บทที่ 8 ภรรยาดีเด่น 3
“โทร.ไปแล้ว ไม่รับ ฉันก็เลยส่งข้อความไป เขาอ่านนะแต่ไม่ตอบ... แต่ก็เป็นอันรับรู้ไง” หญิงสาวพูดเองเออเอง ก่อนจะยกเบียร์แก้วที่สองขึ้นดื่มอีก ท่าทางเหมือนอูฐหิวน้ำจนไพลินที่นั่งอยู่ขวามือต้องเอื้อมมือมาเบรก
“ใจเย็น ๆ ก็ได้ แกจะซดเป็นนักแข่งแบบนี้เพื่ออะไรกัน”
“ฉันกลัวโดนเรียกตัวกลับนี่นา อยากรีบ ๆ เมา เวลาผัวโทร.ตามจะได้แกล้งมึน” พู่กลิ่นพยายามหาเหตุผลให้ตัวเอง “แต่เชื่อเถอะ เขาไม่ตามหรอก เผลอ ๆ ฉันถึงบ้านก่อนชาเย็นเย็นชาที่รักด้วยซ้ำ”
พูดจบพู่กลิ่นก็จัดการแก้วนั้นเสร็จสรรพในเวลาไม่นาน ทำเอาเพื่อน ๆ ต่างฮือฮา เพราะนานมาก ๆ นานจนไม่มีใครจำได้ด้วยซ้ำ ว่าพู่กลิ่นเข้ามาอยู่ในวงเหล้า ร่วมวงสนทนาครั้งสุดท้ายตอนไหน
“ทำไมเขากลับบ้านดึกจึงวะ นี่วัน ๆ แกได้เจอหน้าผัวบ้างปะเนี่ย”
“ก็เจอสิยะ บ้านนะ ไม่ใช่พระราชวัง... กินขี้ก็ที่เดียวกัน” นานเข้าพู่กลิ่นเริ่มคล่องปาก ถ้อยคำที่ใช้ก็เข้าขั้นหยาบ แตกต่างจากตอนที่อยู่บ้านลิบลับ แล้วคุณแม่ยังสาวก็ต้องมองบน เมื่อเพื่อนสาวอึกอัก ทำท่าม้วนไปม้วนมา เหมือนมีเรื่องที่อยากถามแต่ไม่กล้า “ยังนอนด้วยกันอยู่ ถ้าแกสงสัยเรื่องนั้นละก็... แต่แค่ไม่บ่อยเท่านั้นเอง”
ไม่บ่อยในที่นี้ก็... อาจจะเดือนละครั้งสองครั้ง นึกครึ้มอกครึ้มใจทีหนึ่งเขาถึงเข้ามาเกาะแกะ แต่ก็เหมือนทำเพราะต้องการปลดปล่อยความเครียด ไม่ได้เกิดจากความพิศวาสเหมือนเมื่อครั้งที่คบกันใหม่ ๆ หรอก
จะว่ามันจืดจางก็คงใช่ คนมันอยู่ด้วยกันมานาน อีกอย่างชวินทร์อาจจะไม่พอใจก็ได้ที่แม่ของลูกกลายเป็นเธอ เพราะเขามีโอกาสได้พบเจอผู้คนมากมาย ยิ่งอายุมากเท่าไรเขาก็ยิ่งได้เจอคนที่ดีกว่ามากเท่านั้น แต่สำหรับพู่กลิ่น เธอกลายเป็นเรื่องผิดพลาดที่เขาเคยทำ ซึ่งมันส่งผลมาถึงปัจจุบันและยาวไปถึงอนาคต เรียกว่าจับพลัดจับผลูก็ว่าได้
“แล้วที่แกเห็นเขามีคนอื่นล่ะ มันยังไง” เมธัสละสายตาจากเพื่อนคนอื่น ก่อนจะหันหน้ากลับมาถามเพื่อนรักด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความห่วงใย
“ไม่มีอะไรหรอกมั้ง น่าจะเป็นเพื่อนที่ทำงาน” เพียงแต่แปลกใจนิดหน่อย ที่เธอคนนั้นสามารถเรียกรอยยิ้มให้สามีขี้เก๊กของเธอได้ “ฉันน่าจะคิดไปเอง คนอย่างชา... ถ้าเขามีคนอื่น เขาไม่ปิดบังไว้หรอก ปากเขาเป็นยังไงพวกแกก็รู้ดี”
ปากสามีของพู่กลิ่นยิ่งกว่าไส้ตรงด้วยซ้ำ ถ้าจะมีเมียใหม่เขาคงมีไปนานละ อีกอย่างหากเขามีคนอื่นเขาต้องบอกเธอแน่ เพราะคนประเภทที่ไม่พอใจก็ติ ทำอะไรไม่ถูกใจก็ด่า ไม่ค่อยถนอมน้ำใจเมียแบบเขา ไม่น่าจะอมพะนำไว้ เหมือนอย่างตอนเช้าที่เธอสะเออะไปหาเขาอย่างไรล่ะ ‘อย่ามายุ่มย่าม’... ชิ วันใดขาดฉันแล้วเธอจะรู้สึก
“ช่างหัวมันเถอะ มาจอย ๆ กันดีกว่า พวกแกอย่าพาดึงเข้าดราม่าเลย” พู่กลิ่นหันไปอ้อนวอนกับเพื่อนสนิท ก่อนจะยิ้มสดใสออกมา เมื่อเห็นอย่างนั้นทั้งไพลินกับเมธัสก็เบาใจ เอาน่า อย่างน้อยมันก็ยังยิ้มได้
เพราะคนอย่างพู่กลิ่น ต่อให้ไม่พูด หน้าตามันก็แสดงออกแทนทุกอย่าง และถ้าตอนนี้มันยังหัวเราะร่าได้ ก็แสดงว่ายังไหว ไม่มีอะไรหนักอกหรือคั่งค้างอยู่ในหัวสมองเล็ก ๆ นั้น
“เดี๋ยวจะมีรุ่นพี่ที่รู้จักตามมา แกไม่อึดอัดใช่ไหม” ผ่านไปไม่นาน ไพลินก็ถามขึ้นมา ในขณะที่พู่กลิ่นเริ่มกลับมาทำหน้านิ่งอีกครั้ง หลังจากที่หัวเราะกับเพื่อนคนอื่นเสียงดังลั่น ทำหน้ามึนคล้ายกับเมา “แกไหวไหมเนี่ย”
“ไหวสิ แค่จุกเฉย ๆ ยังไม่ได้เมา” หรืออันที่จริงก็เมานั่นแหละ แต่ไม่อยากพูดออกไปให้โดนด่า ซึ่งไม่แปลกหรอกที่อาการมันออกอย่างรวดเร็ว เพราะเธอไม่ได้ดื่มเหล้ามานาน เจออย่างนี้ตอนท้องว่างก็ไปไม่เป็นเหมือนกัน “แกถามว่าอะไรนะ”
ไพลินถอนหายใจ มันฟังไหมเนี่ยที่พูดไปน่ะ “บอกว่าจะมีรุ่นพี่อีกกลุ่มตามมา แกโอเคใช่ไหม ไม่อึดอัดนะ”
“ไม่อึดอัด เอาอะไรมาอึดอัด ให้ฉันได้ออกมาเจอชาวบ้านชาวช่องบ้างเถอะ อุดอู้อยู่แต่ในบ้านก็เบื่อจะตาย” ได้ทีพู่กลิ่นก็บ่นยาว แอลกอฮอล์ก็เริ่มออกฤทธิ์ลิ้นเรียวจึงลื่นไหล “ทุกวันนี้นะ ฉันต้องทนกับอาการน้ำลายบูดในแต่ละวัน ผัวก็ไม่มีปาก ลูกก็พูดวันละไม่กี่คำ พอส่งข้อความเสียงไประบายกับพวกแก... พวกแกก็บ่นว่าฉันชอบทำพอดแคสต์ให้ฟังอีก”
หญิงสาวพูดออกมาพร้อมกับทำหน้าตาบูดบึ้ง เมธัสที่นั่งฟังมันบ่นยาวเหยียดก็ได้แต่ขำออกมา
“ก็มันยาวนี่นา ส่งมาไม่ต่ำกว่าสิบนาทีเลยมั้ง” คุณหมอหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่ฝั่งขวาเอ่ยค้าน
พู่กลิ่นเริ่มเซ็งเพราะเท่ากับว่าตอนนี้เธอก็โดนประกบซ้าย ประกบขวา ยากที่ใครจะเข้ามาแล้วก็ยากด้วยที่เธอจะออกไป เช่นนั้นจึงได้แต่นั่งจ๋อยอยู่ตรงกลาง ด้วยความสูงที่น้อยกว่าเพื่อนสนิทสองคนหลายสิบ ก็ทำให้ดูตัวเล็กไปกันใหญ่
“เอาน่าพู่ วันหยุดแม่ผัวแกก็มาอยู่เป็นเพื่อนด้วยบ่อย ๆ ไม่ใช่เหรอ” ถึงตอนนั้นแหละ พู่กลิ่นไม่ได้เหงาแน่ เพราะแม่ผัวของนางชอบพาไปซื้อของใช้ ช็อปจนกระเป๋าฉีกหรือไม่ก็ไปทำกิจกรรมที่สาว ๆ เขาทำกัน
