บทที่ 2
ท้องฟ้ามืดครึ้มไปด้วยเมฆฝนที่ตั้งเค้าทะมึน บรรยากาศโดยรอบอบอ้าวและหนักอึ้งไปด้วยความชื้น เป็นสัญญาณเตือนว่าพายุลูกใหญ่กำลังจะโหมกระหน่ำในไม่ช้า
อานันต์ยืนทอดสายตาผ่านกระจกใสบานใหญ่จากห้องทำงานบนตึกระฟ้า มือหนาขยับคลายปมเนกไทออกอย่างหงุดหงิด ไม่รู้ทำไมช่วงสองสามวันมานี้ เขาถึงรู้สึกกระวนกระวายใจอย่างบอกไม่ถูก
ทันใดนั้นเอง ประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดออกอย่างรวดเร็วโดยผู้ช่วยคนสนิท
"แย่แล้วครับคุณอานันต์! คุณผู้หญิง... เธอเสียชีวิตแล้วครับ!"
อานันต์หันขวับกลับมาทันที นัยน์ตาคมเบิกกว้าง รูม่านตาหดเกร็ง จ้องมองผู้ช่วยด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
"คุณว่าอะไรนะ? พูดใหม่อีกทีซิ"
แม้แต่ตัวเขาเองยังไม่รู้ตัวเลยว่า น้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้นสั่นเครือเพียงใด
ผู้ช่วยหนุ่มกลืนน้ำลายอย่างยากลำบากก่อนจะเอ่ยรายงาน "คุณอานันต์ครับ ทางเรือนจำยืนยันมาว่าคุณผู้หญิงเสียชีวิตจากการติดเชื้อในกระแสเลือด และร่างก็ถูกส่งไปฌาปนกิจเรียบร้อยแล้วครับ"
ร่างสูงใหญ่ของอานันต์เซถอยหลังไปเล็กน้อย ภาพความทรงจำในวันนั้นผุดขึ้นมาในหัวสมอง... ภาพของพริมดาวที่นอนจมกองเลือด ยื่นมือที่สั่นเทามาทางเขา ร้องขอความช่วยเหลือด้วยสีหน้าและแววตาของความสิ้นหวัง
เขาเพียงแค่โกรธ... โกรธที่พริมดาวกล้าลงมือทำร้ายสิรินทร์ครั้งแล้วครั้งเล่า ถึงขั้นวางแผนจะฆ่าลูกในท้องของเธอ
แต่เขาไม่เคยคิด... ไม่เคยคิดจริง ๆ ว่าจะให้พริมดาวต้องถึงแก่ความตาย
เมื่อได้ยินข่าวร้ายนี้ มือของเขาก็ยกขึ้นทาบหน้าอกข้างซ้ายโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกโหวงเหวงกัดกินหัวใจอย่างประหลาด
เขาควรจะดีใจไม่ใช่เหรอที่พริมดาวตาย ลูกของสิรินทร์ก็ปลอดภัยดีแล้ว แต่ที่จริงเขาวางแผนไว้ว่ารอให้สิรินทร์อาการคงที่กว่านี้อีกหน่อย ก็จะไปรับพริมดาวออกจากคุก
แต่ตอนนี้... มันสายไปเสียแล้ว
ข่าวการตายของพริมดาวในคุก แพร่สะพัดไปถึงหูของสิรินทร์อย่างรวดเร็ว
หญิงสาวนั่งพิงหัวเตียงด้วยสีหน้าเรียบเฉย สายตาจดจ้องหน้าท้องที่นูนออกมาเพียงเล็กน้อยของตน นัยน์ตาฉายแววซับซ้อนยากจะคาดเดา
เธอไม่คิดเลยว่าเด็กคนนี้จะดวงแข็งจนรอดมาได้ถึงเพียงนี้
เธอใช้วิธีผสมเทียมเพื่อให้ได้เด็กคนนี้มา แผนเดิมคือจะทำแท้งทันทีที่ได้แต่งงาน
แต่ในเมื่อพริมดาวตายไปแล้ว... เธอคงต้องคิดแผนใหม่
สิรินทร์หยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมา กดโทรออกหาปลายสายทันที
"มารับฉันเดี๋ยวนี้ ทำทุกอย่างตามแผน"
"รับทราบครับ"
ในขณะเดียวกัน ณ ห้องทำงานที่เงียบงัน อานันต์ยังคงนั่งนิ่ง จมอยู่กับความรู้สึกช็อกจากการจากไปของพริมดาว
เสียงเรียกเข้าจากสมาร์ตโฟนดังรัวเร็วทำลายความเงียบ
ทันทีที่เขากดรับ ปลายสายก็ส่งเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวและร้อนรน
"อนันต์! ช่วยด้วย ฉันโดนจับตัวมา! อนันต์รีบมาช่วยฉันนะ! ฉัน..."
สัญญาณตัดไปดื้อ ๆ เขาจึงได้ได้ยินเพียงแค่นั้น
"สิรินทร์!"
อานันต์ผุดลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าฉายแวววิตกกังวล เขาพุ่งตัวออกจากห้องพร้อมกับโทรสั่งการผู้ช่วยเสียงเข้ม
"เช็กพิกัดโทรศัพท์ของสิรินทร์เดี๋ยวนี้! ด่วน!"
"รับทราบครับคุณอานันต์"
ไม่นานนัก ผู้ช่วยก็ส่งพิกัดมาให้ สิรินทร์ถูกจับตัวไปขังไว้ที่โรงงานร้างแถบชานเมืองทางทิศเหนือ
อานันต์เหยียบคันเร่งจนมิด พารถสปอร์ตหรูพุ่งทะยานด้วยความเร็วสูงสุดไปตามพิกัด เมื่อไปถึง เขาเห็นสิรินทร์ถูกมัดมือไพล่หลัง นั่งอยู่กลางโถงโรงงานเก่าคร่ำครึ
แววตาของสิรินทร์เต็มไปด้วยความหวาดกลัว เมื่อเห็นชายหนุ่ม เธอก็ร้องไห้โฮออกมาทันที "อนันต์! ช่วยฉันด้วย!"
โจรเรียกค่าไถ่ที่ยืนคุมเชิงอยู่ เห็นผู้มาใหม่ก็รีบกระชากตัวสิรินทร์ขึ้นมา พร้อมกับเอามีดปลายแหลมจ่อที่ลำคอระหง
"ไอ้อานันต์! ถ้ามึงก้าวเข้ามาอีกแม้แต่ก้าวเดียว กูจะเชือดนังนี่ทิ้งซะ!"
อานันต์ชะงักเท้าทันที จ้องมองคนร้ายด้วยสายตากดดัน "ใครส่งแกมา? แกต้องการอะไร ฉันจะให้หมด! ปล่อยเธอซะ!"
โจรหนุ่มตะคอกกลับด้วยใบหน้าถมึงทึง "กูไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น! ท่านประธานส่งกูมาเพื่อทวงคืนความยุติธรรม ให้สิรินทร์ต้องชดใช้! ให้มันตายตกไปตามกันเพื่อเซ่นวิญญาณคุณหนู!"
นัยน์ตาของอานันต์วาวโรจน์ด้วยความเย็นชา
ท่านประธาน?
ประธานคนไหน?
"คนจ้างแกให้เท่าไหร่? ฉันยินดีจ่ายให้สองเท่า"
อานันต์ยกมือทั้งสองข้างขึ้นระดับอก ค่อย ๆ สืบเท้าเข้าไปทีละนิดอย่างระมัดระวัง สายตาไม่ละไปจากคมมีดที่จ่อคอคนรัก
"แล้วไอ้ประธานที่แกว่า... มันคือใคร?"
ชัยวัฒน์ พี่ชายคนโตของพริมดาวก็หายสาบสูญไปนานแล้ว
ส่วนณัฐพล พี่ชายคนรองก็ถูกเขาส่งเข้าคุกไปแล้วเรียบร้อย
ญาติพี่น้องที่สำคัญของพริมดาวมีแค่สองคนนี้
โจรตอบกลับอย่างไม่ลังเล "ก็คุณณัฐพลน่ะสิ! นายสั่งคำขาดมาว่าต้องให้สิรินทร์ชดใช้กรรม!"
อานันต์ขบกรามแน่น ความโกรธปะทุขึ้นในอกราวกับไฟลามทุ่ง
เขาคิดว่าเขาได้จัดการให้คนตระกูลพรชัยเจริญให้ชดใช้อย่างสาสมแล้ว ไม่คิดเลยว่าพวกมันจะยังมีฤทธิ์เดชมาแว้งกัดได้อีก เป็นเพราะเขาใจดีเกินไปสินะ สิรินทร์ถึงได้ตกอยู่ในอันตรายถึงเพียงนี้!
สิรินทร์เห็นว่าข้อมูลที่ต้องการสื่อสารถูกส่งไปถึงอานันต์ครบถ้วนแล้ว จึงแสร้งกรีดร้องขึ้นมา
"อนันต์! ฉันกลัว!"
"ผมจะไม่ยอมให้คุณเป็นอะไรไปเด็ดขาด!"
อานันต์จ้องมองคนร้ายตาเขม็ง
ในมุมอับสายตาของอานันต์ มือของสิรินทร์ที่ถูกมัดไพล่หลังแอบสะกิดขาของโจรเบา ๆ เป็นสัญญาณ แผนการดำเนินมาถึงจุดสำเร็จแล้ว ถึงเวลาที่ตัวละครประกอบฉากต้องลงเวที
โจรหนุ่มเข้าใจสัญญาณ จึงแสร้งลากตัวสิรินทร์ถอยหลังไปช้า ๆ
ทันใดนั้น เขาก็แกล้งสะดุดขาตัวเองล้มลงกับพื้น
อานันต์ฉวยโอกาสเพียงเสี้ยววินาทีนั้น พุ่งตัวเข้าใส่คนร้าย เกิดการต่อสู้พัลวัน
ด้วยความได้เปรียบทางสรีระและทักษะการต่อสู้ อานันต์กดร่างของโจรไว้กับพื้น อีกฝ่ายพยายามดิ้นรนขัดขืนตามบทบาท
ลูกน้องของเขากำลังจะตามมาถึงที่หน้าประตูแล้ว
สิรินทร์อาศัยจังหวะชุลมุน คว้ามีดที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา ตะโกนเสียงสั่น "อนันต์! ฉันจะช่วยคุณเอง!"
สิ้นเสียงหวาน เธอก็พุ่งเข้าไป ปักมีดลงกลางอกข้างซ้ายของโจรหนุ่มอย่างแม่นยำและโหดเหี้ยม
คมมีดตัดขั้วหัวใจ คนร้ายเบิกตาโพลงด้วยความตกตะลึง จ้องมองสิรินทร์อย่างไม่เชื่อสายตา
มือที่เปื้อนเลือดพยายามยกขึ้นชี้หน้าเธอ ปากสั่นระริก "มึง..."
สิรินทร์รีบปรับสีหน้าเป็นตื่นตระหนกสุดขีด ปล่อยมือออกจากด้ามมีด และแสร้งเป็นถอยกรูดออกมาด้วยความหวาดกลัว
"อนันต์... ฉัน... ฉันฆ่าคน!"
อานันต์ละสายตาจากร่างไร้วิญญาณของโจรที่นอนตายตาไม่หลับหันมามองหญิงสาว สิรินทร์โผเข้าสู่อ้อมกอดของเขา ร้องไห้จนตัวโยนราวกับดอกไม้ที่เปียกปอนด้วยพายุฝน
"อนันต์ ฮือ... ฉัน"
