บทที่ 4 ตอนที่ 4 คืนที่คำว่าเพื่อนพังทลาย
ตอนที่ 4
คืนที่คำว่าเพื่อนพังทลาย
แสงไฟในห้องคอนโดเงียบสนิท เหลือเพียงโคมไฟหัวเตียงที่สาดเงาสีนวลอ่อนลงบนผนังสีครีม พิรญานั่งนิ่งอยู่ปลายเตียงมานานเกือบชั่วโมงแล้ว แต่ภาพในงานเลี้ยงยังติดอยู่ในความทรงจำเหมือนเงาที่สลัดไม่หลุด ภาพรณภัทรยืนเคียงข้างชญาดา ภาพผู้ใหญ่ยิ้มอย่างพอใจ ภาพสายตาของคนทั้งงานที่มองเธอเป็นเพียงเพื่อนสนิทคนหนึ่ง ทั้งหมดวนซ้ำอยู่ในหัวจนหัวใจของเธอปวดหนึบ
โทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างตัวสั่นขึ้นในความเงียบ พิรญาสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนก้มลงมองชื่อบนหน้าจอ หัวใจที่ตั้งใจจะให้แข็งแรงกลับอ่อนยวบลงทันทีเมื่อเห็นชื่อของรณภัทรสว่างอยู่ตรงหน้า
เธอปล่อยให้สายเรียกเข้าดังอยู่นาน จนเกือบตัดใจไม่รับ แต่สุดท้ายปลายนิ้วก็เลื่อนไปกดรับอย่างพ่ายแพ้ให้กับความเป็นห่วงที่มีต่อเขามาตลอด
“พิรญา...” เสียงของรณภัทรดังแผ่วผ่านปลายสาย น้ำเสียงนั้นต่ำพร่าและไม่มั่นคงเหมือนคนที่เธอรู้จัก ทำให้หัวใจของเธอกระตุกแรงขึ้นทันที
“คุณเป็นอะไรหรือเปล่าคะ” พิรญาถามอย่างรวดเร็ว ความน้อยใจที่ตั้งใจเก็บไว้ถูกแทนที่ด้วยความกังวลโดยไม่ทันรู้ตัว
“มาหาฉันหน่อยได้ไหม” รณภัทรเอ่ยช้า ๆ เสียงของเขามีความอ่อนล้าปะปนอยู่มากจนพิรญานิ่งงันไป
“ตอนนี้เหรอคะ” พิรญาถามกลับพลางหันไปมองนาฬิกาที่บอกเวลาเกือบเที่ยงคืน แม้ปากจะถาม แต่ใจเธอก็เริ่มลุกขึ้นก่อนเหตุผลเสียอีก
“ฉันไม่อยากอยู่คนเดียว” รณภัทรตอบเพียงเท่านั้น แต่ประโยคสั้น ๆ กลับทำให้พิรญาหลับตาลงอย่างเจ็บปวด
เธอควรปฏิเสธ ควรปล่อยให้เขาเรียนรู้ว่าเขาไม่สามารถเรียกเธอไปหาได้ทุกครั้งที่อ่อนแอ ในขณะที่เขายังไม่กล้าให้เธอยืนข้างเขาในวันที่มีคนมองเห็น แต่เสียงของเขาในคืนนี้ทำให้เธอใจแข็งไม่ลงเลยสักนิด
“คุณดื่มมาหรือเปล่า” พิรญาถามเสียงเบาลง มืออีกข้างเอื้อมไปหยิบเสื้อคลุมจากพนักเก้าอี้อย่างอัตโนมัติ
“นิดหน่อย” รณภัทรตอบด้วยน้ำเสียงที่ทำให้คนฟังรู้ทันทีว่าไม่ใช่นิดหน่อยอย่างที่เขาพูด
“อยู่ที่คอนโดใช่ไหมคะ” พิรญาถามต่อ ขณะลุกขึ้นจากเตียงแล้วคว้ากระเป๋าใบเล็กมาถือไว้
“อืม” รณภัทรตอบสั้น ๆ ก่อนปลายสายจะเงียบไปครู่หนึ่ง เหมือนเขาใช้แรงมากเหลือเกินในการพูดประโยคถัดมา “รีบมานะพิรญา”
พิรญากัดริมฝีปากแน่น ดวงตาแดงขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ เพราะแม้จะเจ็บเพียงใด เธอก็ยังเป็นคนที่เขาเรียกหาในคืนที่โลกทั้งใบกดทับเขาจนหายใจไม่ออกอยู่ดี
“รอฉันอยู่ตรงนั้น อย่าออกไปไหนนะคะ” พิรญาพูดเสียงอ่อนลง ก่อนกดวางสายแล้วรีบหยิบกุญแจออกจากห้องไป
ตลอดทางที่แท็กซี่พาเธอแล่นผ่านถนนกลางคืน พิรญามองแสงไฟข้างทางด้วยหัวใจที่ว้าวุ่น เธอบอกตัวเองซ้ำ ๆ ว่าไปหาเขาเพราะเป็นห่วงในฐานะเพื่อนสนิท ไม่ใช่เพราะหัวใจของเธอยังยอมแพ้ให้เขาเหมือนเดิม แต่ยิ่งพยายามหลอกตัวเองเท่าไร ความจริงก็ยิ่งชัดเจนเท่านั้น เธอรักเขา รักจนแม้เขาจะทำให้เจ็บ เธอก็ยังทิ้งเขาในคืนที่เขาอ่อนแอไม่ได้
เ มื่อมาถึงคอนโดของรณภัทร พิรญาใช้คีย์การ์ดสำรองที่เขาเคยให้ไว้เมื่อนานมาแล้วแตะผ่านประตูขึ้นไป เธอเคยมาที่นี่นับครั้งไม่ถ้วน เคยซื้อยาให้เขาตอนป่วย เคยทำอาหารให้เขาตอนทำงานหนัก เคยหลับบนโซฟาข้างเขาในคืนที่เขาต้องนั่งแก้งานจนเช้า ทุกมุมของห้องนี้มีความทรงจำของคำว่าเพื่อนสนิท แต่คืนนี้เพียงก้าวแรกที่เธอเดินเข้าไป ทุกอย่างกลับเหมือนกำลังเปลี่ยนไปอย่างช้า ๆ
รณภัทรนั่งอยู่บนพื้นข้างโซฟา เสื้อเชิ้ตสีขาวถูกปลดกระดุมสองเม็ดบน เนกไทถูกดึงคลายออกอย่างไม่เป็นระเบียบ ข้างตัวมีแก้วเหล้าที่เหลือน้ำสีอำพันอยู่ก้นแก้ว ใบหน้าหล่อเหลาคมคายซึ่งปกติสุขุมเย็นชา บัดนี้หม่นหมองและเหนื่อยล้าจนพิรญาเจ็บแปลบในอก
“ทำไมดื่มเยอะขนาดนี้คะ” พิรญาถามทันทีพลางวางกระเป๋าลงบนโต๊ะ แล้วเดินเข้าไปหยิบแก้วออกจากมือเขา
“อย่าดุได้ไหม คืนนี้ฉันเหนื่อยเกินกว่าจะฟังใครดุแล้ว” รณภัทรพูดเสียงแหบ พลางเงยหน้ามองเธอด้วยแววตาที่อ่อนแอกว่าทุกครั้ง
“ฉันไม่ได้ดุค่ะ ฉันเป็นห่วง” พิรญาตอบเสียงเบาลง ก่อนย่อตัวนั่งตรงหน้าเขาและมองสำรวจใบหน้าอย่างกังวล
“เธอเป็นห่วงฉันเสมอ” รณภัทรเอ่ยอย่างเลื่อนลอย ริมฝีปากหยักคลี่ยิ้มขม ๆ ที่ไม่เหมือนรอยยิ้มเลยสักนิด
“เพราะคุณชอบทำให้ตัวเองน่าเป็นห่วงอยู่เรื่อย” พิรญาพูดพลางเอื้อมมือไปแตะหน้าผากเขา เบา ๆ เพื่อดูว่าเขามีไข้หรือไม่
รณภัทรนิ่งไปทันทีเมื่อปลายนิ้วเย็นนุ่มสัมผัสผิวของเขา ดวงตาคมที่เจือฤทธิ์แอลกอฮอล์จ้องมองใบหน้าของเธออย่างลึกซึ้ง ความเงียบระหว่างทั้งคู่หนักขึ้นอย่างประหลาดจนพิรญารีบชักมือกลับ แต่เขากลับจับข้อมือเธอไว้เสียก่อน
“อย่าเพิ่งถอยจากฉัน” รณภัทรพูดเสียงต่ำ ดวงตาคมแดงก่ำเล็กน้อยเหมือนคนที่กำลังต่อสู้กับความรู้สึกของตัวเอง
“ฉันไม่ได้ถอยค่ะ ฉันแค่จะไปเอาน้ำให้คุณ” พิรญาตอบเสียงสั่นนิด ๆ เพราะแรงจับของเขาไม่ได้รุนแรง แต่ความอุ่นจากฝ่ามือเขากลับทำให้หัวใจเธอไหววูบ
“ทุกวันนี้เธอกำลังถอย” รณภัทรพูดช้า ๆ สายตายังไม่ยอมละจากใบหน้าเธอ “เธอไม่รับสายฉันเหมือนเดิม ไม่ยิ้มให้ฉันเหมือนเดิม แล้วคืนนี้เธอก็พูดเหมือนพร้อมจะหายไปจากชีวิตฉันได้ทุกเมื่อ”
พิรญานิ่งงันไปกับถ้อยคำของเขา ไม่คิดเลยว่าผู้ชายที่เหมือนมองไม่เห็นความเจ็บปวดของเธอ จะสังเกตเห็นการถอยเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านั้นทั้งหมด
“แล้วคุณอยากให้ฉันทำเหมือนเดิมไปถึงเมื่อไรคะ” พิรญาถามเสียงแผ่ว ดวงตาคู่สวยเริ่มมีน้ำใส ๆ เคลือบอยู่บาง ๆ “อยากให้ฉันยืนอยู่ข้างคุณในฐานะเพื่อนสนิทไปจนถึงวันที่คุณหมั้นกับคนอื่นอย่างนั้นเหรอ”
“ฉันไม่ได้อยากหมั้นกับเขา” รณภัทรตอบทันที น้ำเสียงกระด้างขึ้นด้วยความอัดอั้นที่กดไว้ทั้งคืน
“แต่คุณก็ไม่เคยพูดว่าไม่” พิรญาสวนกลับอย่างเจ็บปวด มือที่ถูกเขาจับเริ่มสั่นเล็กน้อย “คุณไม่อยากหมั้น แต่คุณก็ไม่ปฏิเสธ คุณหวงฉัน แต่คุณก็ไม่ให้สถานะ คุณกลัวฉันถอย แต่คุณเป็นคนผลักฉันให้ยืนอยู่ตรงนั้นเอง”
รณภัทรเงียบไปเหมือนถูกทุกคำของเธอกรีดลงกลางอก เขาก้มมองข้อมือเล็กในมือของตัวเอง ก่อนค่อย ๆ คลายแรงจับ แต่ไม่ได้ปล่อยเธอเสียทีเดียว
“ฉันไม่รู้ว่าควรทำยังไง” รณภัทรพูดเสียงพร่า เป็นครั้งแรกที่เขายอมรับความอ่อนแอออกมาตรง ๆ ต่อหน้าเธอ “ทุกคนต้องการให้ฉันเลือกทางที่ถูกต้องสำหรับธุรกิจ สำหรับครอบครัว สำหรับคนอีกมากมาย แต่ไม่มีใครถามเลยว่าฉันอยากเลือกอะไร”
