บทที่ 9 ภรรยาดีเด่น 4

“มาบ่อยก็จริง แต่พวกแกก็รู้ว่าฉันแทบจะหาโอกาสพูดไม่ได้!” มารดาของสามีสุดที่รัก ไม่รู้ว่าเอาปากจากลูกจากหลานไปหรือไง ถึงได้พูดมาก พูดไม่หยุด พูดจนลิงหลับได้เลยมั้ง ในขณะที่ชวินทร์กับชวินบุตร ไม่ค่อยพูดเรื่องไร้สาระ สองพ่อลูกชอบอัดวิชาการใส่กัน เมื่อไม่มีเรื่องที่ต้องถกเถียงหาความก็จะเงียบปาก “พรุ่งนี้นางก็จะมาที่บ้าน เห็นบอกว่าจะมาทำไก่ตุ๋นสูตรอะไรสักอย่างนี่แหละ ฉันเนี่ยนะต้องเตรียมการต้อนรับไม่พอ ยังต้อ... ฉิบหาย!”

แล้วจู่ ๆ พู่กลิ่นก็เพิ่งนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ หญิงสาวตะโกนออกมาเสียงดัง ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับตอนที่รุ่นพี่ของเมธัสเดินเข้ามานั่งฝั่งตรงข้าม

กานต์กำลังจะนั่งลงบนเก้าอี้ที่ถูกเชื้อเชิญ แต่จำเป็นต้องชะงักขายาวทั้งสองข้าง เมื่อได้ยินเสียงตะโกนลั่นของหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ แต่ก็ไม่ได้มีเวลาใส่ใจเธอมาก เพราะจำเป็นต้องให้ความสนใจไปกับเสียงทักทายของน้อง ๆ ที่นั่งร่วมโต๊ะเกือบสิบคน

“สวัสดีครับพี่กานต์” เมธัสเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง ก่อนจะหันไปสะกิดพู่กลิ่นที่มัวแต่ง่วนกับการหาของในกระเป๋าใบเขื่อง “พู่ สวัสดีพี่กานต์ก่อนสิ”

พู่กลิ่นกำลังหาสมุดบันทึกเล่มเล็กของตัวเอง แต่ก็ยอมเงยหน้าขึ้นสบตากับคนที่นั่งอยู่ตรงข้าม ยกมือไหว้ทำความเคารพ และปล่อยให้หน้าที่แนะนำเป็นของเมธัส

“พี่กานต์เป็นรุ่นพี่ชมรมที่มหาวิทยาลัยของฉันเอง” เมธัสยืดอกแนะนำอย่างภาคภูมิใจ ปลื้มในความหล่อเหลาของหนุ่มที่พามาให้เพื่อนกรี๊ดกร๊าด แต่ก็ต้องทำเสียงจิ๊จ๊ะไม่พอใจเมื่อพู่กลิ่นเอาแต่ง่วนอยู่กับการหาของ ก่อนที่มันจะหยิบสมุดบันทึกพร้อมปากกาขึ้นมา “นี่แกทำอะไรของแกเนี่ย”

“นั่นสิไอ้พู่ เมื่อกี้ก็ตะโกนลั่นจนคนเขาตกใจไปหมด” ไพลินที่นั่งอยู่ด้านซ้ายช่วยด่า แทนที่จะทำตัวดี ๆ แต่พู่กลิ่นกลับกลายเป็นยัยเพิ้งเสียอย่างนั้น “ไอ้พู่ เป็นอะไรของแกวะ”

“ขอโทษค่ะคุณพี่” พู่กลิ่นรู้ตัวว่าเสียมารยาท เธอจึงเงยหน้าขึ้นเอ่ยปากขอโทษชายหนุ่มผู้มาใหม่ ก่อนจะหันมาอธิบายให้เพื่อนทั้งสองคนฟัง “คืองี้... พรุ่งนี้แม่ผัวฉันจะพาไปซื้อของเข้าบ้าน แต่ฉันยังไม่ได้ลิสต์รายการที่จะซื้อเลยสักอย่าง”

พูดจบพู่กลิ่นก็เปิดสมุดบันทึกของตัวเองออกมา ซึ่งในนั้นมีของที่จำเป็นต้องซื้อจดไว้ก่อนหน้า ไม่ว่าจะเป็นของใช้ส่วนตัวหรือส่วนรวมของทุกคนในบ้าน หากแต่ในส่วนของสดจำเป็นต้องอ้างอิงถึงข้อมูลที่ถูกเขียนบรรยายเป็นหางว่าว

“นี่แกจดขนาดนี้เลยเหรอวะ” เมธัสอุทานขึ้น เมื่อเห็นลายมือของเพื่อนเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่ในสมุดจิ๋วเล่มนั้น ซึ่งแต่ละอย่างที่มันบันทึกลงไป ก็จะเป็นอาการเกี่ยวกับท้องไส้ของคนเป็นสามีและลูก ของที่บ่นว่าอยากกิน หรือไม่ก็พวกข้าวของบำรุงแบบเฉพาะเจาะจง เช่น ช่วงนี้ชวินบุตรอ่านหนังสือหนัก ต้องกินต้องใช้อะไร ไหนจะสามีที่ปวดหลังปวดไหล่ มีอะไรที่พอจะช่วยทำให้ดีขึ้นได้บ้าง “แกเป็นแดจังกึมหรือเปล่าพู่ ทำไมถึงต้องท่องจำทุกอย่าง”

“ไม่ได้ท่องจำ แค่ฟัง ๆ มา... แต่ฉันรู้อยู่แล้วว่าอาการพวกนี้มันต้องกินต้องใช้อะไร แต่ก่อนที่จะเมาปลิ้นไปก่อนฉันต้องจดไว้ ไม่งั้นพรุ่งนี้ถูกแม่ผัวจี้ขึ้นมา ถ้าตอบไม่ได้จะซวยเอา”

“แกเป็นเมียและแม่ที่ประเสริฐมาก ดีเยี่ยมจนฉันอยากจะให้รางวัล... แถมสาขาลูกสะใภ้ดีเด่นให้ด้วยเอ้า”

ไพลินพูดพร้อมกับยกแก้วขึ้นมาชู ซึ่งเมธัสกับพู่กลิ่นก็ไม่ลืมที่จะร่วมด้วย สามเพื่อนซี้ยกแก้วชนกัน แต่ก่อนที่จะยกขึ้นดื่ม กานต์ที่นั่งสังเกตอยู่นานก็ยกแก้วตัวเองมาร่วมแจม

ซึ่งสามคนได้แต่ทำหน้างง ด้วยความที่เป็นโต๊ะใหญ่ หลายคนต่างก็จับกลุ่มสนทนากันเรื่องอื่นไป แต่กานต์กลับให้ความสนใจกับหญิงสาวที่ไม่รู้จัก แทนที่จะหันเหความสนใจไปให้รุ่นน้องที่รอคอยการมาเยือนของเขามากกว่า

“ทำไมครับ พี่ก็อยากชื่นชมสตรีดีเด่นเหมือนกันนี่นา” จนกระทั่งชายหนุ่มพูดมาอย่างนั้น ทุกคนเลยหายสงสัย เหล่าเพื่อนซี้สามคนก็หัวเราะลั่นออกมา ก่อนจะช่วยกันเฮ ให้รางวัลแก่พู่กลิ่นด้วยความเต็มใจ

ซึ่งหลังจากที่ยกจนหมดแก้ว เจ้าของรางวัลก็กลับไปให้ความสนใจกับบันทึกของตัวเองต่อ ด้านไพลินกับเมธัสจึงหันไปคุยกับเพื่อนคนอื่นบ้าง ส่วนกานต์นั้นเฝ้ามองไปที่หญิงสาวที่ก้มหน้าก้มตาจดยิก ๆ ราวกับมีข้อมูลอยู่ในหัวมากมาย

“น้องพู่ละเอียดขนาดนี้ ทำงานอะไรครับเนี่ย” เขาเอ่ยถามด้วยความสงสัย หากทั้งสามคนที่ได้ยินคำถาม กลับขำออกมาพร้อมกัน

“ทำงานอะไรกันล่ะครับ ยัยนี่มันเป็นแม่บ้าน” เมธัสที่สนิทกับกานต์ที่สุดเป็นฝ่ายอธิบาย “แม่บ้านเต็มตัว มีหน้าที่ดูแลสามีกับลูกชาย... เฮ้ย จริงสิ ไอ้พู่... ผัวแกทำงานที่เดียวกันกับพี่กานต์นี่นา”

เมธัสเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ก่อนจะหันไปบอกว่าสามีของเพื่อนเป็นใคร “พู่กลิ่นเป็นภรรยาของพี่ชาครับ ชา ชวินทร์... หนึ่งในทนายคนเก่งของสำนักงานพี่กานต์ไง”

ซึ่งข้อมูลที่ได้มา ทำให้กานต์นิ่งไปสักพัก ก่อนจะยิ้มมุมปากและเอียงหน้ามองหญิงสาวที่ทำตาแป๋วอยู่ตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา... พู่กลิ่นเนี่ยนะ? เป็นภรรยาของหมอนั่น แถมยังมีลูกด้วยกัน

“พี่รู้ว่าชาแต่งงานแล้ว แต่ไม่คิดมาก่อนว่าเขาจะมีภรรยาที่เด็กมาก” เขาไม่ได้จงใจเอ่ยชม แต่พูดไปเพราะเห็นอย่างนั้นจริง ๆ “อยู่ที่ทำงานเขาค่อนข้างจะซีเรียส เป็นเจ้านายที่เข้มงวดสุด ๆ และค่อนข้างจะโหดมาก ไม่คิดเลยครับว่าภรรยาของชาจะเป็นน้องพู่”... เป็นคนที่น่ารักเกินกว่าที่จะตกไปเป็นของคนอย่างนั้น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป