บทที่ 2 Chapter 1

เมื่อภาคินเดินทางมาถึงที่อำเภอดอนไม้หวาน เขาก็โทรศัพท์ติดต่อไปหาผู้กำกับของพื้นที่ เพื่อนัดเจอคุยเรื่องภารกิจที่จะทำร่วมกัน เขาพักอยู่ที่บ้านเช่าแห่งหนึ่งในอำเภอ และเลือกที่จะอยู่ในหมู่บ้านดอนผักหวาน เพราะมันใกล้กับอุทยานที่ชอบมีการตัดไม้เถื่อนบ่อยๆ

“สวัสดีครับผู้กำกับ”

“สวัสดีครับสารวัตรภาคิน ยินดีที่ได้เจอกันตอนนี้มีแค่ผมที่รู้ว่าคุณเป็นใคร อ่อ แล้วมีอีกคนที่จะคอยช่วยคุณเรื่องนี้ด้วย ผู้หมวดดนัยมานี่สิ”

ผู้กำกับกวักมือเรียกผู้หมวดดนัยให้เข้ามาข้างใน เขาเดินเข้ามายืนตรงหน้าชายหนุ่มก่อนจะทำความเคารพผู้ที่ตำแหน่งใหญ่กว่า

“สวัสดีครับสารวัตร ผมผู้หมวดดนัยเป็นคนที่ทำคดีเรื่องค้าไม้เถื่อนอยู่”

“สวัสดีครับผู้หมวด ผมสารวัตรภาคินยินดีที่ได้เจอกัน แต่หลังจากนี้ไปคุณต้องเรียกผมว่าภาคินเฉยๆ เพราะผมจะไปทำงานที่อุทยานในตำแหน่งพนักงานทั่วไป หรืออัตราจ้างนั่นแหละครับ”

เขาเอ่ยออกมาพร้อมกับยื่นมือไปจับมือผู้หมวดอย่างเป็นมิตร ทั้งสองคนทำความรู้จักกันสักพักก่อนจะแลกเบอร์ติดต่อแล้วแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง

“ผมจะเอาของไปเก็บที่บ้านเช่าก่อน ช่วงดึกคุณออกตรวจรึเปล่า”

“ออกทุกคืนครับแต่ถ้าไม่มีอะไรก็จะเป็นเจ้าหน้าที่อุทยานที่ออกตรวจเอง ถ้ามีอะไรผมจะติดต่อหาก่อนนะครับ สายรายงานมาว่าพวกมันจะขนไม้กันอีก”

“โอเคผมจะสแตนด์บายรอ งั้นไว้เจอกันนะผู้หมวด”

ผู้หมวดดนัยทำความเคารพชายหนุ่มก่อนจะเดินออกไปจากตรงนั้นทันที ส่วนเขาก็ถือกระเป๋าเดินออกไปด้วยท่าทีปกตินั่งรถสองแถวมาลงที่บ้านเช่าก่อนจะมองอย่างสำรวจ

“ทำไมบ้านติดกันขนาดนี้เนี่ย”

ตอนแรกเขาคิดว่ามันส่วนตัวกว่านี้ซะอีกแต่ไหงเป็นบ้านเช่าติดกันขนาดนี้ แล้วดูดิพวกผู้ชายตั้งวงกินเหล้ากันอย่างสนุกแล้วเขาจะได้พักผ่อนมั้ยเนี่ย

“เฮ้ย… ไอ้น้องมาอยู่ใหม่เหรอ”

ภาคินหยุดชะงักไปก่อนจะหันไปมองพวกเขาก่อนจะยิ้มแห้งออกมา เขาควรจะเป็นมิตรกับทุกคนไว้ จะได้หลอกถามความเป็นมาเป็นไปของอำเภอนี้ ชายหนุ่มเดินเข้าไปก่อนจะยกมือไหว้

“สวัสดีจ้ะพี่ๆ ฉันเพิ่งมาอยู่ใหม่ยังไงฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ”

“ไอ้นี่มันอยู่เป็นวะ ฮ่าๆ มาๆ มาดื่มกับพวกข้านี่ คิดจะอยู่ที่นี่ก็ต้องมาเจอเพื่อนร่วมบ้านกันหน่อยดิวะ เอ้าพวกเอ็งรับน้องกันหน่อย”

ผู้ชายร่างสูงโปร่งรู้สึกว่าจะชื่อดำเดินเข้ามาเขาก่อนจะกอดคอพาไปร่วมวงเหล้าด้วย ภาคินนั่งลงก่อนจะยกเหล้าขึ้นดื่มอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะไม่อยากมีปัญหา

“ดีมากไอ้น้องว่าแต่มาทำงานที่นี่เหรอ”

“ใช่จ้ะ ฉันมาสมัครงานที่อุทยานเนี่ยแหละเริ่มงานวันมะรืน”

“งั้นเหรอ… พวกฉันก็ทำงานที่อุทยานนี่แหละเป็นพนักงานรับจ้างยังไงได้เจอกันแน่นอน เมื่อคืนไฟไหม้ป่ากว่าพวกฉันจะได้นอนก็ปาไปตีสามแล้ว เงินก็น้อยแต่ก็ต้องทนเพราะความจนมันน่ากลัว เอ็งก็อดทนไว้นะประหยัดหน่อย”

“ครับพี่”

เขายกเหล้าขึ้นดื่มอีกแก้วก่อนจะมองพวกเขาอย่างสำรวจ ท่าทางก็ดูไม่มีพิษภัยอะไรคบไว้ก็คงไม่เสียหาย เขานั่งฟังพวกพี่ดำคุยกันเกือบชั่วโมงก่อนจะแยกย้ายกันไปนอนเพราะทุกคนเริ่มเมากันแล้ว

“เอ่อพี่ดำผมขอถามอะไรหน่อยสิ”

“ว่ามาดิวะถามอะไร… ถ้าเกี่ยวกับอำเภอดอนไม้หวานไม่มีอะไรที่ข้าไม่รู้โว้ย”

เขาเอ่ยออกมาด้วยความมั่นใจ ถ้าเป็นที่นี่ไม่มีใครเกินเขาแน่นอนรู้ทุกซอกทุกมุมของอำเภอ

“เมื่อเช้าฉันเจอคุณหมอคนสวยๆ กำลังช่วยคนถูกรถชนนะจ้ะ พี่ดำรู้จักมั้ย”

“รู้จักสิวะใครบ้างไม่รู้จักคุณหมอแสนดี ลูกสาวคนเดียวของกำนันคงแห่งดอนผักหวาน แต่ว่าเอ็งห้ามไปยุ่งนะโว้ย รายนั้นอ่ะพ่อหวงมาก แอบดูอยู่ห่างๆ ก็พอ อีกอย่างเธอเป็นดอกฟ้าหมาวัดอย่างเราๆ ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะหวังหรอก”

เขาได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มออกมาทันที ลูกสาวกำนันคงแห่งดอนผักหวานแถมพ่อยังหวงมากด้วย แต่ก็ไม่แปลกหรอก มีลูกสาวสวยขนาดนั้นแถมยังเป็นหมอด้วยไม่หวงสิแปลก

“อย่างนี้นี่เอง ท่าทางจะเป็นขวัญใจของชาวอำเภอดอนไม้หวานสินะ”

“ก็ใช่นะสิเรียกว่านางฟ้าเลยแหละ เคยไปรักษาด้วยครั้งหนึ่งบอกเลยว่าใจดีมาก พูดเพราะอ่อนโยนไม่เคยด่าคนไข้เลยสักนิดเดียว ใครไม่รักไม่ชอบก็บ้าแล้ว แต่ว่าลูกชายของนายกอบต.ดอนผักหวานเขาเล็งไว้แล้วนะสิ ไอ้คนเนี่ยเอ็งอย่าไปยุ่งเชียวนะบ้าอำนาจเป็นที่สุด เห็นว่าตามจีบคุณหมอแต่เธอไม่เล่นด้วย”

พี่ดำแอบนินทาไปถึงลูกชายคนโตของนายกอบต.บ้านดอนผักหวาน รายนั้นหวงคุณหมออย่างกับอะไรดีทั้งที่เธอไม่เล่นด้วยแท้ๆ แต่ไม่มีใครกล้ายุ่งด้วยหรอกเพราะมีอิทธิพลมากอยู่

“งั้นเหรอจ๊ะ ขอบใจมากนะพี่ที่เล่าให้ฟัง”

“อืม เอ็งไปนอนเถอะดูไอ้พวกนี้สิหลับกันหมดละคออ่อนจริงๆ ข้าไปนอนก่อนนะเจอกันที่ทำงาน”

“ครับพี่”

เขาลุกขึ้นเดินกลับไปที่บ้านเช่าของตัวเองพลางนึกไปถึงคุณหมอแสนดีคนสวย คนอะไรสวยขนาดนี้แถมยังมีแต่คนพูดถึงในทางที่ดีอีก สวย ใจดี แถมยังไม่เคยด่าใครด้วย นางฟ้ามาเกิดรึเปล่าเนี่ย

“คุณหมอแสนดี….”

เขายิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะเดินไปอาบน้ำพร้อมนอน พรุ่งนี้ว่างยังไม่ได้เริ่มงานไปสำรวจโรงพยาบาลสักหน่อยจะดีมั้ยนะ.. แล้วจะได้เจอคุณหมอเธอรึเปล่าเนี่ยสิ เฮ้อ! เป็นไอ้ภาคินคนธรรมดาจะไปเด็ดดอกฟ้าอย่างคุณหมอแสนดีได้ยังไงกัน

“เอาไงดีวะ…”

วันต่อมา…

คุณหมอแสนดีตื่นนอนแต่เช้าลุกขึ้นไปทำบุญตักบาตรที่วัด เธอถือตะกร้าพร้อมกับดอกไม้ขึ้นไปบนกุฏิ พนมมือรับพรจากหลวงพ่อก่อนจะเดินออกมากรวดน้ำใต้ต้นไม้

“โอ๊ยๆ เจ็บ”

หญิงสาวได้ยินเสียงเหมือนใครร้องอะไรก็รีบหันไปมองก่อนจะเดินเข้าไปหา เธอจำได้ว่าผู้ชายคนนี้คือคนที่เจอกันเมื่อวานว่าแต่เขามาทำอะไรที่นี่

“คุณเป็นอะไรรึเปล่าคะ”

หญิงสาวเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง ภาคินแกล้งร้องเหมือนเจ็บข้อมือก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงน่าสงสาร

“เหมือนจะเจ็บข้อมือครับคุณหมอ มันเจ็บมากเลยครับ”

“งั้นไปนั่งก่อนนะคะเดี๋ยวหมอดูให้”

หญิงสาวประคองชายหนุ่มพาไปนั่งลงที่ม้านั่งก่อนจะดูข้อมือให้เขา ท่าทางก็ดูไม่มีอะไรนะไม่น่าจะเป็นอะไรมากหรอก ชายหนุ่มมองหญิงสาวด้วยสายตาหวานฉ่ำ เธอเป็นผู้หญิงที่อ่อนโยนมากน่าทะนุถนอมสุดๆ บอกตามตรงเขาไม่กล้าทำเธอแรงเลยกลัวช้ำ พออยู่ใกล้แบบนี้แล้วสวยมากสวยแบบไม่มีที่ติเลยให้ตายสิ

“ยังเจ็บอยู่มั้ยคะ”

“ดีขึ้นแล้วครับ แต่ยังเจ็บอยู่นะ”

“งั้นเหรอคะ.. ไปโรงพยาบาลมั้ยคะจะได้ยามากินด้วย”

เธอเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง ถ้ายังเจ็บเยอะคงต้องใช้เครื่องมือแพทย์เข้าช่วยแล้วล่ะ มองด้วยตาเปล่าแบบนี้ไม่รู้เรื่องหรอก

“ไปแล้วจะเจอคุณหมอมั้ย”

“เจอคุณหมอคนอื่นค่ะ เพราะวันนี้หมอหยุด”

“ถ้างั้นไม่ไป ไปก็ไม่เจอคุณหมอจะไปทำไมจริงมั้ยครับ”

เขาเอ่ยออกมาเสียงหวานมองสบตากับหญิงสาวตรงหน้า เธอเงยหน้ามองชายหนุ่มก่อนจะยิ้มเขินเพราะโดยปกติไม่ค่อยมีใครมาหยอดใกล้ขนาดนี้ นี่ถ้าพ่อกำนันรู้มีหวังเขาเจอลูกปืนไล่ยิงแน่นอนเลย

“พูดแบบนี้แสดงว่าหายแล้ว”

“คุณหมออะ นวดให้อีกนิดก็ไม่ได้ ใจร้ายจัง”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป