บทที่ 3 หนูแม่แค่แม่ค่ะ

เวลาตีหนึ่งกว่า ๆ

ปกตินภัสสรจะเลิกงานประมาณตีหนึ่งทุกวัน เพราะเธอต้องไปเรียนในช่วงเช้า เจ้าของคลับจึงให้เธอเลิกเวลานี้เป็นประจำ แต่ถ้ามีความจำเป็นจริง ๆ เขาจะให้หญิงสาวช่วยงานต่อแต่ไม่เกินตีสาม

สองมือกระชับกระเป๋าแน่น ค่อย ๆ ลากเท้าออกไปหน้าสถานบันเทิงที่ตัวเองทำงาน เธอยืนรอวินรถมอเตอร์ไซค์ที่เคยใช้ประจำให้มารับ วันนี้เธอรอนานผิดปกติ จึงคิดจะข้ามถนนไปยืนรอตรงป้ายรถโดยสาร เธอยืนริมทางเท้าเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีรถวิ่งสวนมา

“กรี๊ด”

เอี๊ยด! เสียงเบรกรถดังสนั่น ระคนด้วยเสียงกรีดร้อง

เนื้อตัวสั่นเทาล้มกองที่ข้างทางเท้า ร่างสูงใหญ่เปิดประตูรถ เดินลงมาหาคนที่ทำให้เขาเกือบชน

“ข้ามถนนยังไงวะ อยากตายหรือไงถึงไม่แหกตาดูรถ ฮะ” ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธ โมโห ทำให้เขาตะคอกเสียงดังลั่น

“ขอโทษค่ะหนูไม่ได้ตั้งใจ” เดิมทีเธอนั่งก้มหน้าแต่เพราะเสียงที่ดุน่ากลัว เธอจึงเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่ม ครั้นชายหนุ่มได้เห็นหน้าถึงกับชะงัก แต่กลับขึ้นเสียงตวาดอีกครั้ง

“อยากตายก็ตายไปคนเดียวอย่าพาคนอื่นตายไปด้วย” ความเมาทำให้เขาสติหลุด ดีที่เขาไม่ชนไม่อย่างนั้นเรื่องใหญ่โตแน่นอน

สองมือค้ำพื้นพาตัวเองลุกขึ้น เธอไม่พอใจที่เขาเอาแต่โทษเธอเป็นฝ่ายผิด ถ้าเขาขับช้ากว่านี้ก็คงไม่ต้องมาเสียเวลาแบบนี้

“คุณก็โทษแต่คนอื่น ทีคุณขับเร็วยังกับรีบไปตายทำไมไม่โทษตัวเองบ้างฮะ” นภัสสรเหลืออด เธอไม่ยอมให้ใครมาว่าแต่ฝ่ายเดียว

“นี่เธอว่าเป็นความผิดฉันหรือไงฮะ” ดวงตาแดงก่ำจ้องมองคนตรงหน้าอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ

“ก็เออสิวะ” หญิงสาวไม่ยอมแพ้จ้องหน้าเขาเช่นกัน สองเท้ากำลังขยับเข้าหาคนปากดี เสียงรถมอเตอร์ไซค์วิ่งมาแต่ไกล ก่อนจะวิ่งมาจอดข้างทางเท้าไม่ห่างจากคนทั้งสอง

“อ้าวหนู ลุงขอโทษพึ่งพาป้าไปตลาดเลยมารับช้า ว่าแต่รู้จักกันเหรอ” ลุงขับวินมอเตอร์ไซค์ถามหญิงสาว

“เปล่าจ้ะเขาเกือบชนหนูค่ะ” นภัสสรมองหน้าชายหนุ่มอย่างไม่ยอมแพ้

“ฉันไม่มีเวลามาเถียงกับเธอหรอกนะ อยากได้เงินเท่าไหร่ก็ว่ามาฉันรีบ” เขาต้องกลับบ้านพักผ่อน พรุ่งนี้เขามีตรวจคนไข้ช่วงเก้าโมงเช้า อุตส่าห์แยกตัวกับเพื่อนมาได้แต่กลับมาเสียเวลากับใครก็ไม่รู้

เขาเดินกลับไปเปิดรถ หยิบธนบัตรสีเทามาปึกหนึ่ง และเดินกลับไปหาหญิงสาว เขากระชากแขนและยัดธนบัตรใส่มือหญิงสาว

“หวังว่าคงพอนะ” ก่อนเดินไปขึ้นรถและขับจากไปอย่างหัวเสีย

“ไป ๆ หนูดึกมากแล้ว” ท่ามกลางความมึนงงของคนมาใหม่ นภัสสรกำเงินในมือแน่น นึกขุ่นเคืองในใจ เขาเป็นใครถึงได้ดูถูกหาว่าเธอหน้าเงิน ไม่ต้องให้ใครบอกแค่นี้เธอก็ดูออก เธอเจ็บทั้งกายเจ็บทั้งใจ ไหนขาที่ล้มตอนทำงานยังไม่หาย มาเจอรถเกือบชนตายอีก เธอได้แต่ก่นด่าผู้ชายคนนั้นในใจ

บ้านนภัสสรในเวลาตีสาม หญิงสาวลงรถได้ก็เปิดประตูรั้วเดินเข้าบ้านเสียงรถวินมอเตอร์ไซค์ค่อยๆ เบาลงจนเหลือแต่ความเงียบ

สองเท้าก้าวขึ้นบนห้องอย่างเมื่อยล้า เธอทิ้งกายลงนอนทั้งชุด หัวถึงหมอนก็หลับทันที

แม่กานแก้วซึ่งมักจะตื่นช่วงเวลาลูกสาวเลิกงาน แต่วันนี้กลับเกินเวลา เธอรีบเปิดประตูเข้ามาดูลูกสาว เนื่องจากได้ยินเสียงประตู

มือแห้งกร้านของคนทำงานหนัก คลี่ผ้าห่มมาคลุมกายลูกสาวกลัวจะหนาวเย็น จมูกได้รูปกดลงบนศีรษะอย่างรักใคร่ทะนุถนอม

มือปิดประตูห้องลูกเบา ๆ ก่อนจะลงไปด้านล่าง ครั้นรู้สึกตัวก็มักจะนอนต่อไม่ค่อยหลับ

จึงลงมาเตรียมตัวหุงข้าวทำกับข้าวไว้ใส่บาตรพระยามเช้าเฉกเช่นทุกวัน

บทที่ 2 เซอร์ไพรส์จากอาจารย์

“แม่คะ” หญิงสาวในชุดนักศึกษาเดินลงบันไดพร้อมเรียกหาแม่

“ภัส” แม่กานแก้วชะโงกหน้าผ่านหน้าต่าง

“แม่หมอนัดวันไหนคะ” ปากที่อ้าหาวด้วยความง่วงนอน

“อาทิตย์หน้านู่น กินข้าวหรือยัง” ก่อนจะเดินอ้อมมาเข้าบ้าน

“แม่มากินด้วยกันสิคะ จะได้ออกไปทำงานพร้อมกัน” นภัสสรวางจานข้าวลงที่โต๊ะกินข้าว

“จ้ะลูก” ถาดที่เตรียมของใส่บาตรถูกวางลง

ที่โต๊ะ แม่กานแก้วนั่งกินข้าวกับลูก เสร็จจะได้ออกจากบ้านพร้อมกัน แม่กานแก้วป่วยเป็นโรคหัวใจ ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงเจ็บออด ๆ แอด ๆ บ่อยครั้ง

ซึ่งที่ทำงานเป็นแม่บ้านในโรงพยาบาล สองแม่ลูกเดินผ่านหน้าบ้านหลังใหญ่ที่มีอาณาจักรกว้างใหญ่

นภัสสรมักจะมองทุกครั้งที่เดินผ่านบ้านหลังนี้ เธอเคยได้ยินคนแถวนี้พูดกัน เจ้าของบ้านมีหลานชายคนเดียวและเป็นทายาทของโรงพยาบาล แต่ไม่รู้ว่าโรงพยาบาลไหน เธอได้แต่หวังว่าสักวันจะมีบ้านเป็นของตนเองให้แม่ได้อยู่อาศัย

จนกระทั่งพ้นบ้านหลังใหญ่ เดินเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงป้ายรถโดยสาร นภัสสรให้แม่นั่งรอเมื่อเห็นที่นั่งว่าง ส่วนเธอยืนคอยมองดูรถโดยสาร

“แม่คะวันนี้ภัสมีกิจกรรมหนูจะเลยไปทำงานเลยนะคะ” ยิ่งช่วงนี้กิจกรรมนั้นเยอะมาก

“จ้ะลูกอย่าลืมโทรศัพท์หาแม่ด้วยล่ะ” เมื่อรถโดยสารแล่นมาจอด ทั้งสองจึงพากันขึ้นรถ

“ค่ะแม่” ขณะที่นั่งอยู่บนรถ นภัสสรเอียงศีรษะซบลงไหล่ของมารดาด้วยความง่วง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป