บทที่ 10 ลุ่มหลง
มือสั่นเทาควานหาเสื้อผ้าแต่เสื้อของเธอขาดวิ่นจนใส่ไม่ได้ จึงถือวิสาสะหยิบเสื้อเชิ้ตของคนที่หลับสวมใส่แทน แสงไฟข้างหัวเตียงส่องพอสลัวให้ได้มองเห็นทางได้บ้าง
เธอค่อย ๆ คลานไปยังประตูหลังจากสวมใส่เสื้อผ้าเสร็จ มือบางเปิดประตูเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้
นภัสสรเดินโซซัดโซเซลงจากห้องพักชายหนุ่ม โบกแท็กซี่กลับบ้าน โชคดีที่เงินมีติดในกระเป๋ากางเกง เงินก้อนนี้เธอได้มาจากผู้หญิงคนสนิทของคนที่ย่ำยีเธอนั่นเอง
บ้านที่แสนอบอุ่นของนภัสสร
นภัสสรพาร่างกายอันแสนบอบช้ำล้มตัวลงนอน ปล่อยน้ำตาไหลลงที่นอนด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ เธอถูกกระทำย่ำยีจากชายแปลกหน้าที่กล่าวหาว่าเธอวางยาเขา
ทั้งที่เธอไม่ได้ทำอยู่ ๆ ก็ถูกกล่าวหาทั้งที่ไม่มีความผิด
“ฮือ ๆ” น้ำตาถูกกลั่นออกมามากมายจนหญิงสาวหลับไป
เวลาไล่เลี่ยกันที่แม่กานแก้วตื่นนอน
มือหยาบกร้านเพราะผ่านการทำงานเปิดประตูห้องลูก เห็นลูกสาวนอนหลับจึงปิดประตูเช่นเดิมไม่อยากรบกวนการนอนของลูก ปล่อยให้ได้พักผ่อนเพราะวันนี้เป็นวันหยุดจึงไม่ต้องไปเรียน
ทุก ๆ เช้าแม่กานแก้วจะเตรียมกับข้าวไว้ใส่บาตรพระทุกวัน วันนี้ก็เช่นกันแบ่งเตรียมไว้ให้ลูกสาว ตื่นมาจะได้ทานข้าวฝีมือแม่ รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าทุกครั้งที่ลูกสาวบอกกับข้าวฝีมือแม่อร่อยที่สุด
หลังจากใส่บาตรพระเสร็จก็ออกไปทำงาน วันนี้ไปเช้ากว่าปกติเพราะมีประชุมก่อนเข้างาน สองเท้าก้าวตามพื้นถนนเฉกเช่นทุกวัน เช้ามืดอากาศจะเย็นสบาย สูดหายใจเข้าเต็มปอดมันช่างสดชื่นเหลือเกิน เหมาะแก่การบริหารหัวใจบริหารปอดยามเช้า ๆ เช่นนี้
เวลาสิบเอ็ดโมงเช้า
นภัสสรนอนเหงื่อซึมเปียกเสื้อ เธอลืมตาตื่นด้วยอาการปวดหัวและปวดเนื้อตัว โดยเฉพาะของหวงมันปวดตุบ ๆ หญิงสาวพลิกกายนอนหงาย หลับตาไม่รู้ในหัวคิดอะไรอยู่
ก่อนที่เธอหอบสังขารเข้าห้องน้ำจัดการอาบน้ำอาบท่า เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ทั้งที่ร่างกายระบม ตาแดงบวมเบ่ง เธอเกาะราวบันไดลงช้า ๆ เดินมาหาอะไรบางอย่างบนหลังตู้เย็น
ร้านขายยา
“สวัสดีค่ะ ต้องการยาอะไรดีคะ” เภสัชกรถามคนที่เดินเข้ามาใหม่
“เอ่อ ๆ ขอยาคุมฉุกเฉินค่ะ” นภัสสรไม่กล้ามองหน้าเภสัชกร เธอได้แต่ยืนก้มหน้า
“ได้แล้วค่ะ” สิ่งที่ต้องการถูกหยิบใส่ถุงและเลื่อนมาวางตรงหน้าหญิงสาว
“เอ่อ” นภัสสรยืนอ้ำอึ้งเหมือนต้องการอะไรสักอย่าง
เมื่อเห็นท่าทีแปลก ๆ ของหญิงสาว เภสัชกรเข้าใจความหมายเธอยิ้มและอธิบายวิธีการทานโดยละเอียดแก่หญิงสาว ก่อนที่เธอจะยกมือไหว้ขอบคุณ หอบพาร่างอันบอบช้ำนั่งรถวินมอเตอร์ไซค์กลับเข้าบ้าน ให้เดินกลับคงไม่ไหวแดดร้อนเปรี้ยง ๆ
แผงยาคุมฉุกเฉินถูกแกะหย่อนใส่ปากทันที หลังจากนั้นจึงนับเวลาที่ต้องกินอีกเม็ดที่เหลือตามคำแนะนำของเภสัชกร ริมฝีปากที่แห้งแตกเป็นขุย ร่างกายที่ร้อนดังไฟเผาและร้าวระบมจนต้องค่อย ๆ คลานขึ้นบันได เพื่อกลับขึ้นไปยังห้องนอนตัวเอง
จู่ ๆ อาการพะอืดพะอมตีขึ้นเหมือนจะอาเจียนทำให้อาการเวียนหัวมากขึ้นหลังจากที่นภัสสรกินยาคุม มันแปลกจนหญิงสาวคิดว่าหรือเธอจะแพ้ยาคุมฉุกเฉิน แต่เธอก็อดทนหวังให้มันหายไปเอง ช่วงล่างบวมเป่งปวดร้าวจนน้ำตาไหลไม่รู้ตัว อาการครั่นเนื้อครั่นตัวโจมตีจนแทบระเบิด
เมื่อถึงที่นอนจึงล้มตัวลงนอน ไม่นานร่างที่ไม่มีแรงก็หลับใหลพร้อมน้ำตา
นภัสสรหลับยาวจนถึงเวลาห้าโมงเย็น เธอพลิกกายนอนหงายพลางสูดปากเบา ๆ ดวงตาค่อยปรือขึ้นช้า ๆ
หญิงสาวพยุงร่างลุกขึ้นนั่ง เธอลุกขึ้นอาบน้ำอีกรอบ ทุกการเคลื่อนไหวส่งผลให้เธอต้องครางเพราะมันร้าวระบมปวดทุกที่แตะต้อง ร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ยืนอยู่หน้าเตาไฟ หลังจากพาตัวเองออกจากห้องนอน
เธอทำกับข้าวง่าย ๆ ไว้รอแม่กลับจากที่ทำงาน และแบ่งตักใส่จานมานั่งกินก่อนเพื่อจะได้กินยาแก้ปวด จนกระทั่งเวลาหกโมงเย็นนิด
แม่กานแก้วก็เดินเข้ามาในบ้าน เห็นลูกสาวนอนตะแคงอยู่ที่โซฟา
“ภัส ลูก” มือแตะลงที่ต้นแขนลูก มีอันต้องชักมือกลับอย่างไว นภัสสรตัวร้อนดั่งไฟ จึงเขย่าตัวและเรียกลูกสาวอีกครั้ง
“อื้อ แม่” นภัสสรปรือตาขึ้นเห็นหน้าแม่กานแก้วชะโงกหน้าอยู่ใกล้ ๆ
“ตัวร้อนจี๋เลยลูก หนูกินยาหรือยัง”
คนเป็นแม่ห่วงลูก มือลูกหน้าผากเบา ๆ
“หนูกินแล้วค่ะ แม่มานานหรือยังคะ” ก่อนพยุงร่างลุกขึ้นนั่งหลังพิงโซฟา
“แม่มาถึงสักพักแล้วจ้ะ หนูขึ้นไปพักผ่อนเถอะลูก” ก่อนจะเดินไปเทน้ำดื่มด้วยความหิว
“แม่กินข้าวหรือยังคะ” เธอมองแม่ด้วยความรู้สึกผิด
“ยังลูก นั่งพักให้หายเหนื่อยก่อนแม่ค่อยกินจ้ะ” ขณะที่เดินมานั่งข้างลูกสาว
“นั่งใกล้หนูเดี๋ยวติดไข้กับหนูนะแม่” นภัสสรแซวแม่
“อื้อ ช่วงนี้งานหนักเหรอลูก” แม่กานแก้วเป็นห่วงนภัสสร เธอทั้งเรียนและทำงานไปด้วย พักผ่อนไม่ค่อยเต็มที่ อาจทำให้ร่างกายประท้วงเกิดการเจ็บป่วยได้ง่าย
“ค่ะแม่” เธอพูดปด ไม่อยากให้แม่รู้สาเหตุที่เธอไม่สบายมันไม่ได้เกิดจากการทำงาน แต่มันเกิดจากสาเหตุอื่น ครั้นนึกถึงเหตุการณ์ก็พลอยจะทำให้น้ำตา แต่ต้องกลั้นมันเอาไว้ไม่ให้มันไหล
เรื่องเมื่อคืนที่เกิดขึ้นเธอจะให้แม่กานแก้วรู้ไม่ได้ เธอรักแม่มากจนกลัวว่าแม่จะทำใจรับไม่ได้ และยิ่งโรคที่แม่เป็นยิ่งต้องระวังสิ่งที่จะมากระทบจิตใจ นภัสสรจึงเก็บงำเรื่องเลวร้ายไว้คนเดียว
