บทที่ 5 ในงานเลี้ยงวันเกิด
บ้านน้อยแสนสุข
เธอเปิดประตูเข้าไปในบ้าน วันนี้แม่ยังไม่กลับบ้าน หญิงสาวจึงรีบวิ่งขึ้นข้างบน อาบน้ำอาบท่าเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมไปทำงาน มือบางกดมือถือหาแม่ พร้อมกับตักมาม่าเข้าปากไปด้วย
กริ๊ง กริ๊ง
“แม่คะ เลิกงานหรือยังคะ” เธอถามแม่
(“กำลังเลิกลูก พอดีแม่ทำโอทีแทนเพื่อนที่เขาไปธุระจ้ะ”) แม่กานแก้วบอกลูกสาว สาเหตุที่กลับผิดปกติ
“จะหกโมงเย็นแล้วนะแม่ กลับบ้านระวังตัวด้วยนะคะ หนูจะออกไปทำงานแล้วนะ” เผื่อแม่กลับมาบ้านจะได้ไม่เป็นห่วง
(“ลูกกินอะไรหรือยัง”) ด้วยความที่ห่วงลูกสาว เพราะมัวแต่ทำโอที กลับบ้านทำกับข้าวให้ลูกไม่ทัน
“มาม่าค่ะแม่” คำสุดท้ายอยู่ในปาก ก่อนจะนำถ้วยเปล่าไปทิ้งถังขยะ
(“ระวังตัวด้วยนะลูก”) แม่กานแก้วจะย้ำเรื่องความปลอดภัยตลอด เพราะรู้ว่าลูกสาวทำงานกลางคืน
“ค่ะแม่ แค่นี้นะคะ” ก่อนเก็บมือถือลงกระเป๋ากางเกง
นภัสสรกลับขึ้นห้องนอนอีกครั้ง เธอเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบเสื้อคลุมแขนยาวและหมวก ขึ้นมาสวมใส่และเดินลงมาด้านล่าง คว้ากระเป๋าเป้ใบย่อมขึ้นสะพาย เธอสำรวจความเรียบร้อยในบ้านและออกจากบ้าน
ไม่พ้นต้องเหลียวมองบ้านหลังใหญ่ ก่อนจะก้มหน้าก้มตาเดินไปรอรถโดยสารในเวลาหกโมงครึ่ง
หญิงสาวพึมพำคนเดียว วันนี้อาจเข้างานสายเพราะมัวแต่คุยกับอาจารย์ เธอมัวแต่ก้มหน้ามองพื้นไม่ได้มองรถ ทำให้รถโดยสารค่อย ๆ ออกตัว
พอเงยหน้าอีกทีรีบวิ่งตามและโบกมือให้รถจอดอีกครั้ง สองเท้ารีบก้าวอย่างไว
พลางยกมือขึ้นทาบหน้าอกพ่นลมหายใจอย่างโล่งอก หากไม่ทันเที่ยวนี้ต้องรออีกครึ่งชั่วโมงคงเข้างานไม่ทัน
แสงสว่างเริ่มหดหายไปความมืดเริ่มเข้าแทรก แสงไฟจากเสาไฟเริ่มสว่างขึ้นเรื่อย ๆ โดยอัตโนมัติ ดวงตากลมโตนั่งอ่านไลน์ที่พี่โรซี่ส่ง
ติ๊ง ติ๊ง
(ภัส ออกมาหรือยัง)
(เร็วหน่อยนะวันนี้คุณมาวินให้เธอขึ้นไปดูแลแขกแทนนางลิตาอีกวัน)
(ว่างแล้วเปิดอ่านด้วยนะ)
(ก๊อก ก๊อก อื้ม)
นภัสสรไล่อ่านจนครบทุกข้อความ ก่อนถอนหายใจและงึมงำในลำคอ ‘เฮ้อ จะเจออะไรไหมนะวันนี้ สู้ ๆ นะภัส เฮ้ย’ เธอให้กำลังใจตัวเอง
อากาศที่ร้อนแม้จะมืดค่ำ สองเท้ารีบวิ่งทันทีที่ลงจากรถโดยสาร เมื่อเวลาที่ข้อมือบ่งบอกมันใกล้เวลาหนึ่งทุ่มครึ่ง นภัสสรเข้างานสายครึ่งชั่วโมง
“หนูขอโทษพี่โรซี่ที่มาสาย” หญิงสาวยืนหอบหายใจด้วยความเหนื่อย
“โอ๊ย จะบ้าตายรีบไปเปลี่ยนชุดให้ไว” ก่อนจะยัดชุดใส่มือหญิงสาว นภัสสรรับและรีบวิ่งไปเข้าห้องน้ำทันที
หลังจากสำรวจความเรียบร้อยของชุด เครื่องสำอางถูกนำมาแต่งแต้มลงใบหน้าพอให้ดูสวยงาม ไม่ให้จืดชืดจนเกินไป
“พี่โรซี่ คุณมาวินมาหรือยังคะ” เธอกลัวโดนดุ เพราะเจ้าของร้านเป็นคนตรงเวลามาก
“ยังเลยว่ะ เห็นว่าวันนี้มีจัดปาร์ตี้วันเกิดเพื่อนในกลุ่ม น่าจะมากันหลายคนเลยแหละ” โรซี่สาวสองรับโทรศัพท์จากเจ้าของคลับ ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ ถึงได้ส่งไลน์ไปหานภัสสร
“งานนี้น่าจะได้ทริปเยอะนะพี่” ปกติถ้ามีงานพวกนี้ เจ้าของงานมักจะให้ตามประสาคนรวย หากใครบริการดีก็ได้เป็นหมื่น ๆ ตามที่ได้ยินเพื่อนร่วมกันเล่าให้ฟัง
“อื้อ คงงั้น” ทริปที่ได้เยอะ ๆ ใครก็รู้ว่าต้องแลกมากับอะไรบ้าง เพียงแต่พี่โรซี่ไม่พูดเท่านั้นเอง
“ภัส เราแค่เสิร์ฟเหล้าพอนะ ไม่ต้องไปวุ่นวายกับพนักงานคนอื่นหรือแขกเหรื่อ” สายตาที่มองคนภัสสรด้วยความเป็นห่วง กลัวจะไม่ทันเกมคนพวกนั้น
“ค่ะพี่โรซี่” เธอยิ้มกว้าง ก่อนที่พี่โรซี่จะตรวจชุดที่นภัสสรสวมใส่อีกครั้ง เพื่อความแน่ใจว่ามันจะไม่ล่อแหลมเกินงาม
ห้องวีไอพีในเวลาสองทุ่ม เครื่องดื่มจำนวนมากมาย ถูกขนขึ้นมาวางตามคำสั่งเจ้าของคลับ พร้อมเพิ่มเติมที่นั่งให้ครบตามจำนวนเพื่อน ๆ ของเขา พนักงานที่รับหน้าที่นี้ต้องคอยเตรียมตัวให้พร้อม
และแล้วประตูห้องก็ถูกผลักเข้ามาด้านใน คนแรกเป็นเจ้าของคลับควงแขนมากับสาวสวยผมบลอนด์ ตามด้วยคนอื่น ๆ ที่ทยอยเข้ามา ทุกคนมีผู้หญิงควงแขนทุกคน
เหล่าพนักงานที่รับหน้าที่ดูแลห้องนี้มีเพียงสามคน หนึ่งในนั้นเป็นนภัสสร เธอยืนอยู่ด้านหลังชายหนุ่มที่มีรูปร่างสูงใหญ่ทว่าหล่อเข้ม โดยมีผู้หญิงนั่งเกาะแขนไม่ยอมปล่อย
ทุกคนแต่งตัวภูมิฐาน ดูก็รู้ว่ามีอันจะกินและยอมรับพวกเขาหน้าตาดีหล่อเหลากันทุกคน ทำให้นภัสสรต้องหลุบสายตามองพื้นแทน
“เธอชงเหล้าให้คุณหมอปัณหน่อยสิ ยืนบื้ออยู่ได้” หญิงข้างกายหันมาบอกนภัสสร
“ค่ะ” เธอขานรับและลงมือชงเหล้าให้ทันที
โชคดีที่ชั้นใส่ขวดเหล้าน้ำแข็งโซดามีครบจำนวนพนักงานเสิร์ฟจึงไม่ต้องเดินไปเดินมา
นภัสสรเดินผ่านตรงกลางระหว่างเก้าอี้นั่ง มันเป็นทางเดินเข้าออกไว้เดินเพื่อง่ายต่อการยกแก้วเหล้าไปวางบนโต๊ะให้ และเดินกลับมายืนที่เดิมคอยดูว่ามีใครต้องการอะไรเพิ่ม
เสียงเพลงเปิดให้ความตื่นเต้นสนุกสนานของนักท่องเที่ยวราตรี ได้โยกย้ายส่ายสะโพกตามจังหวะเสียงเพลง ท่ามกลางแสงไฟหลากสีสลับไปมา ซึ่งไม่ต่างจากห้องวีไอพีโซนด้านบน แสงไฟวิบวับทำให้บรรยากาศฮึกเหิมตื่นเต้น
ยิ่งดึกยิ่งเมายิ่งมั่ว ช่วงหัวค่ำก็ยังนั่งดื่มกินกันตามปกติไม่ค่อยวุ่นวาย พอเริ่มดึกก็เริ่มเสียงดังขึ้นเรื่อยตามประสาคนเมา แก้วเหล้าชนกระทบกันเสียงดัง หนักเข้าบางคู่นั่งล้วงนั่งจับอย่างไม่อาย จนกระทั่งหนึ่งในนั้นเรียกนภัสสรให้ชงเหล้าให้ เธอทำตามอย่างว่องไวขืนช้ากลัวพวกเขาจะไม่พอใจ
“ได้แล้วค่ะ” เธอยื่นแก้วเหล้าให้แต่กลับถูกคว้าแขนล้มลงบนตักชายคนนั้น ซึ่งนั่งติดกับชายหนุ่มหน้าตาคมเข้ม
“ว้าย” นภัสสรร้องเสียงหลง มือเผลอดึงเสื้อตรงแขนชายหนุ่มที่นั่งติดกัน
“ชื่ออะไรครับคนสวย” กลิ่นเหล้าปะทะจมูกทำให้คนฟังเริ่มเวียนหัว
“ปล่อยเถอะค่ะ” เธอพยายามขืนตัวไม่ให้ชายคนนั้นแนบชิดตัวมากเกินไป
