บทที่ 12 เดลิเวอรีรสสตรอว์เบอร์รี
พายตื่นขึ้นมาบนเตียงที่คุ้นเคย
ร่างกายของเธอเจ็บปวดรวดร้าวไปทุกตารางนิ้ว ความทรงจำจากเมื่อคืนการถูกย่ำยีครั้งที่สองโดยคนแปลกหน้าสองคนมันชัดเจนจนน่าสะอิดสะเอียน ไหนจะแผลจากการโดนน้ำร้อนลวกที่ขายังแสบไม่หาย
พายกล้ำกลืนก้อนความจุกในลำคอ เธอจะไม่ร้องไห้ เธอจะไม่ยอมแตกสลายให้พวกมันเห็น
ปัง!
“ตื่นได้แล้ว! หรือมึงจะนอนอ้าขาให้กูเอาต่อ!”
พายสะดุ้งสุดตัว อัคคี...
พายถูกลากออกมาจากห้องนอนในสภาพกึ่งเปลือย มีเพียงเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ของวายุที่เขาโยนให้เมื่อคืนคลุมร่างมายังห้องครัว
อัคคีในอารมณ์หงุดหงิดยามเช้าทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้
ส่วนวายุในชุดนักศึกษาเนี้ยบกริบ นั่งไขว่ห้างจิบกาแฟเขายิ้มเย็นชาให้เธอ
“ตื่นแล้วเหรอครับพาย เมื่อคืนสนุกไหม”
พรึ่บ!
ผ้ากันเปื้อนถูกโยนใส่หน้าเธอ
“มึง!” อัคคีตวาด “ไปทำอาหารเช้ามาให้พวกกู! ในฐานะที่มึงมาอาศัยอยู่ที่นี่!”
พายกำผ้ากันเปื้อนแน่นร่างกายสั่นเทา ไม่ใช่แค่จากความกลัวแต่จากความโกรธ
“พายทำไม่เป็น” พายพยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น
ปัง!
อัคคีกระแทกโต๊ะลุกขึ้นเดินมากระชากแขนเธออย่างแรง “กูสั่ง! หรือมึงอยากโดนเน้ดเหมือนเมื่อคืนอีกรอบ ห๊ะ!”
“ใจเย็นสิวะไอ้คี มึงทำน้องมันกลัวหมด” วายุพูดแต่สายตาที่เขามองพายนั้นดูถูกและเหยียดหยาม
“เธอคงเหนื่อย ใช่มั้ยครับพาย?”
พายรู้ว่าเธอหนีไม่พ้นแต่เธอก็จะไม่ยอมเป็นทาสที่เชื่อง ๆ เธอสูดหายใจลึกแล้วเธอก็ยิ้ม มันคือรอยยิ้มที่แสบที่สุด รอยยิ้มที่พยายามฝืนความเจ็บปวดทั้งกายและใจ
“ได้ค่ะคุณเจ้าหนี้” พายพูดด้วยน้ำเสียงปกติที่สุดแม้จะเจ็บร้าวไปทั้งตัว
“อยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมคะ?”
อัคคีกับวายุชะงัก พวกเขาคาดหวังน้ำตา คาดหวังการกรีดร้อง ไม่ใช่รอยยิ้มที่ท้าทายแบบนี้
อัคคีขมวดคิ้ว “อะไรก็ได้! ทำให้มันเร็ว ๆ!”
พายเดินกะเผลกไปที่ตู้เย็นสุดหรู และเธอเห็นไข่ไก่
ดี... เธอจะทำไข่เจียวเมนูสิ้นคิดที่เธอทำเป็นอย่างเดียว แต่เธอจะทำให้มันพิเศษ
พายตอกไข่ใส่ถ้วยและเผลอทำเปลือกไข่ชิ้นใหญ่ ๆ หล่นลงไป เธอเห็นแต่แค่ไม่ตักออก ก่อนจะเหลือบไปเห็นเห็นขวดเครื่องปรุงมากมาย มือเล็กคว้าขวดน้ำปลามาเทใส่แบบไม่ยั้ง ตามด้วยน้ำอีกหนึ่งช้อนโต๊ะ
พายตั้งกระทะ เทน้ำมันจนท่วมและรอจนควันโขมงแล้วเทไข่ลงไป
ฉ่า!
แล้วปล่อยให้มันไหม้ แบบไหม้เกรียมติดกระทะเป็นสีดำสนิท
พายบรรจงตักไข่เจียวสูตรนรกที่ทั้งไหม้เกรียม รสชาติวิบัติและกรุบกรอบเปลือกไข่ ใส่จานพอร์ซเลนราคาแพง แล้วเดินกลับไปที่โต๊ะและยิ้มหวานให้พวกเขาทั้งสองคน
“ไข่เจียวสูตรพิเศษค่ะ พายตั้งใจทำสุดฝีมือเลย เชิญทานค่ะ”
อัคคีมองไข่ดำ ๆ สลับกับหน้ายิ้มๆ ของพาย
“…มึงแกล้งกูเหรอ”
อัคคีตักเข้าปากไปหนึ่งคำ
กรุบ…
“แค่ก! แค่ก! เค็ม! หวาน! ถุย!!”
อัคคีพ่นมันออกมาทันที “นี่มึงทำเหี้ยอะไรของมึง!!!”
วายุที่ระวังตัวกว่าตักชิมไปแค่นิดเดียว คิ้วของเขากระตุกทันที
อัคคีโกรธจัดเขาคว้าจานขว้างลงพื้น
เพล้ง!
“มึงมันดื้อด้าน! คิดจะลองดีกับกูเหรอ!”
เพี๊ยะ!!!
แรงตบสุดแรงฟาดลงบนใบหน้าของพายจนเธอหันควับ นี่คือจุดที่ความอดทนของพายสิ้นสุดลง พายหันหน้ากลับมา ดวงตาแดงก่ำรอยยิ้มหายไปแล้ว
“ใช่!!! พายแกล้ง!!!”
พายตวาดกลับเสียงดังลั่น
“พวกพี่ทำลายชีวิตพาย! พวกพี่ข่มขืนพาย! แค่ไข่เจียวไหม้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ!”
พายชี้หน้าด่าทั้งคู่ตัวสั่นเทา “พวกพี่มันไม่ใช่คน! พวกมึงมันสารเลวที่สุด!!! จะตบอีกสิ! ตบเลย! ฆ่าพายเลย!!!”
อัคคีกับวายุนิ่งอึ้ง พวกเขาไม่เคยเจอเหยื่อที่กล้าชี้หน้าด่าพวกเขาแบบนี้ ความแสบที่พายแสดงออกมามันไม่ได้ทำให้พวกเขากลัว
แต่มันจุดไฟความเป็นเจ้าของและความต้องการปราบพยศให้ลุกโชนขึ้นไปอีก
อัคคีหัวเราะในลำคอ “หึ ปากดี”
วายุยิ้มมุมปาก “น่าสนใจ ของเล่นชิ้นนี้ดูท่าจะทนมือทนตีนกว่าที่คิด”
หลังจากเหตุการณ์ ไข่เจียวไหม้ พายก็ถูกลงโทษซ้ำสอง ก่อนจะถูกโยนให้ไปสงบสติอารมณ์ในห้องเก็บของ
หลายวันต่อมา
พายพยายามจดจ่อกับเลคเชอร์ ซึ่งเป็นความพยายามที่จะปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ทันใดนั้นโทรศัพท์ที่พวกเขาซื้อให้ใหม่เพื่อตามตัวก็ดังขึ้น
ชื่อที่โชว์คือ "อัคคี" แค่เห็นชื่อก็หงุดหงิดจนอยากปาโทรศัพท์ทิ้ง
เสียงเพลงในผับดังลอยมาจากปลายสาย
[อยู่ไหน!] เสียงดังฟังชัด
พายกรอกตา “ถามโง่ ๆ อยู่ในกรงของพี่ไงมีอะไรไม่ทราบ”
อัคคีหัวเราะเยาะ [ปากดี งั้นฟังกูนะ ที่ห้องนอนกูลิ้นชักข้างเตียงด้านขวา ไปหยิบกล่องสีดำมาให้กูที่ผับ XXXด่วน!]
พายชะงัก “...กล่องอะไร”
[ถุงยาง!! หรือมึงจะให้กูพูดดัง ๆ ให้สาว ๆ แถวนี้ได้ยิน!]
พายกำโทรศัพท์แน่นนี่คือความจุก
มันเหมือนโดนตบหน้ากลางสี่แยก พวกเขาใช้เธอแต่การที่ต้องให้เธอเอาเครื่องมือไปให้เขาใช้กับผู้หญิงคนอื่นมันคือการย่ำยีศักดิ์ศรีกันชัด ๆ
[ถ้าจำไม่ผิด น่าจะเป็นรสสตรอว์เบอร์รีนะครับ]
เสียงวายุแทรกเข้ามาชัดเจนและเย็นเยียบกว่า
[พอดีผู้หญิงข้างนอกพี่ต้องป้องกัน ไม่เหมือนของในบ้าน จริงไหมครับ]
ความจุกระลอกสองตามมาทันที พวกเขาเอาสดกับเธอ แตกในในตัวเธอราวกับเธอเป็นแค่โถส้วม แต่กับผู้หญิงคนอื่นพวกเขากลับป้องกันและให้เกียรติ
วายุจงใจบอกเธอว่า เธอมันต่ำกว่าผู้หญิงที่พวกเขากำลังจะมั่วด้วยซ้ำ
พายกัดฟันกรอดกลั้นเสียงสั่น “แล้ว... แล้วถ้าพายไม่ไปล่ะ?”
[มึงก็ลองดู กูจะให้ไอ้กริชไปลากมึงมาทั้งชุดนอนนั่นแหละ]
พายกดวางสาย เธอโกรธจนตัวสั่นน้ำตาคลอ แต่เธอจะไม่ร้องไห้ให้พวกเขาเห็น ไม่เด็ดขาด!
พายเดินไปที่ห้องนอนของอัคคี เปิดลิ้นชักและเจอกล่องสีดำรสสตรอว์เบอร์รีจริง ๆ ความแสบของเธอเริ่มทำงาน ถ้าอยากได้นักก็ต้องได้แบบ "พายสไตล์"
พายหยิบกล่องสีดำมา 1 กล่อง วิ่งไปที่ห้องเก็บของหาถุงที่แย่ที่สุด และก็เจอถุงพลาสติกเก่า ๆ ลายคิดตี้สีชมพู
จากนั้นฉีกกระดาษ A4 ใช้ลิปสติกสีแดงสดที่เธอไม่เคยมีปัญญาซื้อเขียนข้อความตัวโต ๆ
ถึง คุณลูกค้าที่เคารพ
ขอให้สนุกกับการใช้งานนะคะ
ใช้ดีบอกต่อด้วย!
(ป.ล. ถ้าไซส์ไม่พอดีคราวหน้าบอกล่วงหน้า จะได้ไปหาไซส์เด็ก มาให้ค่ะ)
ลงชื่อ พาย (เดลิเวอรีจำเป็น)
พายพับกระดาษยัดใส่ถุงคิดตี้พร้อมกับกล่องถุงยาง
ณ ผับ XXX
พายในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงยีนส์มาถึง เธอถูกการ์ดขวางไว้แต่แค่เธอบอกว่า "อัคคีให้มา" การ์ดก็รีบเปิดทางให้ทันที
พายเดินเข้าไปในโซน VIP
แล้วหัวใจพายก็จุกจนหายใจไม่ออก ภาพตรงหน้าคืออัคคีและวายุนั่งเป็นราชาขนาบข้างด้วยสาวสวยในชุดเดรสรัดรูปพวกเธอกำลังนัวเนียอัคคีกับวายุอย่างเปิดเผย และยังมีผู้ชายอีกสามคนที่เธอไม่เคยเห็น
คนหนึ่งตัวใหญ่ หน้านิ่ง ยืนคุมอยู่มุมห้อง
อีกคน หล่อแบบดารา กำลังยิ้มกะล่อน คลอเคลียกับสาวสองคนพร้อมกัน
และคนสุดท้าย ดูสุขุมที่สุด ใส่แว่นกรอบบาง กำลังจิบวิสกี้และกำลังมองมาที่เธออย่างสนใจ
อัคคีพยักหน้าให้เธอ “ช้า... ของล่ะ”
สาวสวยข้างๆ อัคคีมองพายหัวจรดเท้า “ใครอะคี เด็กส่งของเหรอ แต่งตัวมอมแมมจัง”
พายสูดหายใจลึกเธอเดินตรงไปที่โต๊ะ
ตุบ!
พายโยนถุงพลาสติกลายคิดตี้สีชมพูลงกลางโต๊ะจนแก้วเหล้าเกือบคว่ำ ทุกคนที่โต๊ะชะงักโดยเฉพาะไทม์ที่ถึงกับสำลักเหล้า
“เดลิเวอรีรสสตรอว์เบอร์รีมาส่งแล้วค่ะ!” พายยิ้ม เป็นรอยยิ้มเดียวกับเมื่อเช้า รอยยิ้มที่ฝืนความเจ็บปวด
พายพูดเสียงดังฟังชัดให้ผู้หญิงพวกนั้นได้ยิน “พอดีที่บ้านของเล่นมันเหลือเยอะน่ะค่ะ กลัวมันหมดอายุเลยรีบเอามาให้ใช้”
“อ้อ!” พายหันไปพูดกับสาวสวยข้างอัคคี
“ระวังหน่อยนะคะ ของบางคนเขาใช้เปลืองน่ะค่ะ แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ ถ้าหมดโทรสั่งพายได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเลย!”
พายพูดจบโค้งตัวให้สวยๆ หนึ่งที
“ขอให้สนุกค่ะ คุณเจ้าหนี้”
พายเดินตัวปลิวออกมาจากผับ ทันทีที่ลับสายตาคนรอยยิ้มก็หายไป เธอพิงกำแพงผับความจุกวิ่งกลับมาเล่นงานจนแทบทรุด
เธอชนะที่ได้ด่า
แต่เธอก็แพ้ที่ต้องยอมรับความจริง
ในห้อง VIP
สาวสวยข้างอัคคีหน้าซีด “อัคคีเด็กนั่นมัน...”
“หุบปาก!” อัคคีตวาดเขาปัดมือเธอทิ้ง
“พรืดดด! ฮ่าๆๆๆ” ไทม์ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา “โอ๊ย! กู ฮ่าๆๆๆ ไซส์เด็ก ไอ้เหี้ยคี! มึงโดนเด็กมันด่าว่าเล็กว่ะ! กูจะขำยังไงไหววะ! ฮ่าๆๆๆ”
“มึงอยากตายเหรอวะไอ้ไทม์!!!” อัคคีคำราม
“ใจเย็นน่า...” คินพูดเรียบๆ แต่แววตาขบขัน “มึงอย่าเพิ่งฆ่ามัน แต่กูว่าเด็กที่มึงไปเก็บมากล้าเกินเบอร์ไปมากว่ะ”
กริชยังคงนิ่งแต่แอบมองเจ้านาย
วายุไม่สนใจเสียงหัวเราะ เขาหยิบการ์ดที่เขียนด้วยลิปสติกขึ้นมาอ่าน เขายิ้มอย่างขบขัน
“ไอ้คีมึงดูนี่สิ” วายุยื่นการ์ดให้พี่ชาย
อัคคีอ่านแล้วเขาก็หัวเราะในลำคอ “แม่งปากดี กูจะกลับไปขยี้มัน!”
“ใจเย็น” วายุห้ามเขาหยิบกล่องถุงยางรสสตรอว์เบอร์รีนั้นใส่กระเป๋าเสื้อสูทตัวเอง
วายุหันไปมองสาวสวยข้าง ๆ ที่ตอนนี้ไร้ประโยชน์แล้ว
“พวกเธอกลับไปได้แล้ว”
วายุไล่พวกเธอก่อนจะหันมามองอัคคี รอยยิ้มของเขาราบเรียบแต่เย็นชา
“ของเล่นชิ้นนี้ต้องค่อย ๆ ทำลายถึงจะสนุก”
