บทที่ 7 ภรรยาดีเด่น 2

“วันหลังน่ะมันวันไหน พู่... เรื่องที่เจอผัวอยู่กับผู้หญิง แกไม่สงสัยแล้วหรือไง แกต้องมาคุยรายละเอียดสิพวกฉันถึงจะช่วยได้ ถ้าอมพะนำอยู่อย่างนี้ เกิดเป็นปัญหาใหญ่ขึ้นมาทีหลังฉันช่วยไม่ได้นะ”

เพื่อนบ้า... พู่กลิ่นสบถในใจ อุตส่าห์ลืมเรื่องนั้นไปได้แล้วเชียว “ช่างมันเถอะ อาจจะเป็นเพื่อนร่วมงานก็ได้ ฉันเจอที่สำนักงานเขานี่นา”

“เหรอยะ แหม จะบอกให้นะว่าพวกสำนักงานเดียวกันนี่แหละตัวดี” ไม่มีทางหรอกที่เมธัสจะปลอบ รายนี้มีแต่ด่ากับซ้ำเติมเท่านั้น “ฉันอยากให้แกมาผ่อนคลายบ้าง ลูกแกก็โตจนดูแลตัวเองได้ ส่วนผัวเขาก็ไม่ค่อยจะสนใจ... ทำไมแกไม่ออกมาหาความสุขให้ตัวเองบ้าง”

“ก็บอกว่าต้องกลับไปทำกับข้าวไง วินด์ยังไม่ได้กินข้าวเย็นเล...”

“วินด์กินบะหมี่ก็ได้” ยังไม่ทันได้พูดจบ พู่กลิ่นก็ต้องชะงักเมื่อคนเป็นลูกเดินมาใกล้ ความสูงเกือบร้อยแปดสิบของเขาข่มคนเป็นแม่ให้ตัวเล็กลงไปถนัดตา “แม่ไปเที่ยวกับน้าเมฆเถอะ ถ้าหิววินด์จะต้มบะหมี่กินเอง แม่อย่าห่วงเลย... วินด์ไม่ใช่คุณพ่อนะ”

ลูกชายของเธอยื่นข้อเสนอพร้อมกับรอยยิ้ม ไม่มีสักนิดที่ประชดประชันหรือต้องการจะไล่คนเป็นแม่ให้พ้น ๆ ไป

“แน่ะ บอกแล้ว... ลูกแกโตจนเป็นหนุ่มละพู่ ปล่อยวางเขาบ้าง” เมธัสได้ยินทุกอย่าง และไม่ลืมที่จะเสริมทัพ

พู่กลิ่นได้ยินอย่างนั้นก็ยิ่งหนักใจ เพราะเธอเป็นห่วงลูก กลัวว่าเขาจะคิดว่าเธอหนีเที่ยวและทิ้งเขาไว้ ต่อให้ที่บ้านจะมีน้าจอมกับภรรยาพักอยู่ด้วย แต่ลูกจะรู้สึกปลอดภัยได้อย่างไร ในเมื่อทั้งพ่อทั้งแม่ก็ไม่มีใครอยู่บ้านสักคน

เธอเป็นห่วงลูก ส่วนผัวน่ะช่างหัวมัน... กับชวินทร์น่ะ โกรธง่ายก็จริง แต่หายโกรธกลับง่ายยิ่งกว่า เขามักจะทำหน้าตาบึ้งตึงไปอย่างนั้นแหละ แท้จริงแล้วก็ไม่มีอะไรมาก คนที่ถูกบังคับให้ต้องเติบโตตั้งแต่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต้องดูแลเมียวัยสิบห้า และต้องเลี้ยงลูกที่เกิดมาในขณะที่ตัวเองอายุแค่สิบแปด

ไม่แปลกหรอกที่เขาจะแก่เกินวัย หน้าตาไปไกลกว่าเธอมากทั้งที่ห่างกันไม่กี่ปี

“แม่ไปเถอะ วินด์อยากให้แม่ไปเที่ยวเหมือนคนอื่นบ้าง” ชวินบุตรรบเร้า คิดหาข้ออ้างสารพัดเพื่อให้แม่ของตนออกไปเปิดหูเปิดตา “แม่ของเพื่อนอายุเยอะกว่าแม่เป็นสิบยี่สิบปี ตอนนี้เขาก็ยังเที่ยวกลางคืนกันอยู่เลยนะ แม่เพิ่งจะสามสิบหมาด ๆ เอง จะมาอุดอู้อยู่บ้านทำไม”

“ใช่จ้ะหลานรัก... วินด์น่ารักมาก อยากได้อะไรบอกนะเดี๋ยวน้าหมอจะซื้อให้”

ได้ยินอย่างนั้นแล้วพู่กลิ่นก็หนักใจ เพราะอันที่จริงเธอก็อยากไปเปิดหูเปิดตาอย่างที่ลูกบอก “ก็ได้ ปล่อยผีสักวันจะเป็นไร”

ในที่สุดคุณแม่ยังสาวก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสดใส เรียกรอยยิ้มจากคนเป็นลูก และเสียงกรีดร้องแบบสะอกสะใจจากปลายสาย แต่ถึงอย่างนั้นพู่กลิ่นก็ปล่อยให้ลูกกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไม่ได้ “แต่ยังไงฉันก็จะกลับไปทำกับข้าวให้ลูกก่อน แกส่งโลเคชันร้านมาแล้วกัน ถ้าเรียบร้อยแล้วจะให้น้าจอมไปส่งที่ร้านเอง ไม่ต้องห่วง”

พู่กลิ่นมาถึงที่ร้านด้วยชุดสไตล์ที่เธอชอบใส่เป็นประจำ เป็นกางเกงยีนส์สีซีด เสื้อยืดสีขาว และรองเท้าส้นสูงสีขาวเช่นกัน หากแต่ครั้งนี้จงใจที่จะเลือกให้ทุกอย่างมันฟิตพอดี ค่อนไปทางรัดรูปเลยด้วยซ้ำ เพื่อยั่วยวนสายตาชาวบ้าน ด้วยเนื้อตัวที่เต็มไปด้วยส่วนเว้าส่วนโค้ง หากแต่ไร้ไขมัน... หน้าอก หน้าท้องที่ผ่านการมีลูกมาตั้งแต่วัยเด็ก แทนที่จะหย่อนยานกลับอวบอัด ไม่ว่าเดินไปทางไหนก็มีแต่คนหันมองจนเหลียวหลัง

เพื่อนแต่ละคนที่ไม่ได้เจอกันนาน มาเจอวันนี้ต่างก็ร้องว้าวด้วยความประหลาดใจ

“พู่สวยมาก คือเรารู้ว่าไม่ควรทักเรื่องรูปลักษณ์ภายนอกกันนะ แต่พู่สวยมาก ไม่เจอกันนานแต่กลับสวยขึ้นเป็นกอง” ทันทีที่พู่กลิ่นเดินเข้ามานั่งที่โต๊ะ เพื่อนหลายคนก็พูดไปในทำนองเดียวกัน

“นี่ขนาดลูกหนึ่งนะเนี่ย” บางคนถึงขั้นอ้าปากค้าง ทำเอาคุณแม่ยังสาวขวยเขิน ทำหน้าตาไม่ถูกเลยทีเดียว

“ก็พูดไป” คนถูกชมยิ้มหวานอย่างน่ารัก ทำเอาหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ยิ้มตาม

คงจะมีแต่เมธัสกับไพลินเท่านั้นแหละที่เบ้ปากพร้อมกัน เพราะรู้พื้นเพของเพื่อนดีแบบดีที่สุดไง ว่าต่อให้วันนี้พู่กลิ่นจะมีชีวิตเป็นแม่บ้านเต็มตัว แต่นอกจากอาหารการกินของผัวกับลูกแล้ว มันต้องทำอย่างอื่นที่ไหนกัน ตอนที่ชวินบุตรยังเด็กก็มีพี่เลี้ยงล้อมหน้าล้อมหลัง งานบ้านอย่างอื่นก็ไม่ต้องหยิบจับ เรียกว่าคุณนายได้อย่างเต็มปากเต็มคำเลยก็ได้

ยิ่งลูกโตขนาดนี้ เพื่อนสาวยิ่งมีเวลาทำหน้าเข้าสปา ดูแลตัวเองเข้าไปใหญ่ ซึ่งไม่ใช่ว่านางไปทำเองด้วยนะ ทุกอย่างที่จิ้มบนหน้า ถูบนหลัง ล้วนแล้วแต่เป็นสวัสดิการที่แม่ผัวมอบให้

อีกอย่าง ด้วยความที่ยังเยาว์วัยและมีพื้นฐานหน้าตาที่ดีมากเป็นทุนเดิม พู่กลิ่นเลยไม่กลายเป็นยัยเพิ้งอย่างที่หลายคนคิดกัน ลืมชีวิตเด็กสาวนักเรียนทุนที่ต้องนั่งรถเมล์มาเรียนทุกวันไปได้เลย เพราะตอนนี้ชีวิตของเด็กคนนั้นยิ่งกว่าตกถังข้าวสาร มีผัวรวยไม่พอ หากชวินทร์ยังเป็นสายเพย์ ให้เงินใช้ในแต่ละเดือนไม่บันยะบันยัง

“บอกคุณสามีหรือยังคะที่ออกมาแรดกับพวกฉัน” ตัวแม่ตัวมัมถามขึ้นในขณะที่รินเครื่องดื่มให้เพื่อนรัก “ผัวแกยิ่งไม่ค่อยชอบขี้หน้าฉันสองคนอยู่ ถ้ารู้ว่ามาด้วยกันคงโวยวายใหญ่”

พู่กลิ่นยกแก้วเบียร์ขึ้นกระดกเกือบหมดแก้ว หูฟังคำถาม ตามองเพื่อน แต่กลับโฟกัสอยู่กับน้ำสีอำพันเย็นชื่นใจ ดื่มเต็มที่เพื่อตอบแทนช่วงเวลาที่ขาดหายไป นานเท่าไรแล้วนะที่เธอไม่ได้สัมผัสบรรยากาศแบบนี้ สาม สี่ หรือห้าปีกัน? เอาเป็นว่าจำไม่ได้หรอก เพราะนับตั้งแต่ที่มีลูก เธอก็ไม่รู้แล้วว่าแท้จริงตัวเองต้องการอะไรบ้าง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป