บทที่ 1 บทนำ
อารัมภบท
ข่าวคราวที่เพิ่งได้รับรู้… ส่งผลให้นายตำรวจหนุ่มลมออกหู มือใหญ่กำหมัดแน่น นี่ถ้าไม่ติดว่ากำลังอยู่ในสถานที่ราชการ เขาคงหาที่ทางระบายอารมณ์ออกไปด้วยการปาข้าวของหรือไม่ก็ทำอะไรรุนแรงสักอย่าง จะถือว่านี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าตัวเองอยู่ในอาการ ‘นั่งไม่ติด‘ ก็ได้ ทั้งที่ปกติแล้ว ไม่ว่าจะเจอเรื่องราวที่ร้ายแรงแค่ไหน สารวัตรหนุ่มก็ไม่เคยเกิดอาการร้อนรนขนาดนี้เลยสักครั้ง
“เอกสารคดีเมื่อวานครับนาย”
‘ราเชนทร์’ นิ่งไปอยู่ครู่ใหญ่ หลังจากวางสายจากหญิงสาวผู้เป็นคนรัก ก่อนจะใช้ความพยายามอย่างสุดความสามารถ ในการกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง ยามที่ประตูหน้าห้องถูกเคาะจากคนที่อยู่ใต้บังคับบัญชา และมีร่างสูงของลูกน้องวัยกลางคนเดินเข้ามา
“ขอบใจมาก”
“ว่าแต่กลางวันนี้นายจะกินอะไรครับ เดี๋ยวผมจะให้เด็กไปซื้อให้” ดาบตำรวจสุริยัน ลูกน้องคนสนิทของสารวัตรราเชนทร์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสดใส พร้อมกับโชว์รอยยิ้มที่กว้างขวาง เพราะเอาแต่ทำงานอย่างเดียวล่ะมั้ง ก็เลยมองไม่ออกว่าผู้เป็นนายกำลังอยู่ในห้วงอารมณ์ที่ร้อนดั่งเพลิง
“ไม่ต้อง เดี๋ยวผมจะกลับบ้าน”
แต่ถึงจะอารมณ์เสียไหน ราเชนทร์ก็ไม่เคยเอาไปลงกับลูกน้อง ใบหน้าคมสันแค่พยักพเยิดให้สุริยันออกไปจากห้อง ก่อนจะหยิบแฟ้มเอกสารที่อยู่ตรงหน้าขึ้นมาเปิดอ่าน
ทว่าผ่านไปเป็นนาที เขาก็ยังไม่สามารถอ่านได้จบบรรทัด เพราะหัวสมองในขณะนี้มันเต็มไปด้วยคำถามมากมาย พร้อมกับความหนักใจที่เคียงคู่มากับความโกรธเคือง เมื่อสิ่งที่เพิ่งได้รับรู้ก่อนหน้านี้ ดูเหมือนว่าจะอยู่เหนือการควบคุม และคงยากที่จะเป็นอย่างที่เขาตั้งใจ
‘เรารักกันมาตั้งนาน แต่พี่คิงกลับเลือกที่จะแต่งงานกับคนอื่น… ทำแบบนี้กับวรรณได้ยังไง’
เสียงคร่ำครวญของแฟนสาวยังดังก้องอยู่ในศีรษะ แทบไม่อยากจินตนาการว่าเธอจะเสียใจมากมายขนาดไหน ซึ่งเรื่องพวกนี้… ราเชนทร์ตั้งใจว่าจะจัดการด้วยตัวเอง เลยไม่ได้แจ้งข่าวกับเธอไปตั้งแต่ต้น ดังนั้นการที่กมลวรรณรู้ด้วยตัวเอง มันก็ไม่ต่างอะไรกับการปิดบังเธอ ซึ่งเรื่องใหญ่ขนาดนี้คงไม่ใช้เรื่องง่ายที่จะทำความเข้าใจ
‘พี่ไม่ได้เลือก พี่ปฏิเสธแม่ไปแล้ว’
‘ปฏิเสธอย่างนั้นเหรอ ให้ตายวรรณก็ไม่เชื่อหรอก ถ้าปฏิเสธจริง แล้วการ์ดแต่งงานที่ถูกร่อนไปทั่วคืออะไร’
กมลวรรณทั้งโกรธ ทั้งเสียใจ เสียงร้องไห้ของเธอยังดังระงมอยู่ในความคิดความอ่าน ส่งผลให้สารวัตรหนุ่มต้องยกมือขึ้นมานวดขมับ ถูกความเครียดเข้าจู่โจมแบบทันทีทันใด เพราะรู้ดีว่าเรื่องราวต่อจากนี้มันจะเต็มไปด้วยปัญหา
ทั้งความสัมพันธ์ระหว่างเขากับคนรัก ทั้งสายใยระหว่างคนในครอบครัวอย่างแม่บังเกิดเกล้า… ในตอนนี้มันคงถึงเวลาแล้วสินะที่เขาต้องเลือก ทำให้ทุกอย่างมันชัดเจนยิ่งกว่าเก่า เพราะถ้าไม่อย่างนั้นชีวิตที่เหลืออยู่ของเขากับหญิงสาวผู้เป็นที่รัก คงจะวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น…
และไม่มีวันได้เจอกับความสงบสุขอย่างที่ต้องการ
‘วรรณไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวพี่จะกลับไปจัดการทุกอย่าง’
ต้องเลือกได้สิ… เขาใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้มาสามสิบหกปี มีหน้าที่การงานที่มั่นคง มีคนนับหน้าถือตาไปทั่วอำเภอ และมีคนรักเป็นถึงนางพยาบาลสาวที่มีดีกรีเป็นนางงามประจำจังหวัด จะมาพ่ายแพ้ต่อคนเป็นแม่และถูกท่านจับคลุมถุงชนประหนึ่งเป็นหมูเป็นหมาได้อย่างไร อีกอย่าง ความรักของเขากับกมลวรรณก็ไม่ได้เป็นความสัมพันธ์ที่ฉาบฉวย ระยะเวลาที่ใช้ก็เนิ่นนานเป็นสิบๆ ปี อีกไม่นานก็ถึงเวลาที่ต้องตบแต่ง ไอ้ครั้นจะมาจบลงง่ายๆ เพียงเพราะว่าแม่ไม่ยอมรับ มันก็คงไม่ใช่
“ดาบ… ผมจะกลับมาสะสางงานตอนเย็นนะ ระหว่างนี้ถ้ามีเรื่องด่วนก็ให้โทร. เข้ามือถือได้เลย” ราเชนทร์คงไม่สามารถทำงานต่อได้ ถ้าหากไม่ได้กลับไปพูดคุยกับคนเป็นแม่ให้รู้เรื่อง ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจเดินออกไปจากห้องทำงานส่วนตัว ก่อนที่จะสั่งงานลูกน้องคนสนิทเสียงเข้ม
“ครับนาย” ดาบสุริยันรับปากแข็งขันเช่นกัน
หากแต่ทันทีที่ลับร่างของผู้เป็นนาย ตำรวจที่เหลืออยู่ก็รีบกรูกันเข้ามาหา เมื่อมั่นใจว่าราเชนทร์คงออกไปแล้วไปลับไม่เหลียวหลัง กว่าจะกลับเข้ามาทำงานที่โรงพักอีกก็น่าจะอีกนาน บรรดาลูกน้องที่ต่างพากันร่วมหัวจมท้ายต่างก็พากันยิงคำถามใส่ดาบยุน…
เรื่องงานแต่งงานที่กำลังจะเกิดขึ้นเดือนหน้า
โดยมีเจ้าบ่าวเป็นราเชนทร์ ส่วนเจ้าสาวนั้นเป็นหญิงต่างถิ่นที่ไม่มีใครรู้จัก ไม่เคยมีใครเห็นหน้าค่าตา แต่ชัดเจนว่ารวยสะบัด และเป็นคนที่มารดาของสารวัตรหนุ่มรักมาก
ทว่ากลับไม่ใช่กมลวรรณ…
คนที่รักและคบหามานานนับสิบปี
