บทที่ 5 ตอนที่5 ไม่เคยกล้ารั้ง
ตอนที่5
ไม่เคยกล้ารั้ง
พิรญามองเขาด้วยหัวใจที่ปวดร้าว เธอรู้ว่าเขาถูกกดดัน รู้ว่าชีวิตของรณภัทรไม่เคยเป็นของเขาอย่างสมบูรณ์ แต่ความเข้าใจไม่ได้ทำให้บาดแผลของเธอหายไป
“แล้วคุณอยากเลือกอะไรคะ” พิรญาถาม เบา ๆ คำถามนั้นเหมือนวางหัวใจทั้งดวงของเธอลงตรงหน้าเขา
รณภัทรเงยหน้ามองเธอ ดวงตาคมสั่นไหวรุนแรงจนพิรญาแทบลืมหายใจ เขายื่นมืออีกข้างขึ้นแตะแก้มเธออย่างแผ่วเบา ปลายนิ้วไล้ผ่านรอยน้ำตาที่เธอไม่รู้ตัวว่ามันไหลลงมาตั้งแต่เมื่อไร
“ฉันอยากเลือกสิ่งที่ทำให้ฉันหายใจได้” รณภัทรกระซิบเสียงต่ำ ดวงตาของเขาจับอยู่ที่ใบหน้าเธอไม่วางตา “และทุกครั้งที่ฉันเหนื่อยจนแทบหายใจไม่ออก คนคนนั้นคือเธอ”
พิรญาหลับตาลงช้า ๆ น้ำตาอีกหยดร่วงหล่นลงบนปลายนิ้วของเขา ถ้อยคำของเขาหวานลึกจนหัวใจเธอสั่น แต่กลับเจ็บเพราะมันยังไม่ใช่คำตอบที่ชัดเจนพอจะพาเธอออกจากเงามืดได้
“อย่าพูดเหมือนฉันสำคัญมาก ทั้งที่พรุ่งนี้คุณอาจกลับไปยืนข้างเขาเหมือนเดิม” พิรญาเอ่ยเสียงสั่น ก่อนพยายามลุกขึ้นเพื่อหนีจากความใกล้ชิดที่ทำให้เธออ่อนแอ
รณภัทรดึงเธอกลับมาในวินาทีนั้น ไม่ได้รุนแรง แต่หนักแน่นพอให้ร่างของเธอเซเข้าไปใกล้เขา พิรญาชะงักเมื่อระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงลมหายใจกั้น ดวงตาของเธอสบเข้ากับดวงตาของเขา และในแววตาคู่นั้นมีความรู้สึกมากมายที่ทั้งสองต่างปิดบังมานานเกินไป
“คืนนี้อย่าไปได้ไหม” รณภัทรพูดเสียงแผ่วพร่า มือของเขายังคงประคองข้อมือเธอไว้เหมือนกลัวว่าเพียงปล่อยมือ เธอจะหายไปจริง ๆ
“คุณเมาแล้วค่ะ” พิรญาตอบอย่างยากเย็น ทั้งที่หัวใจของเธอเองก็เมามายในความใกล้ชิดนี้ไม่ต่างกัน
“ฉันรู้ว่าฉันดื่มมา แต่ฉันรู้ชัดว่าคนที่อยู่ตรงหน้าฉันคือใคร” รณภัทรพูดช้า ๆ สายตาคมลึกจ้องเธอเหมือนอยากให้ทุกคำซึมเข้าไปถึงหัวใจ “ฉันรู้ว่าเธอคือคนที่ฉันไม่อยากเสียไปที่สุด”
“แต่คุณก็ไม่เคยกล้ารั้งฉันด้วยคำที่ฉันต้องการได้ยิน” พิรญากระซิบตอบ น้ำเสียงของเธอสั่นไหวราวกับกำลังยืนอยู่ตรงขอบเหว
“พิรญา...” รณภัทรเรียกชื่อเธออย่างอ่อนแรง ก่อนดึงเธอเข้าไปกอดแน่นราวกับต้องการยึดสิ่งสุดท้ายในชีวิตไว้
พิรญานิ่งอยู่ในอ้อมกอดเขาเพียงชั่วครู่ ก่อนมือทั้งสองจะค่อย ๆ ยกขึ้นแตะแผ่นหลังกว้าง เธอเกลียดตัวเองที่ยังอ่อนแอกับเขา เกลียดที่หัวใจยังเต้นแรงเพียงเพราะเขากอด เกลียดที่แม้จะรู้ว่าอ้อมแขนนี้อาจไม่มีสถานะรองรับในวันพรุ่งนี้ เธอก็ยังอยากซบอยู่ตรงนี้อีกสักนาที
“ฉันเหนื่อยมากเลยค่ะรณภัทร” พิรญาพูดเสียงอู้อี้กับอกเขา น้ำตาซึมผ่านเสื้อเชิ้ตสีขาวจนเกิดรอยชื้นเล็ก ๆ “เหนื่อยที่ต้องทำเหมือนไม่รู้สึกอะไร ทั้งที่ฉันรู้สึกมากกว่าที่เพื่อนคนหนึ่งควรรู้สึกมาตั้งนานแล้ว”
รณภัทรตัวแข็งไปทันที คำสารภาพที่แผ่วเบาของเธอเหมือนทำให้กำแพงในใจเขาแตกร้าวลงอย่างไม่อาจห้ามได้ เขาผละออกมามองหน้าเธอช้า ๆ ดวงตาคมเต็มไปด้วยความตกใจ อ่อนโยน และความปรารถนาที่ไม่อาจเก็บซ่อนได้อีก
“เธอหมายความว่ายังไง” รณภัทรถามเสียงพร่า ทั้งที่คำตอบอาจชัดเจนอยู่ในแววตาของเธอแล้ว
“อย่าให้ฉันพูดมากกว่านี้เลยค่ะ” พิรญาตอบพร้อมหลบสายตา ความอับอายและความเจ็บปวดตีขึ้นมาพร้อมกัน “แค่นี้ฉันก็ไม่เหลือศักดิ์ศรีให้ตัวเองมากพอแล้ว”
“มองฉัน” รณภัทรพูดอย่างแผ่วเบา แต่มีอำนาจพอให้เธอค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นตาม
พิรญาสบตาเขาด้วยหัวใจที่เต้นแรงจนเจ็บ รณภัทรยกมือขึ้นประคองใบหน้าเธอไว้สองข้าง นิ้วโป้งของเขาปาดน้ำตาบนแก้มเธออย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่าเธอจะแตกสลายใต้ปลายนิ้วของเขา
“เธอไม่เคยไร้ศักดิ์ศรีสำหรับฉัน” รณภัทรพูดด้วยน้ำเสียงต่ำลึก “คนที่น่าละอายคือฉันต่างหาก ที่ปล่อยให้เธอเจ็บอยู่คนเดียวมานานขนาดนี้”
พิรญามองเขาทั้งน้ำตา ถ้อยคำของเขาไม่ใช่คำรัก แต่กลับทำให้หัวใจของเธอสั่นคลอนหนักกว่าเดิม รณภัทรค่อย ๆ โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ หยุดอยู่เพียงเล็กน้อยเหมือนยังรอให้เธอปฏิเสธ
“ถ้าเธอบอกให้หยุด ฉันจะหยุด” รณภัทรกระซิบเสียงแหบ ดวงตาของเขายังจ้องมองเธอด้วยความระมัดระวังเจ็บปวด
พิรญาควรบอกให้หยุด เธอควรผลักเขาออก ควรรักษาระยะห่างที่พยายามสร้างมาตลอดทั้งคืน แต่หัวใจที่เก็บความรักไว้นานเกินไปกลับอ่อนแรงจนไม่อาจหลอกตัวเองได้อีก เธอไม่ได้ตอบด้วยคำพูด มีเพียงหยดน้ำตาที่ไหลลงมาอีกครั้ง และมือเล็กที่จับชายเสื้อของเขาไว้แน่นราวกับคนกำลังยอมแพ้
ริมฝีปากของรณภัทรแตะลงบนหน้าผากเธอก่อนอย่างแผ่วเบา เหมือนคำขอโทษที่เขาไม่รู้จะพูดอย่างไร จากนั้นจึงเลื่อนลงมายังเปลือกตาและแก้มเปื้อนน้ำตา พิรญาหลับตาลง ปล่อยให้ความอบอุ่นของเขาลบความหนาวเหน็บในใจทีละน้อย แม้จะรู้ว่าความอบอุ่นนี้อาจกลายเป็นไฟเผาเธอในวันรุ่งขึ้น
“รณภัทร...” พิรญาเรียกชื่อเขาเบา ๆ เมื่อริมฝีปากของเขาหยุดอยู่ใกล้ริมฝีปากเธอจนลมหายใจของทั้งคู่ปะปนกัน
“ฉันอยู่ตรงนี้” รณภัทรตอบเสียงพร่า ก่อนประทับจูบลงมาอย่างอ่อนโยนแต่ลึกซึ้ง
จูบนั้นไม่เหมือนสัมผัสของเพื่อนสนิท ไม่เหมือนความเผลอไผลชั่ววูบ แต่มันเต็มไปด้วยความรู้สึกที่กดเก็บมานานหลายปี พิรญาสั่นสะท้านอยู่ในอ้อมแขนเขา ทั้งเจ็บ ทั้งหวาน ทั้งกลัว และทั้งโหยหาในเวลาเดียวกัน รณภัทรกอดเธอแน่นขึ้นราวกับกลัวว่านี่เป็นเพียงความฝัน เขาจูบเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยความระมัดระวังที่ค่อย ๆ พ่ายแพ้ต่อความคิดถึงและความรักที่ไม่เคยกล้าพูด
ค่ำคืนนั้นคำว่าเพื่อนสนิทค่อย ๆ พังทลายลงอย่างเงียบงัน ระหว่างลมหายใจที่สั่นไหว ระหว่างอ้อมแขนที่ไม่ยอมปล่อย ระหว่างน้ำตาของพิรญาและเสียงกระซิบแผ่วพร่าของรณภัทรที่เรียกชื่อเธอเหมือนกลัวจะสูญเสีย ทั้งสองปล่อยให้หัวใจนำพาไปไกลกว่าขอบเขตเดิมที่เคยขีดไว้ ความอ่อนโยน ความเจ็บปวด และความปรารถนาปะปนกันจนแยกไม่ออกว่าอะไรคือความรัก และอะไรคือความกลัว
ม่านสีเข้มของค่ำคืนโอบล้อมห้องกว้างไว้เงียบ ๆ ราวกับเก็บความลับของคนสองคนเอาไว้ไม่ให้โลกภายนอกได้ยิน
พิรญาไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปเมื่อไร เธอรู้เพียงว่าก่อนสติจะเลือนหาย เธออยู่ในอ้อมแขนของรณภัทร ได้ยินเสียงหัวใจของเขาเต้นอยู่ใกล้หู และรู้สึกเหมือนตลอดหลายปีที่เฝ้ารักเขาอย่างเงียบงัน ได้รับคำตอบบางอย่างในรูปแบบที่สวยงามและน่ากลัวที่สุด
