บทที่ 13 ใครลิขิต

“ดิฉันรับปากไม่ได้หรอกค่ะคุณท่าน ต้องให้เวลาดิฉันคุยกับลูก ยังไงดิฉันจะลองถามลูกดูให้นะคะดิฉันถึงจะให้คำตอบ” แม่กานแก้วหนักใจเหลือเกิน

“อีกสองอาทิตย์ฉันจะรอคำตอบ” ก่อนท่านจะยื่นนามบัตรซึ่งแค่เห็นก็ทำเอาคนรับนั้นถึงกับตาโตมือสั่น

“หลานชายฉันเป็นทายาทโรงพยาบาล เขามีวิธีในการฝังตัวอ่อน ที่ไม่ใช่การมีเพศสัมพันธ์ พร้อมก็โทรศัพท์หาฉันตามเบอร์” ก่อนแขกทั้งสองจะออกจากบ้านเดินไปขึ้นรถและขับจากไป

“คุณหมอปัณคะ” ชายหนุ่มหันกลับมายังต้นเสียง เห็นพยาบาลหอบแฟ้มเอกสารวิ่งมาทางเขา

“ครับพี่อ้อ” เขาอยู่ในชุดกาวน์สีขาว ที่ออกจากตรวจงานเสร็จ พวกเขาสนิทกันในสายงาน และถูกแซวบ่อย ๆ เรื่องที่คุณย่าของหมอปัณอยากมีเหลน

“จะกลับแล้วเหรอคะ” พยาบาลรุ่นพี่ถาม

“ผมว่าจะกลับเข้าห้องไปตรวจงานหน่อยครับ” ปกติเขาจะทำแบบนี้เป็นประจำ เขาตรวจความเรียบร้อยอยู่บ่อย ๆ

“ค่ะ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เห็นเลยแวะทักทาย” เธอเห็นคุณหมอโดยบังเอิญ พักหลัง ๆ มาไม่ค่อยเจอหน้าคุณหมอ

“ครับ งั้นผมขอตัวนะครับ” รอยยิ้มที่ทำให้พยาบาลรุ่นพี่ถึงกับเขินอาย

“อย่าค่ะ อย่ายิ้มแบบนี้” หญิงสาวแซว คุณหมอปัณหลุดขำกับท่าที เขาส่ายหัวให้กับความขี้เล่นของรุ่นพี่ ที่สรรหาเรื่องขบขันตลก ๆ มาให้ได้หัวเราะแทบทุกวัน แต่ก็ดีไปอย่างจะได้ไม่เครียดเกินไป

ห้องทำงานหมอปัณ

กริ๊ง กริ๊ง... เมื่อมือเรียวยาวกดรับ เสียงเพื่อนรักก็ดังแทรกขึ้นทันที

“คุณหมอปัณเพื่อนรัก วันนี้มากินเหล้าไหมวะ” มาวินนัวเนียอยู่กับสาวสวยคู่กาย

(“ทำงานอยู่ ยังไงจะโทรศัพท์หาอีกที”) สองเท้าเหยียดยาวพาดโต๊ะทำงาน

“ทำงานเหนื่อย ๆ ก็ต้องผ่อนคลายหน่อยสิ”

ขณะที่ชายหนุ่มถูกมือสาวข้างกายล้วงลับจับลำเอ็นใหญ่ของเขา จนหลุดเสียงอย่างว่า

(“ไอ้เชี่ย แค่นี้แหละ”)

หมอปัณได้ยินเสียงนั้น รู้ว่าเพื่อนเขากำลังทำเรื่องอย่างว่า

“เพื่อนมีสาว ๆ ไว้รอนะเพื่อนปัณ โอ๊ะ” กดวางสายเพราะความเสียวขึ้นสมอง

มือถือถูกหย่อนใส่กระเป๋าเสื้อ ดวงตาคมคายหลับตาเพื่อพักสายตา สองมือประสานวางบนหน้าขา นานสองนานกว่าหมอปัณจะลืมตา ครั้นลุกขึ้นยืนก็บิดกายไล่ความเมื่อยขบเหนื่อยล้าจากการทำงาน

เขาเดินเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัว ก่อนเปิดน้ำล้างมือพร้อมกับเสยผมสามถึงสี่รอบ ผ้าเช็ดมือถูกนำมาใช้เช็ดน้ำออกจากมือจนแห้ง เสื้อกาวน์บนร่างถูกถอดไปแขวนในราวอย่างเป็นระเบียบ

หมอปัณกลับมานั่งบนเก้าอี้อีกครั้ง แฟ้มงานถูกเปิดตรวจอย่างละเอียดทีละหน้าทีละแผ่นอย่างใจเย็น ก่อนจรดปากกาเซ็นลงไป ชายหนุ่มนั่งทำงานจนถึงเวลาเกือบหนึ่งทุ่ม

เวลาทำงานเขาจะเต็มที่และทุ่มเทให้กับงาน ชายหนุ่มเป็นทายาทรุ่นใหม่ไฟแรง

แม้คุณย่าวิลาวรรณจะยกโรงพยาบาลให้หลานชายแต่เขารับแค่ในนาม

ยังคงอยู่ในการดูแลของคุณย่าวิลาวรรณเช่นเดิม กระทั่งล่วงเลยเข้าสู่สองทุ่มกว่า ๆ งานเอกสารถูกเซ็นทุกแผ่น โดยเขาไม่ปล่อยผ่าน ส่วนใหญ่จะเป็นงบเบิกจ่ายในส่วนต่าง ๆ ของโรงพยาบาล

สองเท้าออกจากลิฟต์เดินไปยังที่จอดรถ แม้จะดึกดื่นแต่ยังมีคนไข้และญาติคนไข้เดินกันขวักไขว่ ชายหนุ่มกดรีโมตเปิดประตูรถขึ้นไปนั่ง หางตาเหมือนเหลือบเห็นอะไรกองที่พื้นรถด้านหลัง

เขาลงจากรถและเปิดประตูฝั่งคนนั่งท้าย หยิบของสิ่งนั้นขึ้นมาดู มันเป็นกระเป๋าเป้ใบย่อม ๆ ไม่ใหญ่มาก

บริเวณที่เขาจอดรถไว้แสงไฟสว่างจึงทำให้เขาถือกลับเข้ามาในรถอีกครั้ง หมอปัณเริ่มลำดับเหตุการณ์ ก่อนเปิดกระเป๋านั้นออกดู เห็นมีกระเป๋าเงินขนาดใบเล็ก ๆ เขาจึงเปิดดู มือหนาหยิบบัตรประชาชนที่มีรูปหญิงสาวขึ้นมาดู

“เวรเอ๊ย” อยู่ ๆ เขาก็สบถขึ้นมาดื้อ ๆ

ในบัตรประชาชนบอกชื่อนามสกุล วันเดือนปีเกิดครบเสร็จสรรพ จะไม่ให้เขาหัวเสียได้อย่างไร

ในเมื่อไล่ดูแล้วหญิงสาวที่เขามีอะไรด้วยพึ่งจะสิบเก้าปียังไม่ถึงยี่สิบด้วยซ้ำ แต่ดันไปทำงานในสถานบันเทิงแบบนั้น ก่อนจะโยนกระเป๋าเงินไว้ในเป้เหมือนเดิม

เสียงมือถือกลับดังขึ้น หมอปัณจับมันขึ้นดูเห็นชื่อโรซี่บนหน้าจอ ไหนจะเสียงไลน์ดังสนั่นและมันคงดังมาตลอดหลายวัน

“ตัวไม่อยู่แต่ความวุ่นวายยังหลอกหลอนฉันนะแม่ตัวดี” หมอปัณพึมพำคนเดียวในใจ ชายหนุ่มไม่เสียเวลาเขาโยนกระเป๋าเป้ไว้เบาะข้างคนขับ ก่อนควบรถออกสู่ท้องถนนยามค่ำคืน

ที่คลับมาวิน

คุณหมอปัณจอดรถตำแหน่งเดิมที่เคยจอดประจำ ก่อนจะก้าวฉับ ๆ ด้วยความหงุดหงิด

มือหนาผลักเข้าห้องประจำเห็นเพื่อน ๆ ประมาณสามถึงสี่คน กำลังคุยกันอย่างเมามันได้ที่ ทันทีที่เห็นคนมาใหม่ต่างร้องทัก

“เฮ้ย คุณหมอปัณสุดเนี้ยบมาแล้วโว้ย” มาวินหลุดหัวเราะ

“สวัสดีโว้ยทุกคน” ก่อนรับแก้วน้ำเมาส่งเข้าปากคราเดียวหมดแก้ว

“นึกว่าจะไม่มาแล้วเสียอีก” หนึ่งในกลุ่มเพื่อนแซวหมอปัณ

“เบื่อ ๆ เซ็ง ๆ เลยหาอะไรกินซะหน่อย” มือเรียวยาวคว้าบุหรี่บนโต๊ะมาจุดสูบ เขาเป็นหมอรู้ถึงอันตรายยาสูบแต่ยังสูบ ไม่กลัวปอดจะหายเสียหรือเป็นโรคสักนิด

“ไหนเล่าซิ” ต่างคนต่างอยากรู้อะไรมันทำให้หมอปัณถึงเบื่อหน่ายเซ็งได้ขนาดนี้ แม้จะดูรูปลักษณ์คุณหมอใจดีสุภาพอ่อนโยน แต่เวลาอยู่กับกลุ่มแก๊งเพื่อน ๆ จะรู้กันดี หมอปัณนั้นสุดขั้วเหมือนกัน แต่ไม่มั่วเหมือนกับเพื่อน ๆ

เหล้าไหลกลืนลงลำคออย่างช้า ๆ เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นหญิงสาวที่คุ้นเคยเมื่อหลายคืนที่ผ่านมา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป