บทที่ 11 สามีดีเด่น 2
ชายหนุ่มไม่ได้แสดงออกว่าสนใจพู่กลิ่น แต่เขาก็รับรู้ทุกอากัปกิริยาของหญิงสาว ได้ยินว่าเธอบ่นเรื่องสามีกับเพื่อนสนิททั้งสอง ได้รับรู้ชีวิตความเป็นอยู่ของเธอในบางด้าน อันที่จริงพู่กลิ่นก็ไม่ได้โดดเด่นไปกว่าคนอื่นหรอก แต่เธอมีบางอย่างที่ดึงดูดเขาได้ ซึ่งบางอย่างที่ว่าก็คงเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจของคู่อริอย่างชวินทร์ละมั้ง
“เมานิดหน่อยค่ะ แต่ง่วงมากกว่า” พู่กลิ่นบอกไปตามตรง เริ่มพูดคุยเป็นกันเองเมื่อได้ชนแก้วกับกานต์หลายครั้ง “ปกติไม่เกินสามทุ่มพู่ก็หลับแล้วละค่ะ แต่ถ้าวันไหนสามีกลับดึกก็นอนช้าหน่อย แต่ก็หลับรออยู่ดี”
ถ้าเป็นวันธรรมดา ไม่มีเรื่องใหญ่หรือคดีที่ทำไม่วุ่นวายเกินไป ชวินทร์ก็จะกลับบ้านไม่เกินสี่ทุ่ม เร็วบ้างช้าบ้าง แต่ก็ไม่เคยหายไปค้างที่ไหน หน้าที่ของพู่กลิ่นก็คือรอ เพื่อจะได้หาอะไรเบา ๆ ให้สามีกินก่อนนอน หรือคอยช่วยจัดการเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมที่เขาต้องใส่ในวันต่อไป
กระทั่งตอนที่สามีจบวันของเขาด้วยการเข้าห้องทำงานนั่นแหละ พู่กลิ่นถึงจะสามารถหลับตานอนได้ เพราะมันหมายความว่าเขาไม่ต้องการอะไร ไม่หิวกลางดึก ไม่ทำของหาย หรือเรียกอีกอย่างว่าไม่มีอะไรต้องใช้นั่นแหละ
“ไม่น่าเชื่อว่าชวินทร์จะโชคดีขนาดนี้” เป็นความจริงที่กานต์รู้สึก เขาเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม เกิดเป็นความรู้สึกอิจฉาในใจขึ้นมา แต่คนเมาก็ไม่ได้สนใจอะไรตอบรับมากไปกว่าการส่ายหน้าไม่เห็นด้วย “แล้วง่วงอย่างนี้จะสนุกได้อีกเหรอครับ ถ้าไม่ไหวแล้ว พี่ไปส่งได้นะ... พรุ่งนี้ยังต้องทำงาน พี่ก็คงต้องขอตัวเหมือนกัน”
กานต์เองก็งานยุ่งพอ ๆ กับชวินทร์นั่นแหละ แต่เขายังเป็นหนุ่มโสดไง เลยต้องหาเวลาออกมาผ่อนคลายบ้าง ไม่เหมือนรายนั้นหรอก ชวินทร์ไม่ดื่ม ไม่เที่ยว ทำตัวเป็นหุ่นยนต์บ้างาน ซึ่งฟังจากสิ่งที่พู่กลิ่นบ่นให้เพื่อนฟัง กานต์ก็คิดว่าเรื่องนี้อาจจะเป็นข้อดีข้อเดียวของมัน นอกจากนั้นก็แย่สุด ๆ แย่แบบที่หาใครเปรียบไม่ได้
“เราสองคนอะเมฆ เอาไง... ฉันแบกแกกลับคนเดียวไม่ไหวหรอกนะ” ไพลินเป็นกังวลเมื่อเห็นเมธัสโงนไปเงนมา ทั้งที่นั่งอยู่แต่มันกลับต้องเอนตัวมาพิงพู่กลิ่นไว้ เมาเป็นหมาทั้งที่รับปากว่าจะเป็นคนดูแลเพื่อนด้วยซ้ำ
“นี่มากันยังไงครับ” กานต์ดูเหมือนจะเป็นคนที่มีสติที่สุด เขาดื่มไปมากก็จริง แต่แค่เบียร์มันทำอะไรเขาไม่ได้สักนิด “กลับกับพี่ไหม พี่ให้คนขับรถของที่บ้านมารอรับ ดื่มอย่างนี้อย่าขับรถเลย อันตราย”
“พวกเราก็ไม่ได้เอารถมาหรอกค่ะ” พู่กลิ่นเป็นคนตอบ ตาปรือเหมือนเด็กที่ง่วงนอน ดวงตาที่ถูดปัดมาอย่างดีดำปี๋ เพราะเจ้าตัวเอาแต่ขยี้ตาให้หายง่วง “ว่าจะเรียกรถกลับ แล้ววนไปส่งทั้งสามคน ให้เมฆเป็นคนปิดท้าย”
“อย่างนั้นให้พี่ไปส่งเถอะ จะได้ไม่ต้องเรียกรถให้วุ่นวาย อีกอย่าง พี่จะได้ช่วยดูเมฆด้วย” ขืนถ้าให้กลับไปกับสองคนนี้คงอันตรายเกินไป ไพลินน่ะไม่เท่าไร สวยน่ะสวย แต่ไม่ดึงดูดเท่าอีกคน
“เอาไงดีพู่ จะกวนพี่เขาเกินไปหรือเปล่า ต้องวนรถไปมา ฉันเกรงใจ” ไพลินแอบกระซิบที่ข้างหูของพู่กลิ่น ซึ่งกระซิบอีท่าไหนไม่รู้ถึงได้ยินกันทั่วหน้า แต่คนฟังกลับทำเสียงจิ๊จ๊ะ ก่อนจะพูดออกมาเสียงดัง
“แต่ฉันไม่!... ไม่เกรงใจแล้วนะคะ พู่ง่วงมากเลยตอนนี้ อยากหลับคาโต๊ะให้รู้แล้วรู้รอด” ประโยคแรกน่ะพูดกับเพื่อน แต่เสียงก็กลับมาหวานจ๋อยเมื่อพูดประโยคหลัง เพราะเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมานั่งเกรงใจแล้วละ เพราะดูจากสภาพก็รู้ว่าเอาตัวไม่รอดสักคน “เมฆ ไอ้เมฆ! ไหนบอกจะพาฉันกลับบ้าน”
มือเล็กตบไปเบา ๆ ที่ใบหน้าหล่อเหล่าของคนที่ซบลงมาบนไหล่ ทั้งที่เมื่อกี้ยังพูดจาสื่อสารกันได้ แต่ผ่านไปไม่นานเมธัสก็ชิงทิ้งตัวก่อนเพื่อนเสียอย่างนั้น
“เมฆ” ไพลินเห็นอย่างนั้นก็ช่วยตบหัวมันอีกแรง ก่อนทั้งสองคนจะประสานเสียงเพื่อเรียกให้เมธัสรู้สึกตัว
“ไอ้เมฆ!”
กานต์มองเข้าไปยังบ้านสองชั้นขนาดใหญ่ สไตล์โมเดิร์นสวยเก๋ ด้วยรูปทรงเหลี่ยมมุมไม่เหมือนบ้านหลังไหนในละแวกนี้ แถมยังปลูกต้นไม้ตามแนวกำแพงบ้านให้กลายเป็นรั้วที่สวยงาม ก่อนจะหันไปมองหน้าพู่กลิ่นที่กำลังล่ำลากับเพื่อนรักทั้งสองคน แล้วเขาก็เพิ่งเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์จริง ๆ ว่าหญิงสาวมีสามีแล้ว แถมไอ้สามีตัวดียังเป็นคนที่ไม่ค่อยถูกจริตกันเท่าไรอย่างชวินทร์
ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาอยากให้เรื่องที่เธอเล่ามาเป็นเรื่องมโน ไม่อยากให้คนอย่างนั้นได้ผู้หญิงแบบพู่กลิ่นไป แต่ตอนมาถึงหน้าบ้านของเพื่อนร่วมงาน คุ้นตามาบ้างเนื่องจากความสวยงามเป็นที่เลื่องลือในสำนักงานใหญ่ กานต์ก็ต้องถอนหายใจ... ยอมรับว่าสนใจพู่กลิ่น และเรื่องนี้เป็นเรื่องเดียวที่เขาแพ้คู่แข่งตลอดกาลตั้งแต่อยู่ในมุ้ง
“ขอบคุณที่มาส่งนะคะ” หลังจากหอมแก้มเพื่อนรักทั้งสองคนเรียบร้อย พู่กลิ่นก็ชะโงกหน้าเข้าไปใกล้กานต์ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ คนขับ ยกมือไหว้ชายหนุ่มพร้อมกับดวงตาที่ใกล้จะปิดเต็มที “ขอบคุณนะคะคุณพี่”
โดยไม่ลืมที่จะหันไปไหว้ขอบคุณคนขับรถของเขาด้วย ซึ่งเป็นภาพที่กานต์มองว่าน่ารักมาก
“ไว้เจอกันอีกนะครับ” อดไม่ได้จริง ๆ เขาอดใจไม่ไหวจริง ๆ ... ความน่ารักของเธอยามเมื่อได้มองใกล้ ๆ มันทำให้กานต์เผลอเอื้อมมือไปสัมผัสแก้มใส ไล้หัวแม่มือไปกับความเนียนนุ่มอย่างเผลอใจ ก่อนจะผละออกมาเมื่อมีคนมาเคาะกระจก
