บทที่ 9 เกินห้ามใจ

คอนโดมิเนียมของคุณหมอปัณ

สองแขนหนากล้ามเป็นมัด ๆ อุ้มร่างสาวน้อยที่นอนหลับใหลไม่รู้สึกตัว แม้จะถูกปลุกและเขย่าร่างก็ไม่มีทีท่าจะรู้สึกตัวหรือตื่น คุณหมอปัณเดินอุ้มร่างคนหลับเข้าไปในลิฟต์

เขายื่นนิ้วไปกดชั้นห้องพักตัวเอง ก่อนก้มมองใบหน้าคนในอ้อมแขน ใบหน้าซีดเชียวปากแห้งแตก บริเวณลำคอมีร่องรอยจ้ำแดงจำนวนมากจากการกระทำของเขาเอง ผิวที่ใสเนียนไม่ขาวมากมีแต่ร่องรอยไม่ต่างจากลำคอ

ห้องพักคุณหมอหนุ่ม

“โอ๊ย” เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดหลุดออกจากปากหญิงสาว ที่ถูกชายหนุ่มโยนลงที่นอน

สองมือกุมที่ท้องตัวงอร้องโอดโอยด้วยความเจ็บ แต่กลับถูกชายหนุ่มกระชากแขน

“อย่าค่ะหนูขอร้อง” หญิงสาวยกมืออันสั่นเทาไหว้ชายหนุ่มตรงหน้า น้ำตาที่เหือดแห้งไปกลับไหลพรากลงอีกครั้ง

“อยากได้ฉันมากถึงยอมลงทุนวางยาปลุกเซ็กซ์กันเลยหรือไง” แววตาและสีหน้าที่น่ากลัวเพ่งมองหญิงสาวยังกับจะกินเลือดกินเนื้อ

“ยา ยาปลุกเซ็กซ์ไม่หนูไม่ได้ทำหนูไม่รู้หนูไม่ได้ทำ” เธอพูดทั้งส่ายหัวรัว ๆ

“ตอแหล นึกว่าฉันจะเชื่อเด็กอย่างเธอหรือไงฮะ” ชายหนุ่มตวาดเสียงดังลั่น สภาพชายหนุ่มที่ดูไม่ได้หลังจากที่เขาเสร็จกิจบนรถ เขาก็แต่งตัวลวก ๆ ออกไปสูบบุหรี่และกลับเข้ามาขับรถกลับห้องพัก ถูกกระชากทิ้งอีกครั้ง

หญิงสาวกระเถิบหายห่าง แต่แววตายังจับจ้องที่แผงอกหนาเป็นลอน ๆ อย่างไม่ละสายตา แม้จะยากลำบากแต่ก็ต้องทำ ตอนนี้เธอกลัวคนตรงหน้ามาก ๆ แววตาที่โกรธกริ้ว

เขาอยากจะหักคอเธอให้ตายตรงนี้ที่เธอยังโกหกหน้าด้าน ๆ มือหนากระชากข้อเท้าหญิงสาวอย่างแรง ไหลลู่ลงมานอนใกล้กับที่เขายืน

“เธอกล้าวางยาฉัน ฉันก็จะเอาเธอให้ตายไปเลย” หมอปัณหน้าดำหน้าแดงชี้หน้าคนที่เอาแต่ร้องไห้พร้อมโน้มร่างเข้าหา

จังหวะที่เขาปล่อยขาหญิงสาว เธอได้ทียกเท้าถีบเข้าหน้าอกหมอปัณจนล้มหงายหลังกองที่พื้น

นภัสสรรวบรวมกำลังที่มีลุกขึ้นวิ่งไปที่ประตู แต่ต้องหวีดร้องเมื่อถูกแขนหนาคว้าที่เอวคอดกิ่ว และผลักเข้าที่กำแพง สองมือทุบตีเท้าต่างดิ้นถีบกระเสือกกระสนให้หลุดจากการจับกุม แขนหนากอดรัดแน่นจนหญิงสาวแทบหายใจไม่ออก

“กล้าดียังไงถึงมาถีบคนอย่างฉัน” หมอปัณเค้นเสียงต่ำทุ้ม เขารวบแขนทั้งสองข้างของหญิงสาวขึ้นเหนือหัว ใช้ขาอันทรงพลังเกี่ยวรัดขาเรียวไว้ไม่ให้ดิ้น

มือปลดกางเกงปล่อยให้มันไหลลงข้อเท้ากองที่พื้น นภัสสรกลัวสุดขีด เนื้อตัวสั่นไหวสะท้าน ร้องไห้ฟูมฟาย

“กรี๊ด” เมื่อแท่งแข็ง ๆ สอดกระแทกเข้าในร่องของหวง เพราะความกลัวเลยไม่ได้สังเกตกางเกงถูกถอดออกตอนไหน

“อ่า แน่นมาก อย่าเกร็งสิวะ”

คุณหมอปัณเสียวจนต้องพ่นลมออกปาก

“เจ็บ จุก” ปากเล็กจิ้มลิ้มสั่นระริก น้ำตาไหลเปียกแก้ม

คุณหมอปัณยกขาเรียวพาดแขน เด้งเอวใส่ระรัว แผ่นหลังครูดผนังกำแพงห้องขึ้นลงตามแรงส่งอัดกระแทก เขาปล่อยมือจากข้อมือหญิงสาวมาคว้าเอวคอดให้ช่วงล่างเสียดสีจะได้ถนัดต่อการส่งแรง ร่างกายบอบบางสั่นไหวทั้งร่างกาย

“ฮือ ๆ หนูเจ็บ” ศีรษะค่อย ๆ โน้มอิงซบลงที่หน้าอกชายหนุ่ม แขนตกลงข้างลำตัว มือแต่ละข้างกำจนเส้นเลือดหลังมือขึ้นปูด ความดิบเถื่อนร้อนแรงค่อย ๆ บรรเลงขึ้นเรื่อย ๆ จนร่างหญิงสาวสั่นคลอนทั้งตัว

มือหนานุ่มเพราะเป็นหมอ ลูบไล้บีบเคล้นเนื้อตัวไปทั่ว เขาผลักหญิงสาวออกห่างตัวจนแผ่นหลังบอบบางปะทะกำแพง หัวกระแทกกำแพง

“โอ๊ย” น้ำตาไหลด้วยความเจ็บ เสื้อถูกกระชากขาดบาดเนื้อผิวจนเจ็บแสบทรวงอกนุ่มหยุ่นถูกบีบจนเจ้าของหน้าเหยเก

“เจ็บ” สองมือยกขึ้นจับแขนแกร่ง

อยู่ ๆ แท่งร้อนก็ถูกถอดถอนออกจากของหวง มือใหญ่จับหญิงสาวพลิกหน้าเข้ากำแพง เขาดึงเอวคอดประชิดตัวขาเรียวถูกยกพาดแขนหนาอีกครั้ง

เขาจับลำเนื้อใหญ่ยาวจ่อและดันทีเดียวมิดลำ เสียงกรีดร้องดังลั่น ในที่สุดหญิงสาวก็เกร็งและปล่อยน้ำหวานไหลหยดลงพื้น

“ทนสิ อยากได้ฉันมากไม่ใช่เหรอ เห็นเงียบ ๆ ซื่อ ๆ ร้ายใช่เล่น” คำพูดที่พ่นออกจากปากหนา เขาคิดว่าหญิงสาวแกล้งทำตัวใสซื่อ

“ฮือ ๆ เจ็บ” คนตัวเล็กได้แต่บอกคำเดิม ๆ มีหรือหมอหนุ่มจะเบามือ เขาเร่งจังหวะหนักหน่วงขึ้น ไม่สนใจน้ำตามากมายที่พรั่งพรูไหลเปียกแก้มของคนตรงหน้า

นภัสสรฝืนร่างกายไม่ไหว เธอเหนื่อยล้าอ่อนแรงจากการถูกกระทำ

ช่วงล่างที่ดูดกลืนแท่งร้อนเจ็บแสบและปวดแสนทรมานเหลือเกิน หมอปัณปล่อยขาเรียวลงพื้น คว้าที่เอวเด้งแท่งร้อนถาโถมเข้าใส่อย่างเอาเป็นเอาตาย

ใบหน้าแดงจนน่ากลัวแหงนเงยร้องอย่างสัตว์ป่าระรัวลำเนื้อเข้าออกอย่างเร็วและถี่ น้ำสีขุ่นมากมายอัดฉีดเข้าภายในท้องของหญิงสาวทันทีที่ดึงแท่งเนื้อออก

“อ๊า อ่า อือ” ปากหนาอ้าครางยาน พอ ๆ กับร่างกายที่อ่อนปวกเปียกของนภัสสรไหลลู่ลงกองที่พื้น นอนหายใจระรวยลมหายใจร้อนแรง เนื้อตัวสั่นเทิ้มไหวรุนแรง น้ำตาไหลลงหางตาหยดลงพื้น ในที่สุดสติก็ดับวูบลง

เวลาตีสี่… ภายในห้องหมอปัณ เขาหลับหลังจากเสร็จกิจก็ทำความสะอาดเนื้อตัว ล้มตัวลงนอนโดยไม่สนใจไยดีหญิงสาวที่นอนที่พื้น แต่ลากผ้าห่มไปคลุมกายปกปิดความอุจาด

“อื้อ” ยามที่นภัสสรรู้สึกตัว เธอปวดร้าวไปทั้งกาย โดยเฉพาะน้องสาวที่มันบวมเป่งแดงจนน่ากลัว

เลือดแห้งเกรอะกรังติดตามเรียวขาสองมือพยุงตัวเองลุกนั่งทั้งน้ำตา ผมเผ้ากระเซอะกระเซิงยุ่งเหยิง ดวงตาบวมช้ำจากการร้องไห้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป