบนี้เป็นอะไรไหม เจ็บตรงไหนหรือเปล่า หืม?”

เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมองคนแปลกหน้าตาแป๋ว สองมือป้อมรับของเล่นไปกอดไว้อย่างระมัดระวัง

“ขอบคุงกั๊บ แต่ว่าเทมส์ม่ายเจ็บเยยฉักนิดกั๊บ เทมส์เปงยู้กผู้ชาย เทมส์แขงแลง”

“เหรอ แข็งแรงมากเลยดิเรา ตัวแค่นี้เนี่ยนะ แล้วนี่พ่อแม่ไปไหนล่ะ ทำไมปล่อยให้วิ่งมาคนเดียวแบบนี้ ไม่กลัวถูกโจรลักพาตัวไปขายหรือไง”

แต่แทนที่เด็กน้อยจะตอบคำถามเรื่องพ่อแม่ สายตากลับเบนเป้าหมายไปหยุดอยู่ที่ข้อมือของไทม์ ที่สวมสมาร์ทวอตช์รุ่นท็อปราคาแพง แล้วก็เลื่อนไปมองไอแพดโปรรุ่นใหม่ล่าสุดที่เขาถืออยู่

“โหหห อังนี้มานยุ่นใหม่ล่าสุดเยยช่ายไหมกั๊บคุมยุง!”

ดวงตาเล็ก ๆ เป็นประกายวิบวับ เหมือนลืมความกลัวไปแล้วว่าเพิ่งชนคนแปลกหน้า พร้อมกับชี้นิ้วป้อม ๆ ไปที่สมาร์ทวอตช์บนข้อมือไทม์

“เทมส์เคยเหงไนยูทูปกั๊บ มานทำแบบนี้ด้ายด้วยช่ายไหมกั๊บ กดตงนี้ ๆ แย้วมานก็จะมีหน้าจอโฮโยแกรมเด้งดึ๋งออกมาด้วย โคตรเท่เยยกั๊บ!”

เด็กน้อยพูดเจื้อยแจ้วไม่หยุดปาก ชี้นู่นชี้นี่ ถามนั่นถามนี่อย่างรู้เรื่องรู้ราวไปหมด จนไทม์เลิกคิ้วสูงด้วยความแปลกใจ

“รู้เยอะเหมือนกันนะเราเนี่ย ตัวแค่นี้ดูรีวิวไอทีแล้วเหรอ ชอบเรื่องพวกเทคโนโลยีไอทีเหรอเรา หืม?”

“กั๊บ! เทมส์ชอบทุกอย่างที่เกี่ยวกับยะบบไอทีเยยกั๊บ หม่ามี้บอกย่า...” 

เด็กน้อยทำท่าเอานิ้วเคาะคางครุ่นคิดอยู่นาน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาถามไทม์ตาใสปิ๊ง

“เทมส์พูดเรื่องปะปี้ให้คุมยุงฟังด้ายไหมกั๊บ? หม่ามี้ฉอนว่าม่ายให้คุยกะคนแปลกหน้า”

ไทม์ยิ้มกว้างกว่าเดิม รู้สึกเอ็นดูไอ้เด็กหน้าหล่อคนนี้ชะมัด

“ลุงไม่ใช่คนแปลกหน้าหรอก ลุงเป็นคนหล่อและใจดีมาก อยากเล่าอะไรให้ลุงฟัง เล่ามาเลยไอ้ตัวเล็ก ลุงรอฟังอยู่”

เทมส์ยิ้มแฉ่ง ยืดอกอย่างภาคภูมิใจเมื่อพูดถึงพ่อของตัวเอง

“หม่ามี้บอกว่าที่เทมส์ฉลาด แย้วก็ชอบไอทีแบบนี้ เพราะว่าเทมส์เก่งเหมือนปะปี้กั๊บ หม่ามี้บอกว่าปะปี้ของเทมส์อะ เก่งยะบบไอที แย้วก็เล่นคอมพิวเต้อเก่งที่ฉุดในโยกเยยนะกั๊บ”

“พ่อเราเก่งขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย เป็นโปรแกรมเมอร์เหรอ? แล้วตอนนี้พ่อเราไปไหนซะล่ะ”

คำถามของไทม์ ทำเอาใบหน้าสดใสของเทมส์สลดลงเล็กน้อย เด็กน้อยทำหน้ายุ่ง ครุ่นคิดอย่างหนัก ก่อนจะขยับเข้าไปกระซิบใกล้ ๆ ไทม์เหมือนเป็นความลับระดับชาติ

“คุมยุงห้ามไปบอกครายน้า หม่ามี้บอกว่าปะปี้ของเทมส์น่ะ เปงซูเปอร์ฮีโร่กั๊บ ตอนนี้ปะปี้ต้องไปทำพายากิดลับ กู้โยกอยู่ที่ดาวทอระทัดนู่นแน่ะกั๊บ ไกลม้ากมากเยย ปะปี้เยยยังกลับมาหาเทมส์ม่ายด้าย”

ไทม์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยายามกลั้นขำแทบตาย

ดาวทอระทัด? ดาวพลูโตน่ะเหรอ แม่เด็กคนนี้แม่งโคตรมีจินตนาการล้ำเลิศ หลอกเด็กซะเป็นตุเป็นตะเลยว่ะ ซูเปอร์ฮีโร่กู้โลกที่ดาวพลูโตเนี่ยนะ

ก็คงจะเป็นข้ออ้างโง่ ๆ ของพวกผู้หญิงซิงเกิลมัม ความจริงก็คือพ่อของไอ้เด็กนี่ คงเป็นพวกผู้ชายเฮงซวยมักง่าย ที่ไข่ทิ้งไว้แล้วไม่รับผิดชอบ ทิ้งลูกทิ้งเมียหนีหายหัวไปแล้วน่ะสิ ผู้หญิงคนนั้นถึงต้องมานั่งแต่งนิทานหลอกลูกตัวเองแบบนี้

แม่งเอ๊ย น่าสงสารเด็กมันว่ะ เกิดมาหน้าตาหล่อแถมฉลาดแท้ ๆ ดันมีพ่อเหี้ยซะได้ 

“คุมยุงกั๊บ คุมยุง!”

“ว่าไงไอ้หนู”

“เทมส์ขอตัวก่องนะกั๊บ เดี๋ยวหม่ามี้จ่ายยาเช็ด แย้วจาตามหาเทมส์ หม่ามี้ขี้แยด้วยกั๊บ ชอบแอบย้องไห้ เอาไว้มีโอกาด เทมส์ขอมาคุยเยื่องไอแพดยู่นใหม่กะคุงยุงอีกนะกั๊บ”

“เออ ๆ ไว้เจอกันใหม่ไอ้หนู รีบวิ่งกลับไปหาแม่เถอะ  เฮ้ย เดี๋ยวก่อนไอ้ตัวเล็ก!”

ไทม์ตะโกนเอ่ยถามไล่หลังแต่ไม่ทัน เพราะเด็กน้อยหน้าหล่อคนนั้นโบกมือหยอย ๆ แล้ววิ่งเตาะแตะเลี้ยวเข้ามุมทางเดินไปอย่างรวดเร็วปานเดอะแฟลช

ทิ้งให้ไทม์ต้องนั่งย่อเข่าค้างอยู่ตรงนั้น รอยยิ้มเอ็นดูยังคงค้างอยู่ที่มุมปาก เขาส่ายหัวเบา ๆ กลั้นขำไว้ไม่อยู่ ทั้งที่ปกติเขาเกลียดเด็กจะตายห่า แต่ไอ้เด็กคนนี้มันแปลกมาก มันทำให้เขารู้สึกเอ็นดู และอยากคุยด้วยนาน ๆ

“เด็กอะไรวะน่ารักฉิบหาย พ่อแม่งโง่หรือบ้าเนี่ย ถึงทิ้งลูกฉลาด ๆ แบบนี้ลงได้ ไปอยู่ซะดาวพลูโต หึ เจริญเถอะมึง”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป