บทที่ 3 ภูตสวาท บทที่ 3

หญิงสาวหันขวับกลับไปมองก็ไม่เห็นว่ามีใคร หรือเธอจะคิดไปเอง ชิรินลองหันกลับไปและมุ่งหน้าก้าวไปทางเดิมก็รู้สึกอีกว่ามีใครเดินตามเธอมา คราวนี้หญิงสาวเริ่มเกิดความกลัว มหานครนิวยอร์คเป็นเมืองใหญ่และข่าวอาชญากรรมก็มีให้ได้ยินอยู่ทุกวัน ยิ่งคิดก็ยิ่งกลัว ชิรินรีบเดินจ้ำอ้าวก่อนจะตัดสินใจรีบหลบเข้าไปในซอกเล็ก ๆ ระหว่างตึกและแอบดูว่าจริง ๆ แล้วใครที่เดินตามเธอมากันแน่

ทว่าบนฟุตบาทที่เธอเดินผ่านมานั้นกลับว่างเปล่า หญิงสาวใจเต้นตึกตัก เธอแน่ใจว่าต้องมีใครสักคนตามเธอมาแน่ ๆ แต่ทำไมถึงมองไม่เห็นตัวตนของคน ๆ นั้นสักที

“อ๊ะ!...ว๊าย!”

ชิรินร้องเสียงหลงเมื่อไหล่ของเธอถูกระชากเข้าไปในมุมมืดของซอกตึก ชายอเมริกันตัวโตนัยน์ตาเป็นสีแดงเข้มเนื้อตัวสาปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์เหวี่ยงร่างเล็กไปติดผนังตึกอีกด้าน

“โอ๊ย!...นี่มันอะไรกัน ไอ้บ้า!...แกจะทำอะไรฉัน”

หญิงสาวร้องเสียงสั่น กระเป๋าเป้ที่เธอสะพายมากระเด็นหายไปในมุมมืด ชายตัวโตย่างสามขุมเข้ามาหา

บทที่ 3

“ถามได้ว่าฉันจะทำอะไร ฉันก็จะพาแกไปขึ้นสวรรค์น่ะสิ...มานี่เดี๋ยวนี้”

“กรี๊ด!!!”

ชิรินร้องลั่นเพราะรู้แล้วว่ามันต้องการอะไร มันกำลังจะข่มขืนเธอ สาวไทยตัวเล็กปัดป้องมือใหญ่เป็นพัลวัน ทั้งเตะ เข่า ศอก แต่ทันไดนั้นหมัดหนักของอีกฝ่ายก็พุ่งเข้าไปที่หน้าท้องของเธออย่างจัง

“อึก!”

ชิรินเจ็บจุกจนถึงขนาดทรุดตัวลงนั่งตัวงอติดผนัง หญิงสาวมึนงง นัยน์ตาพร่ามัวด้วยความเจ็บปวดจากจุดอ่อนไหวที่สุดที่แล่นปรี่ไปทั่วร่าง และในขณะที่เธอคู้ตัวด้วยความเจ็บนั่นเองเป็นโอกาสที่ชายตัวโตย่างสามขุมเข้าไปหาหวังจะกระชากร่างเล็กที่กำลังอ่อนแรงเข้าหาตัว แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อรู้สึกว่ามีมือหนึ่งทั้งหนาและหนักกระชากเขากลับไปด้านหลังอีกที

“เฮ้ย! มึงเป็นใครวะ มายุ่งอะไรด้วย!”

คนตัวโตนัยน์ตาแดงก่ำเงื้อหมัดขึ้นหมายจะฟาดเข้าไปที่ใบหน้าของคนที่จะเข้ามาขวาง แต่แล้วเขาก็ต้องชะงัก ดวงตาทั้งคู่เบิกโพลงเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของบุรุษใบหน้าหล่อเหลา มันคงไม่ทำให้มนุษย์ใจทรามที่หวังจะฉุดผู้หญิงมาข่มขืนในตรอกมืดตกใจได้เท่ากับสิ่งที่เขาไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อนในชีวิต

ชายคนนั้นยืนตัวแข็งทื่อมือสั่นเทา บุรุษที่กระชากเขาด้วยมือเพียงข้างเดียวมีสิ่งผิดปกติที่มนุษย์ทั่วไปไม่มีกัน นั่นคือ...ปีก!

“พระเจ้า!...พระเจ้า!”

ชายผู้นั้นอุทานออกมาด้วยความกลัวสุดขีดเมื่อปีกขนาดใหญ่สยายออกเบื้องหลังบุรุษใบหน้าคร้ามเข้มที่จ้องมองเขาด้วยดวงตาวกับมีไฟแผดเผา

“พระเจ้า!...ไม่...ไม่”

คนใจทรามร้องขึ้นสุดเสียงพร้อมทั้งวิ่งเตลิดออกไปจากที่นั้นด้วยความกลัวสุดชีวิต และเมื่อทุกอย่างกลับคืนสู่ความปกติพร้อมทั้งปีกที่หลังของร่างสูงใหญ่หายไปพร้อมกันเขาจึงหันกลับไปมองหญิงสาวที่นั่งคู้ตัวด้วยความเจ็บปวด

“เธอ...”

“อย่านะ!...คะ...คุณ!”

ชิรินที่เพิ่งเงยหน้าขึ้นมองร้องอุทานเมื่อคนที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่ไอ้คนบ้าที่มันกำลังจะข่มขืนเธอ แต่กลับเป็นคนอีกคน...ผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาที่เข้าไปขอน้ำเปล่าจากเธอในร้านสะดวกซื้อ

“มันไปแล้ว...เจ้าคนนั้น”

เขาว่าพลางโน้มตัวลงพร้อมทั้งยื่นมือเข้ามาหาหญิงสาวทำเหมือนอยากช่วยเหลือแต่ชิรินกลับทำสีหน้าเหมือนไม่ไว้วางใจ

“คุณมาที่ได้ไง...แล้วไอ้โจรนั่น”

หญิงสาวนั่งกุมท้องตัวเองไว้แน่น สายตาคู่งามสอดส่ายไปทั่วเพราะยังหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

“มันไปแล้ว...ฉันเห็นมันพาเธอมาตรงนี้ ฉันรู้ว่ามันคงคิดไม่ดีแน่”

“คุณเห็น?...นี่คุณตามฉันมาที่นี่อย่างนั้นหรือ?”

เข้าส่ายหน้า “เปล่า...แต่ผมเห็นคุณ”

“เห็นฉัน?...ยะ...อย่านะ! อย่าแตะต้องตัวฉัน”

ชิรินรีบปัดมือหนาที่ยื่นเข้ามาออกห่าง “ฉันไม่เคยรู้จักคุณ คุณมีท่าทางแปลก ๆ อาจจะเป็นเหมือนไอ้ผู้ชายคนเมื่อกี๊ก็ได้”

“ทำไมไม่เชื่อว่าฉันไม่ได้คิดร้ายกับเธอ เมื่อกี๊ฉันอุตส่าห์ช่วยไล่ไอ้คนไม่ดีคนนั้นไป เธอไม่เห็นความดีของฉันบ้างสักนิดเลยหรือ?”

คำถามนั้นทำให้ชิรินอึ้งไปชั่วครู่ ประสบการณ์ของการอยู่ในเมืองใหญ่สอนให้หญิงสาวชาวไทยตัวคนเดียวไม่ไว้วางใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นคนแปลกหน้าด้วยแล้วเธอก็ต้องกั้นกำแพงความรู้สึกไว้ก่อน

“ฉัน...จะวางใจคุณได้ยังไง คุณเป็นใครก็ไม่รู้...ฉันไม่รู้จักคุณ”

“เรียกฉันว่า อิคารัส...ทีนี้ก็ถือว่าเธอรู้จักฉันแล้วนะ”

โดยไม่รอฟังสียง ชายหนุ่มเข้าไปประคองร่างบอบบางที่เจ็บจุกจนแทบลุกไม่ไหว ชิรินเผลอกอดเขาไว้แน่นและในนาทีนั้นเองหญิงสาวก็ได้เห็นคนแปลกหน้าของเธอชัด ๆ

อิคารัส...คนอะไรชื่อแปลกประหลาดเหมือนเทพปกรณัม แต่ใบหน้าของเขาราวกับเทพบุตรมาจุติจริง ๆ โครงหน้าคมเข้มหล่อเหลาบาดใจ รูปร่างสูงใหญ่และที่สำคัญเธอรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาดยามอยู่ในอ้อมแขนของเขา

“เธออยู่ที่ไหน...ฉันจะพาไป”

“ฉันเดินไปเองได้” ชิรินพยายามปฏิเสธแต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นรอยยิ้มมุมปากที่ดูแล้วช่างมีเสน่ห์เหลือเกิน

“เดินเองได้อย่างนั้นหรือ?” อิคารัสทวนคำพร้อมยิ้มอีกครั้ง “ขนาดลุกเธอยังลุกไม่ไหวแล้วจะเดินไปเองได้ยังไง”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป