บทนำ
บท 1
ในโลกนี้มีบ้านสองแบบ
แบบแรก คือบ้านที่เป็นที่พักพิง อบอุ่น ปลอดภัย และเต็มไปด้วยความรัก
แบบที่สอง คือบ้านที่เป็นกรงขัง เย็นเยียบ เหม็นอับ สิ้นหวัง และกัดกินทุกอย่างจนเหลือแต่ซาก
สำหรับพาหรือพายอาร์ นักศึกษาสาววัย 20 ปี เธอไม่เคยรู้จักบ้านแบบแรกเลย
ห้องเช่าสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่กลิ่นสีทาผนังราคาถูกยังไม่จางหายคือโลกทั้งใบของเธอ มันคือสถานที่ที่เสียงหัวเราะหมายถึงการถูกหวยเบอร์เล็กๆ และเสียงร้องไห้คือสัญญาณว่าวงพนันล่มอีกครั้ง
พายในวัยยี่สิบใช้ชีวิตเหมือนคนอายุสี่สิบ เธอเรียนไป ทำงานพาร์ทไทม์จนดึกดื่นไปด้วย เพื่อจ่ายค่าเทอมที่พ่อกับแม่ไม่เคยสนใจและเพื่อเหลือเงินไว้ซื้อข้าวสาร ในขณะที่ทั้งคู่ใช้ลมหายใจไปกับการลุ้น
...ลุ้นว่าไพ่ใบต่อไปจะเปลี่ยนชีวิต
...ลุ้นว่าลูกเต๋าครั้งหน้าจะปลดหนี้
...และลุ้นว่าวันนี้จะมีเจ้าหนี้รายใหม่โผล่มาทุบประตูหรือไม่
ความแสบซนและดื้อรั้นที่คนภายนอกเห็น แท้จริงแล้วคือเกราะป้องกันชิ้นสุดท้ายที่เธอสร้างขึ้นมา เกราะที่ใช้เถียงกับเจ้าหนี้ที่มาทวงเงินหน้าบ้าน เกราะที่ใช้ปั้นหน้ายิ้มเวลาอาจารย์ทวงค่าเทอม และเกราะที่ใช้ซ่อนความแตกสลายเวลาที่เธอกลับมาพบว่าหม้อหุงข้าวที่เพิ่งซื้อมาใหม่ ถูกแม่เอาไปจำนำจนเกลี้ยง
สำหรับพายพ่อกับแม่ไม่ใช่เซฟโซน
พวกเขาคือเจ้าหนี้คนแรกในชีวิตของเธอ
กลิ่นอับชื้นของห้องเช่ารูหนูราคาถูก ผสมปนเปกับกลิ่นเหล้าและกลิ่นควันบุหรี่จางๆ คือสิ่งแรกที่พายสัมผัสได้เมื่อเธอลากสังขารกลับมาถึงห้องหลังเลิกงานพาร์ทไทม์ร้านสะดวกซื้อกะดึก
เหงื่อยังชื้นอยู่บนหน้าผากเนียน แม้ว่านี่จะเป็นเวลาตีสามก็ตาม
ภาพตรงหน้าทำให้ร่างเล็กสูงเพียง 160 เซนติเมตรหยุดชะงัก ข้าวของในห้องกระจัดกระจายราวกับถูกพายุถล่ม เศษแก้วแตกเกลื่อนเต็มพื้น
พ่อกับแม่ของเธอนั่งกอดเข่าตัวสั่นอยู่ที่มุมห้อง บนโต๊ะญี่ปุ่นตัวเตี้ยมีเพียงขวดเหล้าเปล่ากับเศษซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
“พวกเขามาอีกแล้วเหรอคะ” พายถามเสียงเรียบ ไม่ใช่เพราะเธอไม่กลัว แต่เพราะเธอชินชาเกินกว่าจะแสดงอารมณ์ใด
“พาย... ลูก” ผู้เป็นแม่เงยหน้าขึ้น ดวงตาบวมช้ำจากการร้องไห้ “พวกเขา… พวกเขาบอกว่านี่คือโอกาสสุดท้าย”
“โอกาสสุดท้ายเรื่องอะไรคะ” พายทิ้งตัวลงนั่งอย่างหมดแรง เธอเหนื่อยเกินกว่าจะยืนแล้ว “ก็เราไม่มีอะไรจะให้พวกเขาแล้วนี่ พายทำงานจนแทบไม่ได้นอน ค่าเทอมก็ยังค้าง พายจะเอาปัญญาที่ไหนไปหาเงินล้านมาใช้หนี้พนันของพ่อ!”
“ไม่ใช่เงิน!” ผู้เป็นพ่อตวาดลั่น ใบหน้าซูบตอบเต็มไปด้วยความเครียดและสิ้นหวัง “คราวนี้พวกเขาไม่เอาเงิน”
คำพูดนั้นทำให้หัวใจของพายกระตุกวูบ ความเย็นเยียบแล่นไปทั่วสันหลัง มันคือลางสังหรณ์ที่เลวร้ายที่สุด
“...แล้วเขาจะเอาอะไรคะ”
แม่ของเธอเบือนหน้าหนีไม่กล้าสบตา ในขณะที่พ่อจ้องเขม็งมาที่เธอ แววตาที่เคยมีแต่ความว่างเปล่า ตอนนี้กลับฉายแววความหวัง
“พวกเขาเป็นตระกูลใหญ่ รวยมาก ใหญ่มาก พวกเขาบอกว่าถ้าเรายอมยกบางอย่างให้ หนี้ทั้งหมดจะเป็นศูนย์”
“ยกอะไรคะ” พายถาม ทั้งที่ในใจเริ่มรู้คำตอบ
“พวกเขาเห็นแก... พาย พวกเขาเห็นรูปแกในกระเป๋าตังค์พ่อ เขาบอกว่าลูกสาวเรา... สวยดี”
โลกทั้งใบของพายแตกสลายลงตรงนั้น
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอถูกใช้เป็นหลักประกัน แต่ที่ผ่านมามันเป็นแค่คำขู่ เป็นแค่ลมปากของพวกทวงหนี้รายย่อย
แต่ครั้งนี้ไม่ใช่
“พ่อ... แม่... กำลังจะขายพายเหรอ” น้ำเสียงของเธอสั่นเครือจนแทบไม่เป็นคำพูด ดวงตากลมโตที่มักจะฉายแววแสบซน บัดนี้มีเพียงน้ำใสๆ เอ่อคลอจนล้นขอบตา
“มันจำเป็น!” พ่อตะคอกกลบเกลื่อนความรู้สึกผิด “แกก็รู้ว่าเราไม่มีทางเลือก! ถ้าเราไม่ยอม พวกมันเอาเราตายแน่! แกอยากให้พ่อกับแม่ตายเหรอ!”
“แต่พายเป็นลูกของพ่อนะ!”
“ก็เพราะแกเป็นลูกไง!” พ่อสวนกลับ “แกต้องทดแทนบุญคุณเราสิ! เราเลี้ยงแกมาจนโต แค่นี้แกทำให้เราไม่ได้เหรอพาย!”
คำว่าทดแทนบุญคุณเหมือนค้อนปอนด์ที่ทุบลงมาบนหัวใจที่แตกละเอียดของเธอจนแหลกสลายไม่เหลือชิ้นดี
พายมองหน้าคนสองคนที่เธอเรียกว่า พ่อแม่ ตลอดชีวิตยี่สิบปีที่ผ่านมา คนที่เธอพยายามทำงานสายตัวแทบขาดเพื่อหาเงินมาจุนเจือใช้หนี้พนันที่ไม่จบไม่สิ้นให้
ตอนนี้พวกเขากำลังผลักเธอลงนรกขุมที่ลึกที่สุด เพื่อเอาตัวรอด
“พวกเขาคือใครคะ” พายถามเสียงแผ่วเบา น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างเงียบงัน
“ตระกูลอัศวมังกร”
ชื่อนั้นทำให้พายตัวแข็งทื่อ ไม่มีใครในประเทศนี้ไม่รู้จักชื่อนั้น ชื่อของตระกูลมาเฟียเก่าแก่ที่กุมอำนาจมืดทุกอย่างไว้ในมือ
“เขาบอกว่า ลูกชายฝาแฝดของเขาต้องการตัวแก”
แม่พูดจบก็ฟุบหน้าร้องไห้โฮ แต่พายไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกแล้ว
ความแสบซน ความดื้อรั้นที่เธอใช้เป็นเกราะป้องกันตัวมาตลอดพังทลายลง เธอซื่อเกินกว่าจะเข้าใจโลกของผู้ใหญ่ที่โหดร้ายใบนี้
ชีวิตธรรมดาๆ ในรั้วมหาวิทยาลัย ความฝันที่จะเรียนจบ มีงานดีๆ ทำ ทุกอย่างจบสิ้นแล้ว
ในคืนที่มืดมิดที่สุดคืนนั้น พายอาร์ได้เรียนรู้ว่าสำหรับพ่อแม่ของเธอแล้ว เธอไม่ใช่ลูกสาว
เธอเป็นเพียงหลักประกันชิ้นสุดท้าย ที่กำลังจะถูกส่งมอบให้กับแฝดที่อันตรายที่สุด
บทล่าสุด
#59 บทที่ 59 คำสัญญาแห่งท้องทะเล
อัปเดตล่าสุด: 1/26/2026#58 บทที่ 58 ศาลเตี้ยฉบับแก๊งเพื่อน
อัปเดตล่าสุด: 1/26/2026#57 บทที่ 57 ละครลิงระดับประเทศ
อัปเดตล่าสุด: 1/26/2026#56 บทที่ 56 แผนการแกล้งเมีย
อัปเดตล่าสุด: 1/26/2026#55 บทที่ 55 สภาโจ๊ก
อัปเดตล่าสุด: 1/26/2026#54 บทที่ 54 คำสัญญา
อัปเดตล่าสุด: 1/26/2026#53 บทที่ 53 ว่าที่สะใภ้
อัปเดตล่าสุด: 1/26/2026#52 บทที่ 52 อาบน้ำจริงๆ NC
อัปเดตล่าสุด: 1/26/2026#51 บทที่ 51 ตอนที่ 50 หน้าหลัง NC
อัปเดตล่าสุด: 1/26/2026#50 บทที่ 50 อั้นไม่ไหว NC
อัปเดตล่าสุด: 1/26/2026
คุณอาจชอบ 😍
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
พิษรักคุณหมอ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเอง
สปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด













