บทที่ 2 ตอนที่ 2 ความเจ็บปวด

ตอนที่ 2

ความเจ็บปวด

ก่อนที่รณภัทรจะพูดอะไรต่อ เสียงทุ้มสุภาพของผู้ชายคนหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

“ขอโทษนะครับ ไม่คิดว่าจะเจอคุณพิรญาที่นี่” ชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มเอ่ยทักด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร พลางก้าวเข้ามาหาอย่างสุภาพ

พิรญาหันไปมอง ก่อนจำได้ว่าเขาคือนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่เคยร่วมงานกันในโครงการหนึ่ง เธอรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติและยิ้มตอบตามมารยาท

“คุณธาม สวัสดีค่ะ ไม่คิดว่าจะเจอเหมือนกัน” พิรญาทักกลับด้วยน้ำเสียงสุภาพ พลางพยายามดึงข้อมือออกจากมือของรณภัทรอีกครั้ง

รณภัทรปล่อยมือเธอช้า ๆ แต่แววตากลับเย็นลงทันทีเมื่อเห็นอีกฝ่ายมองพิรญาด้วยความสนใจอย่างชัดเจน เขายืนเงียบอยู่ข้างเธอ ทว่าความเงียบของเขากลับกดอากาศรอบตัวให้ตึงขึ้นจนพิรญาสัมผัสได้

“คืนนี้คุณสวยมากครับ ผมเกือบจำไม่ได้เลย” ธามกล่าวชมอย่างเปิดเผย สีหน้าจริงใจและไม่ได้มีท่าทีล่วงเกิน

“ขอบคุณค่ะ คุณก็ยังพูดเก่งเหมือนเดิมเลยนะคะ” พิรญาตอบยิ้ม ๆ พยายามรักษาบรรยากาศให้เป็นธรรมชาติ ทั้งที่รู้ดีว่าผู้ชายข้างตัวเริ่มไม่พอใจ

“ถ้าไม่รบกวนเกินไป ผมขอคุยเรื่องโครงการเก่ากับคุณสักครู่ได้ไหมครับ พอดีผมมีไอเดียใหม่ที่คิดว่าคุณน่าจะสนใจ” ธามถามอย่างสุภาพ พลางมองเธอด้วยแววตาคาดหวัง

“พิรญามากับผม” รณภัทรพูดขึ้นก่อนที่พิรญาจะทันตอบ น้ำเสียงของเขาราบเรียบแต่แข็งจนคนฟังรู้ได้ทันทีว่าเป็นการปฏิเสธกลาย ๆ

ธามชะงักไปเล็กน้อย ก่อนยิ้มอย่างเกรงใจและพยักหน้ารับ

“งั้นไว้โอกาสหน้าก็ได้ครับ ผมไม่รบกวนแล้ว” ธามเอ่ยด้วยท่าทางสุภาพ ก่อนขอตัวเดินกลับเข้าไปด้านใน

พิรญาหันไปมองรณภัทรทันที ดวงตาคู่สวยมีทั้งความไม่พอใจและความเจ็บปวดปะปนกัน เธอไม่ชอบที่เขาทำเหมือนมีสิทธิ์ในตัวเธอ แต่ในขณะเดียวกัน สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือหัวใจเธอกลับหวั่นไหวกับความหวงที่ไม่มีชื่อเรียกของเขา

“คุณทำแบบนั้นทำไม” พิรญาถามเสียงต่ำ พยายามควบคุมอารมณ์ที่กำลังปะทุขึ้นมา

“เขามองเธอแบบที่ฉันไม่ชอบ” รณภัทรตอบทันที ราวกับไม่คิดว่าตัวเองพูดอะไรผิด

“แล้วคุณไม่ชอบในฐานะอะไรคะ” พิรญาถามพลางจ้องหน้าเขานิ่ง ดวงตาที่เคยอ่อนโยนบัดนี้สั่นไหวด้วยความเจ็บลึก

รณภัทรเงียบไปอีกครั้ง ความเงียบของเขาทำให้พิรญาหัวเราะออกมาเบา ๆ แต่เป็นเสียงหัวเราะที่ขมจนคนฟังเจ็บตาม

“เห็นไหมคะ สุดท้ายคุณก็ไม่มีคำตอบให้ฉันอยู่ดี” พิรญากล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วลง เธอถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่างจากเขา

“พิรญา อย่าทำแบบนี้” รณภัทรพูดพร้อมก้าวตาม ดวงตาคมฉายแววร้อนรนที่เขาไม่เคยปล่อยให้ใครเห็นง่าย ๆ

“ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยค่ะ คนที่ทำให้ทุกอย่างไม่ชัดเจนคือคุณต่างหาก” พิรญาตอบอย่างเจ็บปวด ก่อนหันเดินกลับเข้าไปในงานโดยไม่รอเขา

รณภัทรยืนนิ่งอยู่ที่ระเบียง มือทั้งสองกำแน่นข้างลำตัว เขาไม่ชอบความรู้สึกนี้เลย ไม่ชอบสายตาผู้ชายคนอื่นที่มองพิรญา ไม่ชอบรอยยิ้มที่เธอให้ใคร ไม่ชอบแม้กระทั่งความคิดว่าในวันหนึ่งเธออาจถอยออกจากชีวิตเขาไปจริง ๆ แต่เขากลับไม่กล้าเรียกความรู้สึกเหล่านั้นว่ารัก เพราะคำว่ารักหมายถึงการต้องเลือก และเขายังขี้ขลาดเกินกว่าจะเลือกเธอต่อหน้าทุกคน

งานเลี้ยงดำเนินต่อไปอีกเกือบชั่วโมง พิรญาพยายามรักษารอยยิ้มจนจบงาน เธอทักทายแขกตามมารยาท ดื่มน้ำแทนไวน์ และเลี่ยงการมองไปทางรณภัทรกับชญาดาให้มากที่สุด แต่ยิ่งพยายามไม่มอง เธอยิ่งรู้สึกถึงเขาอยู่ทุกลมหายใจ

เมื่อออกจากโรงแรม รณภัทรพาเธอขึ้นรถโดยไม่พูดอะไร คนขับรถปิดประตูให้แล้วขับออกไปอย่างเงียบเชียบ ภายในรถหรูมีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเบา ๆ กับความอึดอัดที่หนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก

หญิงสาวมองออกไปนอกหน้าต่าง แสงไฟริมถนนไหลผ่านกระจกเป็นเส้นยาวพร่าเลือนเหมือนหัวใจของเธอในตอนนี้ เธออยากให้เขาพูดอะไรสักอย่าง อยากให้เขาอธิบาย อยากให้เขาบอกว่าเธอคิดมากไปเอง หรืออย่างน้อยก็ยอมรับว่าความหวงของเขาไม่ใช่แค่ความรู้สึกของเพื่อน แต่รณภัทรกลับเงียบจนเธอแทบทนไม่ไหว

“ถ้าคุณจะหมั้นกับชญาดา คุณไม่ควรทำเหมือนหวงฉันแบบคืนนี้อีก” พิรญาเอ่ยขึ้นในที่สุด น้ำเสียงเรียบแต่ทุกคำเหมือนใช้แรงทั้งหมดที่มีบังคับออกมา

รณภัทรหันมามองเธอทันที ดวงตาคมเข้มขึ้นในความมืดสลัวของรถ

“ใครบอกว่าเขาจะได้หมั้นกับฉัน” รณภัทรถามกลับ น้ำเสียงแข็งกว่าที่ตั้งใจเพราะไม่ชอบคำพูดที่ผลักเขาไปยืนข้างผู้หญิงคนอื่น

“ทุกคนในงานพูดเหมือนเป็นเรื่องแน่นอน คุณยืนข้างเขาให้คนทั้งงานเห็น แล้วคุณยังถามอีกเหรอคะว่าใครบอก” พิรญาตอบโดยไม่หันมามองเขา เพราะกลัวว่าถ้ามองหน้าเขา เธอจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

“มันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่กับธุรกิจ ยังไม่มีอะไรตัดสินชัดเจน” รณภัทรอธิบายเสียงต่ำ ทว่าคำอธิบายนั้นกลับไม่ทำให้หัวใจของพิรญาเบาลงเลย

“แต่คุณก็ไม่เคยปฏิเสธ” พิรญาพูดออกไปอย่างแผ่วเบา คำพูดนั้นแทงใจทั้งคนพูดและคนฟังพร้อมกัน

รณภัทรนิ่งไปนานจนพิรญาหันกลับมามองเขาในที่สุด ความมืดในรถทำให้ใบหน้าของเขาคมเข้มกว่าปกติ แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความยุ่งยากใจที่เธออ่านไม่ออก

“ฉันมีเหตุผลของฉัน” รณภัทรกล่าวช้า ๆ พลางมองเธอเหมือนอยากให้เธอเข้าใจโดยไม่ต้องพูดทั้งหมด

“แล้วฉันล่ะคะ ต้องเข้าใจเหตุผลของคุณไปถึงเมื่อไร” พิรญาถามกลับ น้ำตาเอ่อขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่แต่เธอยังคงฝืนไม่ให้มันไหล

“เธอเป็นคนสำคัญของฉัน พิรญา” รณภัทรพูดเสียงหนักแน่น มือของเขาขยับเหมือนจะเอื้อมมาหาเธอ แต่สุดท้ายก็หยุดไว้กลางทาง

“สำคัญแบบไหนคะ แบบเพื่อนสนิทที่คุณพาไปไหนมาไหนได้ แต่ไม่มีสิทธิ์ถามเวลาคุณยืนข้างผู้หญิงคนอื่นใช่ไหม” พิรญาถามด้วยเสียงสั่น หัวใจของเธอเหมือนถูกบีบจนเจ็บร้าวไปทั้งอก

“อย่าประชดฉัน” รณภัทรพูดเสียงเข้มขึ้น เพราะทุกคำของเธอจี้ตรงความผิดที่เขาเองก็รู้ดีอยู่แก่ใจ

“ฉันไม่ได้ประชดค่ะ ฉันแค่อยากรู้ว่าคุณคิดจะให้ฉันยืนอยู่ตรงไหนในชีวิตคุณกันแน่” พิรญากล่าว ช้า ๆ พร้อมมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามซึ่งสะสมมานานหลายปี

รณภัทรมองเธอนิ่ง ลำคอของเขาขยับเล็กน้อยราวกับมีถ้อยคำมากมายติดอยู่ตรงนั้น แต่สุดท้ายเขากลับพูดออกมาได้เพียงประโยคเดียว

“เธอเป็นเพื่อนสนิทของฉัน และฉันไม่อยากเสียเธอไป” รณภัทรเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำพร่า แววตาเจ็บลึกกว่าถ้อยคำที่เลือกใช้

พิรญาหลับตาลงช้า ๆ เหมือนต้องการซ่อนน้ำตาที่กำลังจะแตกออกมา คำว่าเพื่อนสนิทที่เธอเคยภูมิใจ วันนี้กลับเจ็บเหมือนมีใครย้ำมีดลงบนบาดแผลเดิมซ้ำ ๆ เธอหันกลับไปมองนอกหน้าต่างอีกครั้ง ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่แทนคำตอบทั้งหมด

“ถ้าคุณไม่อยากเสียฉันไป ก็อย่าทำให้ฉันรู้สึกเหมือนฉันไม่มีค่าเวลายืนอยู่ข้างคุณ” พิรญาพูดเสียงเบาจนแทบกลืนหายไปกับความมืด แต่รณภัทรได้ยินชัดทุกคำ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป