บทที่ 4 เซอร์ไพรส์จากอาจารย์
มหาวิทยาลัย…
“ภัส ๆ รอด้วย” เสียงใส ๆ ตะโกนเรียกเพื่อน
เจ้าของชื่อหันขวับ เห็นเพื่อนกำลังวิ่งเหยาะ ๆ ตามหลัง
“พึ่งมาเหรอก้อย” ภัสยืนรอใต้ต้นไม้
“อื้อ กินข้าวหรือยัง” ก้อยซึ่งสำรวจความเรียบร้อยของตัวเอง
“เรากินมาแล้ว เธอยังไม่ได้กินมาเหรอ” ในมือถือกระเป๋าใส่หนังสือ
“ตื่นสาย ไปร้านค้ากัน” สองสาวเดินไปยังร้านค้าข้างมหาวิทยาลัย
ความคึกคักเป็นเรื่องปกติยามมีผู้คนจำนวนมากมารวมตัวกัน สองสาวเดินผ่านกลุ่มนักศึกษารุ่นพี่ที่จับกลุ่มรวมตัวกันประมาณห้าถึงหกคน เมื่อเห็นภัสกับก้อยเดินผ่านก็พากันผิวปากเป็นการแซวสาว ๆ
“สวัสดีครับอยู่ปีไหนกันครับ” นักศึกษาชายหนึ่งในกลุ่มตะโกนถามสองสาวที่เดินผ่าน แต่เมื่อไม่มีใครตอบ หนึ่งในนั้นลุกขึ้นเดินไปดักหน้า ทำให้ภัสที่ไม่ระวังชนเข้าอย่างจัง
“อุ๊ย” ภัสรีบหยุดเดินมองหน้าก้อย
“พวกพี่ถามไม่ได้ยินหรือไงครับ” ชายหนุ่มยืนล้วงกระเป๋ามองหน้าภัส
“ได้ยินแต่ไม่อยากตอบ” เป็นก้อยที่กอดอกมองหน้ารุ่นพี่
“ว้าวไม่อยากเข้าเรียน” ชายหนุ่มเริ่มพูดให้ชวนคิด
“ขอโทษค่ะพวกเราไม่ได้ยินพวกพี่ถามค่ะ” ภัสไม่อยากมีปัญหากับรุ่นพี่กลุ่มนี้ รู้มาว่าพวกเขาเป็นลูกคนรวย ใครก็ไม่กล้ามีปัญหากลัวเจ็บตัว
“ไม่ได้เอาหูมาด้วยว่างั้น” ปากคอที่ไม่เหมาะจะเป็นผู้ชายเอาเสียเลย
“แล้วมันเรื่องอะไรของพี่ ไอ้ที่พวกเราจะตอบหรือไม่ตอบเนี่ย” เป็นก้อยเองที่ออกโรงสวนกลับ ก่อนจะเดินชนรุ่นพี่เพื่อไปร้านค้า ทำให้ภัสต้องเดินตาม ชายหนุ่มได้แต่กระตุกยิ้มมุมปาก และเดินไปหากลุ่มเพื่อน ๆ
“แม่งโคตรหยิ่ง” เมื่อรวมตัวกับเพื่อน ๆ
บนห้องเรียน
“หวังว่าคงจะไม่เจอรุ่นพี่กลุ่มนั้นอีกนะ” ก้อยงึมงำให้ได้ยินกันแค่สองคนกับภัส
“เราก็ไม่ต้องสนใจใส่ใจก็สิ้นเรื่อง” ภัสพูดขึ้น
“ฮึ ยากถ้าพวกนี้ไม่ได้ตามสิ่งที่ต้องการ” ใคร ๆ ก็รู้ประวัติรุ่นพี่กลุ่มนี้ดี
ระหว่างที่กำลังเมาท์มอยอย่างสนุกปาก อาจารย์ได้เดินมาในห้อง ก่อนขยับแว่นตาหนาเตอะเพ่งมองนักศึกษา
“นางสาวนภัสสร วันนี้ไปพบอาจารย์หลังเลิกเรียนด้วยนะ” จู่ ๆ ก็เรียกชื่อโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย
“เอ่อ อาจารย์มีอะไรกับหนูเหรอคะ” หญิงสาวถามทันที
“อาจารย์มีงานให้เธอช่วยนิดหน่อย”
ก่อนจะหย่อนก้นลงเก้าอี้ พร้อมส่งรอยยิ้มให้เหล่านักศึกษา สร้างความมึนงงให้เจ้าของชื่อ อาจารย์จะให้ช่วยอะไร เธอจะช่วยได้เหรอ อีกอย่างเธอต้องรีบไปทำงานด้วย เธอขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ไม่เป็นไรไปพบอาจารย์เดี๋ยวก็รู้เอง ความเงียบเข้าปกคลุม เมื่ออาจารย์สั่งให้ทำงานกันเงียบ ๆ
จนกระทั่งทุกคนทำงานเสร็จ จึงปล่อยให้นักศึกษาเลิกเรียน
หลังเลิกเรียนในห้องอาจารย์
“อะไรนะคะ” นภัสสรทำหน้าตกใจ
“แต่ในห้องไม่มีใครเหมาะเท่ากับเธอแล้วนะ” อาจารย์มองลอดแว่น
“คนอื่นไม่ได้เหรอคะ หนูไม่ถนัดงานเดินโชว์ค่ะ” จะให้เธอเดินแบบเป็นตัวแทนห้องในการประกวดโชว์ผลงานเครื่องประดับ เธอทำไม่ได้หรอก
“หนูเหมาะที่สุด อาจารย์เลือกเธอเตรียมตัวให้พร้อมอีกหนึ่งเดือนเจอกัน แต่ช่วงนี้ต้องมาหัดเดินทุกวันห้ามขาด” อาจารย์ดีดนิ้วยักคิ้วให้
“ไม่ค่ะอาจารย์หนูทำไม่ได้หรอกค่ะ” หญิงสาวส่ายหน้ารัว ๆ
“ได้จ้า หนูต้องทำได้ กล้า ๆ หน่อย”
เมื่ออาจารย์ตัดสินใจแล้ว จึงสั่งให้สองสาวกลับบ้านได้
“แต่ว่าหนู” นภัสสรหยุดไว้แค่นั้น
“ถือว่าอาจารย์ขอร้อง” เมื่อเห็นว่าหญิงสาวยืนนิ่งเงียบ ใครก็ได้ก็จริงแต่ไม่ใช่ทุกคน เพราะการเลือกเป็นตัวแทนห้อง อาจารย์ต้องมองเห็นความเหมาะสมในตัวนักศึกษาคนนั้น
“ค่ะ” สองมือประสานกันจนเหงื่อชุ่มฝ่ามือ ได้แต่ตกลงรับปาก ทั้งที่ใจไม่พร้อม
หลังจากออกจากห้องอาจารย์ ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ต่างคนต่างเงียบไม่เข้าใจความคิดอาจารย์เอาเสียเลย
“ภัส เธอทำอย่างไรต่อ” ในที่สุดก้อยก็ทำลายความเงียบนั้นเอง
“ไม่รู้สิก้อย เรากลัวทำให้อาจารย์ขายหน้าถึงไม่อยากรับงานนี้” นภัสสรหน้ามุ่ย
“คนอื่นสวย ๆ ตั้งเยอะตั้งแยะไม่เลือก แต่ดันมาเลือกเธอเนี่ยนะ จะบ้าตาย” ก้อยถอนหายใจ
“เออ ก็นั่นน่ะสิ” เสียงหายใจลากยาว
“เธอก็ช่วยอาจารย์ไปแล้วกัน เหลือเวลาอีกตั้งเป็นเดือนคงซ้อมทัน สู้ ๆ นะสุดสวย” ก้อยสาวห้าวหัวเราะ
ในเมื่อเพื่อนทำอะไรไม่ได้ก็ช่วยเสริมไปเลยงานนี้
“เปลี่ยนกันไหมเดี๋ยวเราบอกอาจารย์ให้” นภัสสรหันมองก้อย
“โอ๊ยไม่ ๆ อย่าได้แม้แต่คิด เธอนั่นแหละดีแล้วฮ่า ๆ” ทั้งสองหัวเราะ แต่เหมือนอีกคนอยากจะร้องไห้ปนหัวเราะ
สองเพื่อนซี้ที่มาสนิทกันในรั้วมหาวิทยาลัยต่างแยกย้ายกันขึ้นรถกลับบ้าน ซึ่งอยู่คนละทางกัน ระหว่างที่นั่งมาในรถนภัสสรคิดเรื่องที่อาจารย์บอกไม่ตก
เธอรู้ตัวเองดีว่าไม่ใช่คนสวย แต่พูดถึงหุ่นถือว่าใช้ได้ทีเดียว คิดจนหัวจะปวดจึงสลัดหัวไล่ความคิดนั้นทิ้ง
ตลอดระยะเวลาที่นั่งรถโดยสารกลับบ้าน เธอเห็นรถสัญจรไปมาไม่มีสักนิดที่ถนนจะว่าง ตึกรามบ้านช่องน้อยใหญ่สลับไปมาให้ได้มอง สองเท้าเดินปรี่ด้วยความเร่งรีบ กลัวไปเข้างานสาย สายตามองบ้านหลังใหญ่ที่เดินเข้าออกผ่านทุกวัน
และก็มองทุกครั้งที่ผ่าน เธอมุ่งมั่นอยากมีบ้านและจะต้องทำให้ได้เพื่อแม่ ๆ นภัสสรท่องในใจ
